บทที่ 2 ตอน. เพลิงเสน่หา/2
“ว่ามาครับ ผมรอฟังอยู่”
เขาพูดประโยคเดิมอีก ขยับกาย นั่งตัวตรง ท่าทีตั้งอกตั้งใจ แต่สายตาคมๆ ของเขาไม่ละจากดวงหน้างามของเธอ
ดารากานต์สูดลมหายใจแรงๆ ลดสายตาลงมองแผงอกของเขาแทนใบหน้า เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากความควบคุม เจอผู้ชายมาก็เยอะไม่เคยใจเต้นแรงหรือประหม่าเขินอายแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมดันมาตกม้าตายกับเจ้าบ่าวของน้องสาวได้
“ถ้ายายเดือนกลับมา คุณจะแต่งงานกับยายเดือนอีกไหม”
เธอถามเขาเสียงเบา แม้ตาจะไม่มองสบตาเขาแต่หัวใจก็ดันเต้นแรงเมื่อเปลี่ยนมามองแผงอกหนาที่ลอดผ่านกระดุมเสื้อของเขาแทน คนอะไร หล่อไม่พอยังล่ำบึกชนิดนายแบบชิดซ้าย ผู้ชายที่มีรูปร่างแบบนี้ได้ต้องขยันออกกำลังกายสม่ำเสมอ ท่าทางของเขาดูบึกบึนแข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศจนคนมองโพรงจมูกร้อนผ่าวขึ้นมา ต้องเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อื่นเกร็งเลือดกำเดาจะพุ่งเพราะหุ่นทรมานสายตานั้น
“เรื่องของผมกับคุณเดือนจบลงแล้วตั้งแต่เธอหนีไป ผมไม่อยากบังคับคนที่ไม่เต็มใจหรอกครับ” เขาบอกเสียงเข้ม
“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”
ดารากานต์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รู้สึกดีกับชายหนุ่มที่เขาเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด
“ฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าสาวกำมะลอของคุณ ไม่ให้คุณเสียชื่อเสียง”
คำสัญญานั้นทำให้ดารากานต์มาเดินเคียงข้างอัคนี สุริยะกุลในวันนี้ เธอถอนหายใจแรงปัดความคิดกังวลใจทิ้งไป ตั้งหน้าตั้งตาฉีกยิ้มเดินเคียงคู่กับเขาทักทายแขกเหรื่อในงานต่อไป
“นี่คุณ จะหนีออกจากห้องหอ ตั้งแต่คืนแรกเลยหรือไง”
อัคนีเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นเจ้าสาวหมาดๆ ของเขาทำท่าย่องออกนอกห้อง งานวิวาห์เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อยงดงาม พิธีส่งตัวเข้าหอก็ทำครบถ้วน พ่อญาติผู้ใหญ่ออกไปกันหมดเจ้าบ่าวอย่างเขาก็เข้าไปอาบน้ำ พอออกมาก็เห็นเจ้าสาวของเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ๊ตแบบผู้หญิงสีขาว กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องหอไป
“ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันจะกลับบ้านฉันย่ะ”
ดารากานต์หันมามองหน้า เจ้าบ่าวของเธอตาเขียวปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึม ทั้งๆ ที่ในใจประหม่าขัดเขินเหลือคณา ตั้งแต่เกิดมาโตเป็นสาวเธอไม่เคยร่วมห้องกับผู้ชายมาก่อน
ตอนถูกส่งเข้าหออุตส่าห์กระซิบบอกมารดาขอแยกห้อง ท่านก็บอกว่าให้ทำตามน้ำไปก่อนเสร็จพิธีค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้พิธีการก็เสร็จแล้ว เธอจะออกไปจากห้องนี้แล้วกลับบ้านตัวเอง คงไม่ผิดอะไร มันไม่ใช่การแต่งงานจริงๆ สักหน่อย
“กลับไม่ได้ คุณแต่งงานกับผมแล้วนะ” เขาเอ่ยท้วง
ร่างหนาเข้ามาหาเธอ ดวงตาคมมองหน้าอ่อนใสไร้เครื่องสำอางของดารากานต์อย่างพอใจ เขาไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัด แม้จะดูสวยแต่คล้ายสวมหน้ากากไว้ตลอดเวลา เจ้าสาวของเขามีผิวพรรณเนียนละเอียดขาวผุดผ่องน่ามองไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทำให้เจ้าบ่าวหมาดๆ อย่างเขาอดมองตาปรอยไม่ได้ แม้จะรู้ว่าได้แค่มองไม่มีสิทธิ์แตะต้องก็ตาม
“คุณก็รู้ดีนี่ ว่าเราแต่งงานกันแต่ในนาม ฉันไม่ใช่เจ้าสาวจริงๆ ของคุณสักหน่อย อย่ามาโมเมนะ”
ดารากานต์ขยับถอยห่าง รู้สึกใจเต้นแรงเมื่อสบสายตาพราวระยับของอีกฝ่าย อัคนีเป็นผู้ชายที่หล่อคมเข้มอย่างไทยแท้ เรือนร่างบึกบึนสมชายรูปร่างของเขาแม้จะอยู่ในชุดนอนก็ดูดีมาก ชวนให้คนเห็นใจสั่นไหว จนต้องเบนสายตาหนีไม่ให้ตัวเองถูกจับได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่มันไม่สมควรที่คุณจะออกจากห้องหอในตอนนี้ ใครเห็นเข้าผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เข้าหอคืนแรกก็ถูกเมียทิ้งให้เฝ้าหอเสียแล้ว ไหนๆ ก็แต่งงานกับผมแล้ว ก็ทำหน้าที่ให้ครบดีกว่า”
เขายิ้มตาพราวจ้า มองร่างงามอย่างมีความหมาย ทำเอาคนถูกมองรีบขยับถอยห่างไปอีกพร้อมกับแว๊ดเสียงใส่
“จะบ้าเหรอ ไอ้คนลามก!” แก้มนวลร้อนวาบ แดงปลั่งเมื่อได้ยินคำพูดชวนคิดแบบนั้น
“ผมหมายถึง ให้คุณอยู่ในห้องนี้ไปจนถึงเช้าต่างหาก ไม่ได้จะชวนคุณทำอะไรสักหน่อย คิดเยอะนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อัคนีหัวเราะลั่น มองหน้าแดงๆ ของดารากานต์อย่างเอ็นดู เจ้าสาวกำมะงอของเขาช่างตื่นตูมเสียจริง ยิ่งมองยิ่งน่ารักจนอยากจับมาหอมสักฟอดสองฟอด
“บ้า ก็คุณพูดแบบนี้ ใครจะคิดน้อยได้ล่ะยะ”
ดารากานต์แก้ตัวอุบอิบ ส่งค้อนให้เขาวงใหญ่ คันมืออยากข่วนหน้าคนหัวเราะเหลือเกิน จะให้เธอคิดอะไรได้เมื่อเขาพูดชวนให้คิดในแง่ร้ายเสียแบบนี้ ยังจะมาหัวเราะขันเธออยู่ได้ ผู้ชายอะไรนิสัยเสีย
“เอาเป็นว่าผมขอโทษนะ ที่พูดไม่เคลียร์ คืนนี้ผมจะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนอนบนเตียง โอเคไหม”
อัคนียื่นข้อเสนอ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้างฝา ตีสองแล้วขืนยังโต้คารมกันต่อ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี
“ก็ได้แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ว่าอย่าคิดทำอะไรฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาไอ้นี่ช็อตคุณให้เป็นหมันเลยคอยดูสิ”
ดารากานต์ดึงเครื่องช็อตไฟฟ้าในกระเป๋าออกมาขู่เขา ดวงตากลมสวยส่งสายตาดุๆ ให้คนมอง ก่อนจะยอมขึ้นไปนอนบนเตียงโดยดี
