บทที่ 3 ตอน เพลิงเสน่หา 3
อัคนีถอนหายใจยาว มองร่างเล็กบางที่ดึงมาห่มมาห่มจนมิดคออย่างขบขัน ขนาดขู่เขาแท้ๆ ยังทำท่าระแวงภัยราวกับนางกวางสาวแบบนั้น หากเขาคิดจะทำอะไรเธอจริงๆ แค่เครื่องช็อตไฟฟ้าขี้ปะติ๋วนั่น จะมีปัญญามาทำอะไรเขาได้ ชายหนุ่มเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาโดยไม่ลืมปิดไฟกลางห้อง เหลือเพียงโคมไฟหัวเตียง ที่เขาปล่อยให้เจ้าของเตียงจัดการเอง
ดารากานต์นอนตัวแข็งทื่อ จ้องมองร่างสูงใหญ่ที่นอนขดตัวบนโซฟายาวเขม็งอย่างระแวง คนตัวโตนอนนิ่งบนโซฟายาว พลิกตัวหันหลังให้เธอเหมือนไม่ได้สนใจว่ามีคนร่วมห้องด้วย เขานอนไม่กระดุกกระดิกจนคนมองเริ่มเบาใจ คิดว่าเขาคงมีความเป็นสุภาพบุรษเหลืออยู่บ้าง ผ่านไปร่วมชั่วโมงความเมื่อยล้าจากการทำหน้าที่เจ้าสาวที่ต้องยืนขาแข็งฉีกยิ้มเดินแจกของชำร่วยให้แขกตามโต๊ะต่างๆ ตลอดงาน ก็ทำให้หญิงสาวทนไม่ไหว ดวงตากลมหรี่ปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างไม่รู้ตัว
เช้าวันรุ่งขึ้นอัคนี ตื่นขึ้นในเวลาหกโมงเช้าเหมือนทุกวัน แม้จะนอนดึกแค่ไหนแต่เขาไม่เคยตื่นสายได้สักที ร่างสูงขยับลุกขึ้นนั่งบิดกายให้หายเมื่อยขบ โซฟาแม้จะนุ่มแต่ก็แคบเกินไปสำหรับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่อย่างเขา มันนอนไม่สบายเหมือนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ถูกคนตัวเล็กจับจองอยู่
“นอนสบายเลยนะ ยายตัวเล็ก”
อัคนีเดินมาหยุดข้างเตียง ชะโงกหน้ามองคนที่หลับตาพริ้มอย่างหมั่นไส้ ขนาดนอนหลับมือน้อยยังกำเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้แน่น คงจะกลัวเขาย่องไปทำมิดีมิร้ายกระมัง ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงเจ้าเครื่องช็อตมหาภัยนั้นออกจากมือเธอ เจ้าของไม่รู้ตัวสักนิดยังคงนอนหลับสนิทแบบนั้น อัคนีถอดแบทเตอรี่ออกแล้วเอาไปโยนทิ้งในถังขยะ เขาวางเครื่องช็อตอันนั้นไว้หัวเตียง ยิ้มกริ่มเมื่อดารากานต์ยังไม่ยอมตื่น ดวงตาคมมองร่างระหงที่นอนตะแคงอย่างพินิจ ใบหน้างามเอียงซบหมอนนุ่ม แก้มนวลอ่อนใสล้อสายตา ริมฝีปากแดงเรื่ออิ่มเต็มเหมือนผลเชอรี่สุก เมื่อเธอขยับพลิกตัวนอนหงายผ้าห่มก็หลุดรุ่ยออกพ้นกาย เสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอยามนี้กระดุมแบะออกกว้างเห็นเนินทรวงขาวผ่องยั่วตา ชวนให้คนมองกลืนน้ำลายฝืดคอ
“ยายตัวเล็ก ยั่วกันแต่เช้าเลยนะเรา”
อัคนีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ข่มกลั้นความรู้สึกที่ตื่นโพลงให้สงบลง แต่มันไม่ได้ผลเท่าไหร่ เมื่อเจ้าของร่างงามบิดตัวนอนตะแคงอีกหน ทรวงอิ่มอวบล้นสะท้านสายตายั่วใจคนมองให้เต้นเร่าขึ้นไปอีก ในที่สุดความอดทนก็ขาดผึง ชายหนุ่มก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างอดใจไม่อยู่
“อื้อ...” เสียงครางแผ่วๆ ดังอยู่ในลำคอระหง
อัคนีรีบผละออกอย่างตกใจ แต่ต้องยิ้มพรายเมื่อเห็นดารากานต์ยังหลับสนิทอยู่
ขี้เซาแบบนี้ก็เสร็จโจรสิครับ...
ชายหนุ่มก้มลงไปประทับริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง รสหวานซ่านทรวงจากริมฝีปากนุ่มทำให้คนจูบถึงกับครางครวญในใจ มือหนาลูบโลมทรวงอิ่มตึงนุ่มคลึงเคล้าอย่างย่ามใจ เมื่อเจ้าของยังหลับตาพริ้มไม่รู้ตัวอยู่แบบนี้เปิดโอกาสให้ขโมยลักลอบดูดกลืนความหวานจนฉ่ำใจ อัคนีละเลียดเล็มจุมพิตริมฝีปากอิ่มสีสวยอย่างติดอกติดใจ เจ้าของยังคงหลับไหลไม่ได้รู้เรื่องเลย ว่าถูกจอมโจรจอมหื่นขโมยจูบไปหลายจุ๊บ ทรวงอวบก็ถูกมือหนาคลึงขยำทั้งสองเต้า
ร่างงามบิดตัวไปมาเมื่อรู้สึกอึดอัด แต่ก็ยังไม่ยอมตื่นง่ายๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากงานเมื่อคืนทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนเพลียหลับลึก สิ่งที่เกิดขึ้นเจ้าตัวคงคิดว่าเป็นความฝันอันแสนรัญจวนใจ ปล่อยให้คนหื่นทำตามอำเภอใจ ไม่พอยังร้องครางเสียงแผ่วหวานสนองตอบความวาบหวามที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นความฝันเสียอีก
อัคนีจูบสาวขี้เซาจนหนำใจ เขามองริมฝีปากแดงเรื่อที่เริ่มเจ่อนิดๆ จากรสจูบของเขาอย่างติดใจ จูบผู้หญิงมาก็มากไม่เคยริมฝีปากใครหวานเท่าดารากานต์มาก่อน ขนาดเจ้าของไม่ตอบสนองเขาก็แทบไม่อยากผละออก ริมฝีปากหยักระตูกยิ้มเมื่อนในหัวจินตนาการไปว่าสาวเจ้าตอบกลับจุมพิตของเขาขึ้นมา มันจะวาบหวามใจน่าหลงใหลแค่ไหน พ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่สุริยะห้ามใจตัวเองไม่ไหวก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากอิ่มอีกหน กว่าจะข่มใจเงยหน้าผละห่างจากริมฝีปากหวานหอมนั้นได้ก็นานหลายนาที และกว่าจะหยุดความวาบหวามในอารมณ์ได้ พ่อเลี้ยงหนุ่มก็แทบขาดใจ เมื่อความต้องการประทุขึ้นมาในกายจนทำให้เขาอยากลักหลับสาวงามตรงหน้า แต่ติดที่ว่าเธอไม่ใช่เจ้าสาวของเขาจริงๆ และได้รับปากกับผู้ใหญ่ไว้แล้ว ว่าจะแต่งงานกับเธอเพียงในนามเท่านั้น
“ฝากไว้ก่อนนะหนูดาว...”
อัคนีกระซิบบอกคนขี้เซา ก่อนจะหอมแก้มอีกฟอด แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป พอกลับออกมาก็พบว่าคนที่นอนอยู่ตื่นแล้ว ผมยาวยุ่งนิดๆ ใบหน้างามยู่ยี่เมื่อเห็นเขา
“เช้าแล้ว ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ”
เธอบิดกายไปมา ไล่ความเกียจคร้านหากเป็นยามปกติ เธอไม่มีวันตื่นเช้าแบบนี้แน่ แต่จะให้นอนกินบ้านกินเมืองต่อก็ไม่ควร เมื่อมีคนร่วมห้องอยู่ด้วย
