บทที่ 5 ตอน เพลิงเสน่หา 5
“น้ำที่นี่ใสจัง เย็นดีด้วย”
ดารากานต์ว่ายไปยังโขดหินใต้สายน้ำตก อัคนีตามไปนั่งลงข้างๆ สายตาคมแอบลอบมองเรือนกายงามผุดผ่อง เสื้อผ้าของเธอเปียกแนบตัวผ้าเนื้อบางมองทะลุเห็นบราเซียร์ตัวน้อย ทรวงอิ่มทะลักล้นอวบสะพรั่ง จนคนเห็นใจสั่นสะท้าน หวนนึกถึงสัมผัสเมื่อรุ่งเช้าขึ้นมาไม่ได้
“มองอะไร หันไปทางอื่นเลยนะอีตาลามก”
ดารากานต์เริ่มรู้สึกตัวว่าถูกสายตาของคนข้างกายแอบลอบมองเนื้อตัวของเธอ แก้มนวลร้อนวูบเมื่อพบแววตากรุ้มกริ่มของสามีในนามของตัวเอง หญิงสาวขยับลงไปแช่ตัวในน้ำหลบสายตาของคนจ้องอย่างนึกเขิน คนอะไรจ้องเอาๆ อย่างกับไม่เคยเห็นผู้หญิง
“ก็คุณสวยนี่ ผมเลยต้องมองไง” อัคนียิ้มกว้าง ขยับตามลงมาด้วย
“ไปไกลๆ เลยนะ อย่ามาลามกกับฉันนะ” หญิงสาวขู่ฟ่อ
“แหม มองแค่นี้ก็ทำมาเป็นหวง”
อัคนียอมว่ายถอยออกมาห่างจากร่างงาม ปล่อยให้เธอเพลิดเพลินกับความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ จนผ่านไปครู่หนึ่งท้องฟ้าจู่ๆ ก็มีเมฆดำเคลื่อนเข้ามาปกคลุม ลมพัดแรงขึ้นแสดงว่าฝนกำลังจะตกลงมาในไม่ช้า ชายหนุ่มจึงตะโกนเรียกหญิงสาว
“คุณดาว รีบขึ้นจากน้ำเถอะ ฝนกำลังจะตก!”
ดารากานต์แหงนหน้ามองฟ้า เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มครึ้ม มีละอองฝนโปรยปรายลงมาบ้างแล้วก็รีบว่ายกลับเข้าฝั่ง แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อขาของเธอเจ็บแปลบขึ้นมา ผลจากการแช่น้ำนานเกินไปเลยเป็นตะคริวที่น่อง ร่างบางพยายามหาที่ยึดเกาะแต่ไม่ทันการเมื่อขาขยับไม่ได้
“ช่วยด้วย คุณอัคนี ฉันเป็นตะคริว!” เธอร้องเรียกให้เขาช่วยเหลือ
อัคนีรีบกระโดดลงน้ำว่ายไปหาร่างที่กำลังตะเกียกตะกายด้วยความตกใจ กว่าจะไปถึงร่างบางก็จมลงไปใต้น้ำเสียแล้ว สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาทำให้น้ำไหลรี่แรง ชายหนุ่มดำลงไปใต้น้ำควานหาร่างบางด้วยความร้อนรน ในที่สุดเขาก็พาตัวเธอขึ้นมาบนฝั่งได้
“คุณดาว ได้ยินผมมั้ย!”
อัคนีเขย่าร่างที่ไร้สติแรงๆ แต่เธอไม่ยอมลืมตาขึ้นมา ชายหนุ่มพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการทำให้เธอสำรอกน้ำออกมา แต่ดารากานต์ก็ไม่ยอมฟื้นสักที ลมหายใจแผ่วอ่อนจนน่าตกใจ อัคนีจึงต้องผายปอดให้เธอ
“แค่ก แค่ก โอย...”
ดารากานต์ไอออกมา ดวงตากลมปรือขึ้นมองคนที่ประคองร่างเธออยู่อย่างมึนงง
“ฉัน เป็นอะไรไปคะ” เธอถามเสียงแผ่ว
“คุณจมน้ำน่ะ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว”
อัคนีประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง โอบกอดเธอไว้อย่างห่วงใย มือหนาลูบแผ่นหลังบอบบางไปมา ปลอบโยนให้คล้ายตกใจ ตัวเขาเองแทบขาดใจตามเมื่อเห็นเธอนอนสลบนิ่ง หากเธอเป็นอะไรไปเขาคงนึกเสียใจไปตลอดชีวิต
“คุณช่วยฉันไว้หรือคะ”
ดารากานต์มองหน้าคมสัน ของเขาด้วยแววตาขอบคุณ หวนนึกถึงนาทีชีวิตของตัวเองด้วยความหวาดหวั่น หากเขาไม่มาช่วยเธอเอาไว้ เธอคงขาดใจตายไปแล้ว
“ผมไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรหรอก” มือหนาประคองแก้มนวล มองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนโยน
“ขอบคุณมากนะคะ”
ดารากานต์เอ่ยขอบคุณ ดวงตาคู่สวยสบตาเขาผ่านม่านฝนที่เทกระหน่ำลงมา ร่างบางห่อตัวเล็กน้อยหนาวสั่นไปทั้งตัว
“เรากลับกันเถอะ ฝนตกแรงเหลือเกิน”
อัคนีประคองร่างบางพาเดินกลับไปยังรถที่จอดไว้ไม่ไกลจากตรงนั้น สายฝนยังคงสาดซัดลงมาไม่ลืมหูลืมตา สองหนุ่มสาวพากันขึ้นมานั่งในรถ อัคนีหยิบผ้าเช็ดตัวที่เขานำติดมาคลุมให้ดารากานต์ หญิงสาวสั่นไปทั้งตัวด้วยความหนาว ยามนี้สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนไม่สามารถขับรถฝ่าออกไปได้ ต้องรอให้ฝนซาถึงจะกลับที่พักได้
“หนาวหรือเปล่า ฮึ”
เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม มองร่างบางที่สั่นราวกับลูกนกตกน้ำ อย่างห่วงใย พลางหันไปมองม่านฝนด้วยสายตาเป็นกังวล ฝนตกหนักเหลือเกินแบบนี้กว่าจะขับรถออกไปได้คงเป็นชั่วโมง
“หนาวจนตะคริวจะกินอีกรอบแล้วค่ะ เมื่อไหร่เราจะกลับบ้านได้ล่ะคะ”
“ต้องรอให้ฝนซาก่อนครับ ถ้าขับออกไปตอนนี้ อาจเป็นอันตรายเพราะถนนจะลื่นมาก”
อัคนียิ้มปลอบใจ เขามองสายฝนด้วยแววตาหนักใจรู้สึกห่วงดารากานต์ อากาศเย็นมากซ้ำเนื้อตัวยังเปียกชื้นแบบนี้ ไม่แคล้วต้องเป็นหวัดแน่ เขาหันกลับมามองคนข้างกาย ก่อนจะตัดสินใจดึงตัวเธอมากอดไว้ หญิงสาวขืนกายอย่างตกใจ
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า แค่ช่วยไม่ให้คุณหนาว” เขาบอกเสียงนุ่ม
“แต่... ทำแบบนี้มันไม่ดีนะคะ”
ดารากานต์เอ่ยท้วง ร่างบางห่อไหล่หัวใจเต้นโครมครามเมื่อถูกกอดรัดแน่นขึ้น ตั้งแต่เกิดและโตมาเป็นสาวไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนสัมผัสใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน ใจสาววาบไหวสะเทิ้นอาย
“อย่าดื้อสิ อยากให้ผมทำมากกว่ากอดหรือไง” เขาแสร้งทำเสียงดุ กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
“บ้า ลองทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นสิ ฉันจะฆ่าคุณให้ตายเลย”
หญิงสาวหน้าแดงเมื่อไม่อาจดิ้นหลุดจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นได้ จำต้องปล่อยให้เขาโอบกอดร่างของเธอไว้ ใจหนึ่งอยากผละห่าง แต่อีกใจกลับรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสที่เขามอบให้ อ้อมแขนแข็งแรงอกกว้างสร้างกระไออุ่นให้คลายหนาวเหน็บได้อย่างที่เขาบอก ดวงตาปรือปรอยความง่วงงุนเข้าครอบงำ จนเผลอตัวหลับไปในอ้อมแขนอบอุ่นนั้นโดยไม่รู้ตัว
