บทที่ 8 เพลิงเสน่หา/8

“เมื่อก่อนเพลิงก็พาจ๋ามาเที่ยวทะเลแบบนี้บ่อยๆ จริงมั้ยคะเพลิง”

คำพูดกระตุกต่อมหึงของแม่สาวทรงโต ทำให้ดารากานต์อดทนอยู่เฉยไม่ไหว เข้าใจเจตนาอันมิดีของอีกฝ่ายที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการเข้ามาเป็นมือที่สามระหว่างสามีภรรยา ผู้หญิงสมัยนี้หน้าด้านยิ่งกว่าถนนคอนกรีต ไม่สนว่าเขามีลูกเมียแล้วหรือยังแบบนี้ต้องจัดให้สักยกจะได้เลิกร่อนส่ายเหมือนพวกสัมภเวสีหิวโซ

“เหรอคะ น่าเสียดายนะคะ ที่คงไม่มีโอกาสแบบนั้นอีก”

ดารากานต์ตอบกลับเสียงนิ่ม แต่ดวงตาตวัดมองจามรีด้วยแววตาวาววับ ราวกับแม่เสือสาว

... ถ้าจะคิดมาเปิดสงครามกับเธอ ก็ขอบอกให้รู้เอาไว้ว่าคิดผิด ดารากานต์คนนี้ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ...

“เรือมาแล้ว ไปขึ้นเรือกันเถอะ”

อัคนีเบรกทัพห้ามศึกระหว่างสองสาวก่อนจะเลยเถิดไปไกล เขาหิ้วกระเป๋าและข้าวของเดินตามร่างเล็กของภรรยาขึ้นไปบนเรือ หาที่นั่งได้ก็หันมาเอาอกเอาใจภรรยาสาว

“หิวมั้ยครับดาว”

ดารากานต์ส่ายหน้าขยับเข้าไปเกาะราวกั้น ทอดสายตามองทะเล ปล่อยให้คนตัวโตถอนหายใจเฮือกๆ เพราะไม่รู้จะง้องอนยังไงดี

“ขอนั่งด้วยคนนะคะ จ๋ามาคนเดียวค่ะนัดเพื่อนไว้ที่เกาะ”

นางมารตามมาราวีไม่หยุดปลุกให้นางฟ้าหันขวับมามอง ดวงตากลมโตตวัดมองร่างอวบอิ่มที่เบียดกระแซะมานั่งข้างๆ เก้าอี้ตัวติดกันกับอัคนีอย่างไม่ชอบใจ ชายหนุ่มรีบขยับเข้าชิดเก้าอี้ของภรรยาวาดแขนโอบไหล่บางไว้ แสดงให้คนมาใหม่รู้ว่าเขากับเธอรักกันหวานเจี๊ยบแค่ไหน

“ที่รักคะ ดาวหิวน้ำจัง”

ดารากานต์ทนนิ่งเฉยอยู่ไม่ไหว ฝ่ายตรงข้ามบุกหนักแบบนี้ ขืนทำเฉยพ่อยอดชายนายอัคนีคงถูกฝ่ายนั้นป่วนจนหัวหมุนแน่

... นึกว่ายั่วผู้ชายเป็นคนเดียวหรือไง เธอจะไม่ยั่วแต่จะอ้อนแทน ดูสิว่าใครจะแน่กว่าใคร...

“นี่ครับดาว น้ำส้มเย็นสดชื่นผสมเกล็ดส้ม อร่อยมากเลยนะครับ”

อัคนีแอบลอบยิ้ม เมื่อเห็นภรรยาของตนกำลังจัดการกับอดีตแฟนสาวอย่างนิ่มๆ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับเคยเห็นในละคร ที่นางร้ายกับนางเอกแย่งพระเอกกัน เริ่มเข้าใจอารมณ์ของพระเอกเสน่ห์แรงขึ้นมาก็คราวนี้เอง

“แดดเริ่มแรงแล้วค่ะ เปลี่ยนที่นั่งกันดีไหมคะ ดาวไม่อยากตัวดำ”

เมื่อยายปลิงสาวหุ่นอึ๋มยังหน้าด้านหน้าทน มานั่งดูฉากหวานของคู่สามีภรรยาไม่ยอมไปนั่งที่อื่นทั้งที่มีเก้าอี้ว่างตั้งเยอะ ดารากานต์เลยต้องหาอุบายไล่ทางอ้อม

“ขยับหน่อยครับจ๋า ผมจะพาดาวไปนั่งตรงโน้น”

จามรีขยับลุกออกจากเก้าอี้ปั้นยิ้มให้ทั้งที่ใจเดือดปุดๆ นึกโมโหภรรยาหน้าจืดของอัคนี ที่ออดอ้อนออเซาะชายหนุ่มอย่างน่าหมั่นไส้ อัคนีพาดารากานต์ไปนั่งหลบแดดอยู่ด้านหลังเรือ ครั้นเธอจะตามไปนั่งด้วยก็ดูจะหน้าด้านหน้าหนาเกิน จามรีข่มใจให้เย็นลงรู้ดีว่าเสียเปรียบอยู่ แต่อย่าคิดว่าเธอจะยอมแพ้ง่ายๆ รอให้มีโอกาสเหมาะๆ ก่อนเถอะ จะจัดการอัคนีให้อยู่หมัดจะทำให้ยายหน้าจืดร้องไห้ขี้มูกโป่งขอหย่าแทบไม่ทัน ม่ายสาวอาฆาตไว้ในใจ

เรือมาจอดเทียบท่าและเดินทางมาถึงโรงแรม เมื่อเข้าห้องพักได้ ปฏิบัติการซักฟอกก็เกิดขึ้น ดารากานต์นั่งกอดอกอยู่บนเตียงนอน จ้องหน้าคนตัวโตที่กำลังเก็บข้าวของอย่างกดดันเธอรอให้เขาอธิบายอยู่ ฝ่ายอัคนีเองใช่จะไม่รู้ชายหนุ่มถ่วงเวลาด้วยการเก็บของให้ช้าลง ในสมองคิดหาวิธีการพูดเพื่อให้คนฟังสบายใจ

“คุณอัคนี นี่คุณไม่คิดจะพูดอะไรสักคำเหรอ”

ในที่สุดความอดทนของดารากานต์ก็หมดลง หญิงสาวนั่งมองนั่งรออยู่ครู่ใหญ่ อัคนีก็ไม่ยอมมาอธิบายสักที พอเขาทำท่าจะเข้าไปอาบน้ำ ความอดทนก็ขาดผึงลงตรงนั้น

“ผมขออาบน้ำก่อนนะครับ ร้อนจะแย่” เขาบอก

“คุยก่อน เดี๋ยวค่อยอาบน้ำ” เธอไม่ยอม

อัคนีถอนหายใจยาว มองดวงตาคู่สวยที่จ้องเขาเขม็งอย่างอ่อนใจ คงถ่วงเวลาต่อไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ความจริงก็คือความจริง เขาหวังว่าเธอจะยอมรับได้

“คุณอยากรู้เรื่องจ๋าใช่ไหมครับ” เขาไม่อ้อมค้อม

“ยังจะมาถามอีก ฉันไม่ได้ฉลาดน้อยนะ ถึงจะได้ไม่รู้ว่ายายนั่นกับคุณไม่ได้เป็นแค่คนรู้จักกันเฉยๆ”

ดูสิ... เขายังมีหน้ามาถามอีก ดารากานต์อยากทุบคนปากหนักให้กระอักเลือดจริงเชียว

“ผมกับจ๋าเราเคยคบกัน แต่เราไปกันไม่ได้จ๋าเลยไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น”

เขาเล่าคร่าวๆ ไม่กล้าลงรายละเอียดว่า คบหากันลึกซึ้งถึงเนื้อตัวกันแค่ไหน

“คุณยังรักเขาอยู่หรือเปล่าคะ”

ดารากานต์กัดฟันถามออกไป ไม่แปลกใจที่รู้ว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นแฟนกันมาก่อน ก็สาวเจ้าแสดงออกโจ่งแจ้ง จนใครเดาไม่ออกก็ฉลาดน้อยแล้ว

“ไม่ ผมไม่เคยรักจ๋า แค่รู้สึกชอบๆ เท่านั้น ตอนนี้ยิ่งไม่รู้สึกอะไรเลย”

เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม ร่างหนาขยับเข้ามานั่งข้างคนตัวเล็ก เมื่อเห็นสีหน้าโล่งใจของเธอ

“ฉันจะเชื่อใจคุณได้เหรอคะ คนเคยสนิทแบบนั้น” เธอยังกังขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป