บทที่ 9 เพลิงเสน่หา/9

“ดาวครับ ผมเป็นผู้ชายอายุก็เท่านี้แล้ว ย่อมต้องเคยคบหาผู้หญิงมาก่อน ถ้าผมชอบเขาจริงๆ ผมคงไม่ยอมเลิกกับเขาง่ายๆ หรอกครับ”

“ฉันจะพยายามเชื่อค่ะ”

ดารากานต์ยิ้มหวานพยักหน้ารับ เธอไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกชอบรื้อฟื้นอดีตของใคร ขอแค่อัคนีไม่โกหกและยอมพูดความจริง เธอก็คิดว่าพอแล้ว แค่เขาเห็นเธอสำคัญกว่ายายอึ๋มนั่น เธอก็พร้อมจะเชื่อและดับเครื่องชนหากอีกฝ่ายคิดมาตอแยกับคนของเธอ

“ต่อไปนี้ผมจะมีแค่คุณคนเดียวเป็นยอดดวงใจ เป็นคนที่ผมจะดูแลให้ดีที่สุด”

“พูดแล้วต้องทำให้ได้ด้วยนะคะ” เธอบอกเขาเสียงหวาน

อัคนียิ้มกว้างขยับเข้ามาชิดอีกนิด วาดแขนโอบร่างนุ่มนิ่มมากอดไว้ พร้อมกับหอมแก้มนวลเอาใจ

“ขอบคุณครับ ที่เชื่อใจผม”

“ขอบคุณแบบนี้ ไม่เอานะ”

ดารากานต์หน้าแดง ผลักคนตัวโตที่ชอบฉวยโอกาสออกห่างอย่างเขินๆ

“ก็ดาวน่ารักนี่ครับ ใครจะอดใจไหว”

อัคนียิ้มกริ่ม มองหน้าแดงๆ ของภรรยาสาวอย่างเอ็นดู แค่จูบนิดหอมหน่อยเธอก็ขยันหน้าแดง หัวใจคนมองเต้นรัวแรงอยากหอมอีก

“น่ารักสู้แฟนเก่าคุณได้หรือเปล่าล่ะ”

“ได้ไม่ได้ ผมจะพิสูจน์ให้ดู”

เมื่อเริ่มทนเสน่ห์เย้ายวนของสาวเจ้าไม่ไหว เขาก็ก้มลงแตะริมฝีปากจุมพิตปากนุ่มของเธอ บดเคล้าส่งความหวานผ่านปลายลิ้นร้อนอย่างนุ่มละมุน ดารากานต์พริ้มตาลงปล่อยกายปล่อยใจให้เคลิ้มไหวไปกับรสจูบไม่คิดขัดขืน

ร่างบางถูกประคองให้เอนลงบนที่นอนนุ่ม ร่างหนาขยับแนบชิดโดยไม่ยอมละริมฝีปากออกห่าง กายสาวหอมนุ่มจนคนสัมผัสแทบคลั่งตาย แต่ไม่กล้ารุกรานมากกว่านี้อยากทะนุถนอมร่างงามไว้ไม่ให้บอบช้ำ ได้แต่มอบจุมพิตหวานล้ำให้เธอจนอิ่มเอมใจ ก่อนจะกอดร่างน้อยไว้แนบอก

“ดาวจ๋า ผมอยากให้คุณเชื่อใจผมนะ”

“คุณต้องพิสูจน์ตัวเองค่ะ ฉันถึงจะยอมเชื่อ”

ดารากานต์ลูบแก้มสากคายของเขาไปมา ขณะจ้องมองดวงตาคมเข้มอย่างอ่อนหวาน เธอพร้อมจะเชื่อเขาแต่ขอความมั่นใจอีกนิด

“ถ้าผมทำให้คุณเชื่อใจผมได้ คุณจะยอมเป็นภรรยาผมจริงๆ ไหมครับ”

คนตัวโตเริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้น ระบายรอยยิ้มพอใจกับท่าทางโอนอ่อนของหญิงสาว มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางแผ่วๆ ริมฝีปากกระตุกยิ้มเมื่อเห็นแก้มนวลแดงซ่านขึ้นมาอีก

“ยังทำไม่ได้ก็อย่าเพิ่งมาพูดเลยค่ะ รอให้ถึงวันนั้นก่อนค่อยว่ากันอีกที” เธอไม่ยอมตกหลุมเขาง่ายๆ

“ว้า... ผมจะรู้ได้ยังไงว่า วันนั้นคือวันไหน” เขาท้วง

ดารากานต์ยิ้มขำ “วันไหนก็วันนั้นแหละค่ะ” เธอแกล้งเล่นลิ้น

คนฟังนิ่วหน้าหมั่นไส้จนอดไม่ไหว จนต้องขอเอาคืนคนช่างพูดโดยการก้มลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มนั้นอีกหน ดารากานต์ส่ายหน้าหนีแต่ถูกเขาจับต้นคอบังคับไม่ให้หนีไปพ้น ริมฝีปากหยักหนาทาบทับสนิทแนบ กดจูบหนักหน่วงจนหายใจแทบไม่ทัน มือหนาอีกข้างลูบไล้ไปทั่วร่างงาม จนกายสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวาม เสียงครางประท้วงแผ่วดังอยู่ในคอ เมื่อริมฝีปากถูกกดประทับไว้ไม่ยอมปล่อย

อัคนีละเลียดชิมกลีบปากบางอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะผละออกให้เธอได้หายใจ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องแทน เขายิ้มพรายเมื่อคนตัวเล็กครางเบาๆ ออกมา จากที่คิดจะหยุดกลับลืมสิ้น ปลายนิ้วเรียวสอดเข้าใต้เสื้อลูบไล้ผิวเนียนละเอียดราวกำมะหยี่ ปลายนิ้วแตะไล้มากอบกุมทรวงอวบนุ่มตึงมือ คลึงเคล้าผ่านบราเซียร์ เสียงครางครวญดังขึ้น เมื่อเขาใช้ริมฝีปากแกะกระดุมออกทีละเม็ด ก่อนจะซบซุกใบหน้ากับทรวงอิ่มที่ลอยเด่นพ้นขอบบราเซียร์นั้นอย่างหนักหน่วง

ดารากานต์หลับตาพริ้มร้อนวูบวาบไปทั้งกาย เมื่อถูกผู้ชำนาญการปลุกเร้าอย่างเร่าร้อน มือบางยกขึ้นเกาะบ่าหนาของเขาไว้ ปลายนิ้วเรียวขยุ้มแรงเมื่อเขาสัมผัสเธออย่างวาบหวาม ร่างกายพลิ้วไหวไปกับทุกสัมผัสของเขา เพลิดเพลินจนหลงลืมไปหมด ว่าเขากับเธอเป็นแค่คู่แต่งงานกำมะลอ

“ดาวจ๋า... สวยเหลือเกิน”

เขาปลดบราเซียร์ออก ปากเอ่ยชมความงามของปทุมคู่สวยที่เด้งผึงหลุดออกจากบังทรวง อัคนีตาพร่าพรายกับความขาวเนียนราวกับไข่มุก ปลายยอดสีชมพูเม็ดกะจิดริดยั่วเย้าสายตา ชวนให้คอแห้งผาก ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวก้มลงไปพิสูจน์ความงามด้วยปลายลิ้นร้อนและฝ่ามือ เขาอ้าปากครอบอมเม็ดมณีสีสวยเข้าไปในอุ้งปากร้อน ดูดเม้ม สลับกับตวัดไล้เลีย สองมือกอบกุมความนุ่มหยุ่นไว้เต็มอุ้งมือ เคล้าคลึงราวกับนวดแป้งขนมปังกระตุ้นเร้าให้เธอซ่านเสียวมากขึ้นอย่างคนมีชั้นเชิง

“อย่าค่ะ... พอเถอะ”

เสียงหวานพลิ้วร้องห้าม ใบหน้างามส่ายไปมาขบริมฝีปากแน่น ร่างบางบิดตัวเร่าซ่านสยิวไปกับกระแสพิศวาสที่พุ่งผ่านเข้ามาในกาย

หากคนฟังกลับไม่ได้ยิน เพราะกำลังเพลิดเพลินกับทรวงนุ่ม อัคนีป้อนทรวงอวบนิ่มเข้าสู่อุ้งปากอย่างหิวกระหาย ปลายถันสีชมพูแดงเรื่อขึ้นเมื่อถูกดูดดึงจากริมฝีปากร้อนผ่าวหนักหน่วง ปลายยอดแข็งเป็นไตชูชันราวกับเม็ดอัญมณีเลอค่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป