บทที่ 10 ตอนที่ 10 จุมพิตใต้แสงจันทร์

“อี้เจิน นี่เจ้า...”

“ข้าคิดเอาไว้แล้วเชียว นอกจากทรัพย์สมบัติของสกุลจินแล้ว พวกท่านไม่สนใจอะไรเลย การที่ข้านิ่งเฉยเวลาที่พวกท่านทำผิด อย่าคิดว่าข้าจะไม่ทำอะไรพวกท่าน ทุกความผิด ทุกการกระทำ ถูกบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐานไว้ทั้งหมดเพื่อจะมาจัดการท่านในคราเดียว ดังเช่นวันนี้อย่างไรล่ะ”

“ท่านพี่ ท่านต้อง...”

“หุบปาก พวกเจ้าสองแม่ลูก ข้าให้เวลาสองวัน เก็บข้าวของออกจากเรือนตะวันออกให้หมด และออกไปให้พ้นสกุลจินของข้า เอาล่ะ ข้าจะไปร่างจดหมาย เพื่อแจ้งแก่สกุลผิงของเจ้า ว่าเจ้าได้ทำเรื่องอัปยศอะไรเอาไว้ที่นี่บ้าง!!”

“ท่านพี่ ไม่นะเจ้าคะ ท่านพี่ฟังข้าก่อน อย่าส่งข้ากลับตระกูลผิงเลยนะ ท่านพี่”

“พาพวกนางออกไป”

“ท่านพ่อ ข้าไม่ไปนะเจ้าคะ ท่านพ่อ พี่รอง ข้ารู้ผิดแล้ว พี่รอง”

บ่าวไพร่พาพวกนางสองแม่ลูกออกไปแล้ว ก่อนที่จินอี้เจินจะมาคุกเข่าต่อหน้ามู่หลงฟู่ ทำเอาเขาตกใจ

“ท่านแม่ทัพ เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นในสกุลจิน ข้าขออภัยท่านแทนน้องสี่ด้วย หากท่านจะเอาเรื่อง…”

“คุณหนูรอง ท่านลุกขึ้นก่อนเถิด ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกทั้งได้แม่นางจินช่วยขับพิษให้จนเกือบจะหมดแล้ว พวกท่านเองก็สะสางเอาผิดกับผู้กระทำผิดไปแล้ว คุณหนูรอง ท่านลุกขึ้นก่อนเถิด”

“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ไม่เอาความ”

“แต่เรื่องนี้ หากว่าหลุดออกไปข้างนอก ข้าเกรงว่า ชื่อเสียงของคุณหนูสามสกุลจิน คงจะเสื่อมเสียเพราะข้าเป็นแน่”

“ท่านแม่ทัพ ไม่ต้องห่วงขอรับเรื่องนี้รู้กันแต่ภายในครอบครัว ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ขอท่านอย่าได้กังวลไป”

“โชคดีที่ซู่เย่เรียนรู้วิชาแพทย์มาจากพี่ใหญ่เจ้า อย่างไรเสีย เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในเรือนของข้า ข้ายินยอมรับผิดชอบให้ท่านแม่ทัพ หากท่านต้องการช่วยเหลือสิ่งใด จวนสกุลจินของข้า ยินดีช่วยท่านแม่ทัพทุกประการ เพียงแค่ท่านเอ่ยมา”

“ขอบคุณท่านคหบดีมากขอรับ หากวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว งั้นข้าคงต้องขอตัวกลับจวนก่อน ข้ารบกวนคุณหนูสาม ไปส่งข้าได้หรือไม่ ข้าเพียงอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องยาถอนพิษที่เจ้านำมาให้ข้ากิน”

เขาจงใจมองไปที่นาง ก่อนที่นางจะหันไปมองยังบิดาและพี่สาว พวกเขาพยักหน้าให้ก่อนที่นางจะค่อยๆ ลุกขึ้น

“ได้เจ้าค่ะ เชิญท่านแม่ทัพ”

เขาสั่งให้องครักษ์เดินกลับไปที่รถม้าก่อน เขาและจินซู่เย่จึงค่อยๆ เดินออกมาจากจวนด้วยกัน

“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ไม่เอาเรื่องกับสกุลจินของข้านะเจ้าคะ”

“เรื่องนี้พวกเจ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่แรกอยู่แล้ว อีกอย่าง เจ้าก็เป็นคนที่รักษาข้าจนหาย เหตุใดจะเอาเรื่องกับตระกูลจินได้ อีกอย่างเรื่องนี้ ทำให้เจ้ากำจัดตัวปัญหาของสกุลจินออกไปได้อีกด้วย”

“เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่าน หากไม่ได้พวกท่านที่สืบเรื่องที่นางจงใจปล่อยข่าวลือทำลายข้า นางคงยังลอยนวลอยู่ ว่าแต่ เรื่องนี้ ท่านก็คงรู้อยู่แล้วตั้งแต่วันที่มาส่งข้าที่จวนวันนั้น ถึงได้….”

“ข้าจึงไม่กลัวที่จะลงโทษนางเช่นไรล่ะ”

“ขอบคุณท่านแม่ทัพ ท่านทำเพื่อข้ามากมาย ข้าเองก็ไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไรได้หมดเจ้าค่ะ”

เขาหยุดเดินและหันมาที่นาง ก่อนที่นางจะทันได้พูดอะไร เขาก็จับมือของนางขึ้นมา นางเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูด

“เจ้าอยากขอบคุณข้างั้นหรือ”

หญิงสาวมองหน้าเขา ภายใต้ต้นหลิวที่ลมพัดเบาๆ เส้นผมของนางเริ่มไหวตามลม ใต้แสงจันทร์ช่างเป็นภาพที่งดงามชวนหลงใหลยิ่งนัก

“เจ้าค่ะ หากมีโอกาส ข้าก็อยากตอบแทนท่านแม่ทัพ”

เขาก้มลงมาไม่รอนางพูดจบ ปากอวบอิ่มเย็นๆ ของเขายังคงมีกลิ่นสุราเล็กน้อย จิตใจของซู่เย่รู้สึกเหมือนถูกจับโยนให้ลอยขึ้นที่สูงเมื่อริมฝีปากเย็นๆ ของเขามาชนที่ปากบางของนาง เมื่อนางไม่ได้ขัดขืน เขาจึงค่อยๆ ดึงตัวนางเข้ามาประชิดตัว ก่อนที่จะเริ่มส่งลิ้นของเขา เข้าไปในปากบางที่มีกลิ่นยาแก้พิษอยู่เบาบางนั้นเบาๆ

นางเผลอใช้มือจับไหล่เขาเอาไว้อย่างลืมตัว ก่อนที่เขาจะเริ่มรุกแรงขึ้น จนนางเริ่มหายใจไม่ออก นางเริ่มส่งเสียงประท้วง ก่อนที่จะบีบที่ไหล่ของเขาแน่น จนแม่ทัพหนุ่มยอมปล่อยนาง ซู่เย่ยืนก้มหน้าหอบ ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้ที่จูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าในวันนี้

“ซู่เย่ เจ้าอายงั้นหรือ”

“ท่าน…ท่านแม่ทัพ ท่าน…ข้าไม่ได้ป้อนยาให้ท่าน ไม่ได้ช่วยถอนพิษแล้ว เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้อีก”

“ก็เจ้าบอกว่าอยากขอบคุณข้า ข้าก็เลยคิดว่าวิธีนี้ก็ดีเช่นกัน”

“แต่ว่า ข้าเสียหายนะเจ้าคะ แบบนี้แล้วข้า…”

“หืมม เจ้าอยากให้ข้ารับผิดชอบเจ้าหรือไม่ละซู่เย่”

เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ นางรู้สึกว่าลมหายใจนางเริ่มติดขัดไม่ปกติ หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ และที่สำคัญ นางไม่กล้า มองหน้าเขาตรง ๆ นี่คือความรู้สึกอันใดกัน นางไม่เคยทำแบบนี้กับเว่ยหยาง นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับเขามาก่อน

แต่กับแม่ทัพมู่ ความรู้สึกที่เขาทำอยู่ มันคืออะไรกันแน่ เขาใช้มือจับปลายคางนางขึ้นมาสบตาเขา นางยังคงไม่กล้ามอง

“ท่านแม่ทัพ คือข้าขอบคุณท่านไปแล้วรบกวนท่าน...”

“ซู่เย่ เหตุใดเจ้าไม่มองหน้าข้าตรง ๆ เล่า หรือว่าเจ้ากำลังอายอยู่”

“ข้า...ไม่นะ ไม่ได้อายเจ้าค่ะข้าแค่รู้สึกว่าไม่ทันตั้งตัวกับเรื่องนี้”

"งั้นตอนนี้เจ้ารู้สึกตัวแล้วสินะ"

“ข้า…อุ๊ย!”

เขาไม่ได้รอนางตอบ แต่ก้มลงมาจูบนางอีกรอบ แต่รอบนี้นางตั้งรับได้แล้ว ตานางเบิกกว้างขึ้นอีกรอบ ก่อนที่มู่หลงฟู่จะดึงนางเข้าไปกอดและบอกนาง

“ซู่เย่ หลับตาสิ แล้วลองปล่อยใจเจ้าเป็นอิสระ”

นางทำตามที่เขาบอก ค่อยๆ หลับตา และปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ จนลิ้นของทั้งคู่จะสลับกันพันเกี่ยวลิ้นของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว มือน้อย ๆ เริ่มหาที่เกาะ เพราะนางเริ่มจะรับการรุกล้ำครั้งนี้ไม่ไหว ก่อนที่เขาจะยอมปล่อยนาง จนนางเกือบจะทรุดตัวลง แต่เขาจับนางเอาไว้ทัน ก่อนที่จะช้อนตัวนางขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมกอด

“ท่านแม่ทัพ อย่าทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะกรุณาปล่อยข้าลงก่อน”

“เจ้ายืนไม่ไหวมิใช่หรือ”

“ข้าเดินเองได้เจ้าค่ะ ข้าไหว”

“งั้นก็ได้”

เขาปล่อยนางลง ก่อนที่จะจับมือนางและพาเดินออกไปอย่างไม่รีบร้อน นางรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งอยู่ที่มือนางเมื่อเขาจับ แต่นางกลับไม่ได้สลัดมันออกไป

“ซู่เย่ เรื่องข่าวลือที่ปล่อยออกไป ข้าจะจัดการให้ เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้”

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพียงเท่านี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว ท่านแม่ทัพ คือว่า...ข้า”

“เจ้าอยากพูดสิ่งใดหรือ”

“คือ เรื่องในคืนนี้ ท่าน...”

“เรื่องใดล่ะ เรื่องที่ข้าถูกพิษ เรื่องที่เจ้าป้อนยาแก้พิษ หรือว่า…”

เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างใบหูแดงๆ ของนาง

“เรื่องที่ข้าจูบเจ้าเมื่อครู่”

จินซู่เย่รู้สึกว่าขนอ่อนนางลุกชูชันทั้งตัวจากเสียงที่กระซิบมายังข้างหูของนาง ก่อนที่นางจะรีบบอกปัดออกไป

“คือว่าคืนนี้ดึกมากแล้ว ข้าขอส่งท่านแม่ทัพเท่านี้ ขอตัวเจ้าค่ะ”

เขากลับดึงนางไว้ ก่อนที่จะรวบตัวนางมากอดจากด้านหลังเขารู้ดีว่าหญิงสาวอายจนไม่กล้าสู้หน้าเขา

“ซู่เย่ ข้ารู้ว่าเจ้าพึ่งจะถอนหมั้นกับคุณชายฉินมา แต่ข้าเองก็ไม่อยากรอเช่นกันรอข้ากลับเมืองหลวง แจ้งเรื่องนี้กับท่านแม่ข้าแล้วข้าจะรีบกลับมาทำเรื่องสู่ขอเจ้า เจ้าจะรอข้าได้หรือไม่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป