บทที่ 9 ตอนที่ 9 ขับไล่ออกจากตระกูล
“พี่สาม ท่านกล้าหรือ ท่านพ่อ ท่านดูสิ นางให้ท่าท่านแม่ทัพ หากสกุลฉินรู้เรื่องนี้เข้า…”
“สกุลฉินกับสกุลจินของข้ามิได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เหตุใดต้องกลัวเขารู้ ว่าแต่ ซู่เย่ ท่านแม่ทัพเข้าไปอยู่ในห้องของเจ้าได้เช่นไรกัน”
“ท่านพ่อ เรื่องนี้รออีกครึ่งชั่วยามข้าจะพาท่านแม่ทัพไปอธิบายกับท่านที่ห้องหนังสือ รบกวนท่านพ่อไปรอลูกก่อน ลูกขอจัดการตรงนี้ก่อนเจ้าค่ะ”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะไปรอตามที่เจ้าบอกพวกเจ้าทั้งหมดก็ตามข้ามา อย่าพึ่งวุ่นวายตอนนี้นางบอกแล้วว่าจะอธิบาย”
“จินซู่เย่ ตบนี้ข้าจะเอาคืนแน่”
“ฮูหยินรอง ท่านพ่อไปแล้วนะ ข้ายังมีธุระต้องทำ ขอตัว”
ว่าแล้วก็หันกลับเข้าห้องไป พร้อมกับสายตาชิงชังและเดือดดาลของจินอันเล่อ ที่ได้แต่มองนางอย่างโกรธแค้น….
“คุณหนูจิน นี่ท่านแม่ทัพ…”
“เขาถูกพิษเจ้าค่ะ รบกวนท่านเอายานี้ให้เขากินก่อน แล้วช่วยแต่งตัวให้ท่านแม่ทัพ และพาไปห้องหนังสือกับข้า”
“ได้ขอรับ”
กงเซียวทำตามที่นางบอก เขานึกแปลกใจว่าท่านแม่ทัพจะถูกยาพิษตอนไหนกัน เหตุใดจึงมีคนคิดวางยาพิษในงานเลี้ยงของคหบดี เมื่อเขาแต่งตัวให้ท่านแม่ทัพเสร็จแล้ว จึงพยุงออกมานั่งที่โต๊ะในห้องส่วนตัวของจินซู่เย่ นางรินน้ำชาให้เขาจิบ ก่อนที่กงจื่อจะเดินเข้ามา
“คุณหนูจิน ข้าได้มาแล้วขอรับ”
“พี่กงจื่อ วางลงเลยเจ้าค่ะ”
เขาวางจอกสุราและเหยือกสุรานั้นบนโต๊ะ ก่อนที่จินซู่เย่จะรินสุราและเอาเข็มเงินวางลงไป เข็มเปลี่ยนสีทันที ก่อนที่นางจะดึงขึ้นมา
“สุรานี้มีพิษ”
“มีพิษ แต่ว่าท่านแม่ทัพ…เป็นพิษชนิดใดขอรับ”
“ยาปลุกกำหนัด”
มู่หลงฟู่เป็นผู้พูดออกมา องครักษ์ทั้งสองยืนตกใจอยู่ ผู้ใดกันที่ พวกเขามองหน้าจินซู่เย่สลับกับแม่ทัพของพวกเขา
“พวกเจ้าไม่ต้องสงสัย ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่นางจินแค่ช่วยข้าล้างพิษโดยให้กินยาและแช่น้ำเย็นเท่านั้น”
“ผู้ใดกันที่ลอบวางยาท่าน”
“คุณหนูสี่”
“น้องสี่งั้นหรือ!! เป็นไปได้เช่นไรกัน”
“ข้าเจอกับนาง ก่อนจะมาหาเจ้า นางยอมรับกับข้าเอง”
“เรื่องนี้…. เอาล่ะ พวกเราไปห้องหนังสือกันก่อน ข้าจะได้แจ้งพวกเขา ลองดูว่านางจะยอมรับหรือไม่”
ห้องหนังสือ
จินซู่เย่และแม่ทัพมู่เดินมาพร้อมกับสององครักษ์ ก่อนที่จะมานั่งที่เก้าอี้ ข้าง ๆ กัน คหบดีจินนั่งมองไปที่ท่านแม่ทัพหนุ่มที่บัดนี้ดูอ่อนแรง ปากซีดเซียว จนเขาต้องเอ่ยถาม
“ท่านแม่ทัพ เหตุใดท่านจึงมีอาการเช่นนี้ นี่ท่าน”
“ท่านแม่ทัพมู่ ถูกยาพิษเจ้าค่ะท่านพ่อ”
จินหลุน จินอันเล่อตกใจกับคำบอกเล่านี้ก่อนที่จินอีเจิน พี่รองของนางจะเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นมา
“น้องสาม เหตุใดท่านแม่ทัพจึงถูกวางยาพิษในจวนเราได้ เป็นพิษชนิดใดกัน”
“ข้าอยากรู้ว่าเหตุใดท่านแม่ทัพจึงได้ไปอยู่ในห้องของซู่เย่ พวกเจ้าทำอะไรกัน”
“ฮูหยินคิดว่าข้ากับแม่นางจิน จะทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างนั้นหรือ”
ฮูหยินรองถึงกับตัวสั่นเมื่อถูกมู่หลงฟู่ถามขึ้นเช่นนี้ นางเอ่ยตอบอย่างหวั่นเกรงเขาเล็กน้อย
“เรียนท่านแม่ทัพ ข้าแค่เพียงนึกสงสัย ท่านถูกยาพิษ แต่ทำไมถึงได้ไปอยู่ในห้องนางได้ หรือว่า…นาง...”
“ยาพิษอยู่ในสุราเหยือกของท่านแม่ทัพ ข้าคงต้องถามท่านเพราะคนที่ยืนรินสุราให้ เป็นคนของน้องสี่”
จินถงหนิงยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังมารดา พร้อมกับทุกสายตาที่มองไปที่นาง ฮูหยินรองถึงกับตกใจ ก่อนจะหันไปมองนาง ซึ่งยืนตัวสั่นอย่างหวาดกลัวอยู่ นางรู้แน่ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับบุตรสาว นางหลับตาลงก่อนจะรีบหันมา
“แค่คนรินสุราเป็นคนของถงหนิง หรือเจ้าจงใจจะบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกข้าเช่นนั้นหรือ แต่ท่านแม่ทัพอยู่ในห้องเจ้า เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ เจ้าหายตัวออกจากจวนไปหลายวัน และไปอยู่จวนแม่ทัพ ใครจะรู้ว่า….”
“บังอาจนัก ฮูหยิน ข้าเพียงนึกว่าท่านอาจจะแค่ปากพล่อย พูดจาเรื่อยเปื่อย ไร้มารยาท แต่ไม่คิดว่าจะมีความคิดที่ชั่วช้า จับแพะชนแกะโยนความผิดให้ผู้อื่นแบบนี้ และยังพูดจาให้แม่นางจินเสื่อมเสียครั้งแล้วครั้งเล่า ดูท่า เรื่องปล่อยข่าวลือครั้งก่อน ข้าคงต้องเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุดแล้วกระมัง”
ฮูหยินรองตกใจสุดชีวิต นี่เขารู้ได้เช่นไรว่านางเป็นผู้ปล่อยข่าวลือของจินซู่เย่ออกไป คหบดีจินหันไปมองหน้าจินอันเล่อด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเขาจะเลี้ยงงูพิษเอาไว้ในจวน
“อันเล่อ เป็นเจ้างั้นหรือ เจ้าเป็นผู้ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับซู่เย่ สร้างความเข้าใจผิดทำให้นางถูกสกุลฉินถอนหมั้น นี่คือแผนการของเจ้าอย่างนั้นหรือพูดมาสิ”
“ไม่นะ ท่านพี่ ไม่ใช่นะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ เหตุใดต้องมาปรักปรำข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้เรื่องข่าวลือนั่นสักนิด ท่านไม่มีหลักฐาน อย่ามากล่าวหาข้าเช่นนี้สิเจ้าคะ”
“ไม่มีหลักฐานงั้นหรือ กงจื่อ...”
“ท่านคหบดี พวกข้าสืบจากผู้รับว่าจ้างให้ปล่อยข่าวลือเรื่องนี้ พวกเขาสารภาพว่าได้รับเงินจากฮูหยินรองจินเพื่อปล่อยข่าวลือว่าคุณหนูจินถูกกบฏจับไป และให้ปล่อยข่าวลือว่านางถูกย่ำยีในค่ายกบฏ ข้ายังจับคนเอาไว้ หากท่านคหบดีอยากสืบสวนต่อ....”
จินหลุนหันไปมองจินอันเล่อด้วยความโกรธแค้น หน้าเขาแดงจัดเพราะความเดือดดาลอย่างที่สุด
“หลายปีมานี้ เจ้าไม่เคยดูแลนางข้าไม่เคยว่า แต่การที่เจ้าใส่ร้ายนางทำนางเสียชื่อเสียงเช่นนี้เป็นเรื่องที่ข้ารับไม่ได้ เจ้าจงเร่งเก็บของแล้วกลับไปสกุลผิงของเจ้าเสีย ข้าขอปลดตำแหน่งฮูหยินของเจ้าตั้งแต่วันนี้ หลังจากวันนี้ไปข้ากับเจ้า ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก”
“ท่านพี่ ไม่ได้นะเจ้าคะท่านจะเชื่อแค่เพียงลมปากของผู้อื่นแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ข้าอยู่กับท่านมาเกือบสามสิบปีเวลานานขนาดนี้ท่านไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ ก็ควรเห็นแก่บุตรสาวของเราด้วย”
คหบดีจินมองหน้านางอย่างนึกรังเกียจ และหันไปมองหน้าบุตรสาวที่ถูกนางเลี้ยงจนกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองจนเคยตัว พูดจาไม่ไว้หน้าใครและไร้มารยาท เรื่องในวันนี้ก็เช่นกันคงเป็นนางที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่เพราะท่าทางของนางมันโกหกไม่ได้
“ถงหนิงจะเลือกอยู่กับใครข้าไม่ห้าม หากนางจะติดตามเจ้ากลับสกุลผิงข้าก็จะไม่ว่า แต่หากจะอยู่ที่นี่ ก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบของสกุลจิน”
“ท่านพ่ออย่าทำเช่นนี้เลยนะเจ้าคะท่านแม่รู้ผิดแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”
คหบดีหันมามองหน้าบุตรสาวที่คุกเข่าขอร้องแทนมารดาของตนเอง
“ถงหนิง บอกพ่อมาเรื่องในวันนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหรือไม่”
จินถงหนิงทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้ออกมา จินหลุนหลับตาลงช้า ๆ เข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง
“เป็นเจ้าจริงๆ สินะ ที่อยู่เบื้องหลังแผนการชั่วนี้ ถงหนิง ข้าคงเก็บเจ้าสองคนแม่ลูกเอาไว้ที่นี่ไม่ได้ เรื่องนี้ อยู่เหนือการควบคุมของข้า”
“ท่านพ่อ ท่านต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้า เพียงแค่…ชอบท่านแม่ทัพก็เพียงเท่านั้น ลูกจึง…”
“เจ้าเลยวางยา ให้เขาสมยอมเจ้า แล้วจะได้เป็นฮูหยินแม่ทัพ น้องสี่ เรื่องแบบนี้เจ้าก็คิดได้งั้นหรือ เหตุใดเจ้าไม่มีความละอายบ้าง”
“ท่านหุบปากไปเถิดพี่รอง ท่านจะไปรู้เรื่องอะไรกัน”
“เพี๊ยะ”
จินอี้เจินลุกขึ้นตบหน้าจินถงหนิงอย่างที่นางไม่เคยทำมาก่อน สร้างความตกใจแม้แต่ผู้เป็นพ่อที่มองนางอย่างคิดไม่ถึง
“ถงหนิง การที่ข้ายอมเจ้า ไม่ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ได้หมายความว่าข้ากลัวเจ้า ข้าเพียงคิดว่าเจ้ายังเป็นเด็ก ยังไม่รู้ความ แต่เห็นทีวันนี้ข้าคงคิดผิด นอกจากเจ้าจะเอาแต่ใจแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้จวนเราตั้งมากมาย ท่านพ่อ ตามกฎของตระกูลแล้ว พวกนางไม่สมควรอยู่ที่นี่ แม้แต่รายชื่อในสกุลจิน ก็ต้องถูกตัดออกไปเจ้าค่ะ”
“อี้เจิน นี่เจ้าจะทำเกินไปแล้วนะ ใครให้อำนาจนั้นแก่เจ้า ถึงได้กล้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้”
“ไม่ใช่ข้า และก็ไม่ใช่ท่าน ก่อนท่านแต่งเข้ามาในสกุลจิน แน่ใจนะว่าอ่านกฎของตระกูลจินแล้วน่ะ ผิงอันเล่อ …….”
