บทที่ 1 ว่าที่เจ้าสาว 1

         “เฮ้อ!”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลังจากที่ประตูห้องตรวจปิดลงในเวลา 20.15 น. แพทย์หญิงไอรดาทิ้งร่างพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ดวงตาเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย พลังงานในตัวแทบจะไม่มีเหลือเพราะวันนี้เธอตรวจคนไข้ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็นับเวลารวม 12 ชั่วโมง นี่ยังไม่รวมเวรกลางคืนที่เธอคอยรับคนไข้เด็กจากห้องคลอดอีกสองคืน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้คุณหมอสาวสะดุ้งและกลับนั่งตัวตรงอีกครั้งเพราะคิดว่าจะมีคนไข้มาตรวจกับเธอถึงแม้จะเลยเวลาตรวจตามปกติไปแล้วแต่ถ้ายังมีคนไข้ ไอรดาก็มักจะตรวจจนกว่าจะหมด เพราะรู้ว่าถ้าตนเองไม่ตรวจ คนไข้เหล่านั้นก็จะต้องไปตรวจต่อกับคุณหมอที่ห้องฉุกเฉินซึ่งบางครั้งก็ไม่มีหมอเฉพาะทางเด็กทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงและอยากช่วยเหลือให้ถึงที่สุด

“หมดแรงเลยเหรอคะหมออัยย์” นีรนุช พยาบาลประจำแผนกเด็กเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นสภาพของแพทย์หญิงสาวที่ดูอ่อนล้าเต็มที

“ค่ะ พี่นุช อัยย์ขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ต้องกลับช้าอีกแล้ว” ไอรดาตอบด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจพยาบาลสาวที่ต้องอยู่ดึกเพราะเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่ได้รับไปไหนว่าแต่หมออัยย์เถอะค่ะ อีกสองวันก็จะแต่งงานแล้วยังจะรับขึ้นเวรอีกนะคะ” เธออดเป็นห่วงไม่ได้ที่ไอรดาดูจะทุ่มเทกับงานมากเกินไปจนลืมดูแลตัวเอง

“ก็หลังแต่งอัยย์ขอลางานต่ออีกหนึ่งอาทิตย์นี่คะ เลยต้องแลกเวรกับหมอปิ่น” ไอรดาเพราะเธอวางแผนไว้แล้วว่าจะใช้เวลาหลังแต่งงานพักผ่อนอย่างเต็มที่

“คุณหมอจะไปฮันนีมูนที่ไหนล่ะคะ” นีรนุชถามด้วยความสนใจ อยากรู้ว่าคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน

“ยังไม่รู้เลยค่ะพี่นุช แฟนอัยย์ไม่ยอมบอกอะไรเลย” หญิงสาวยักไหล่แววตามีความตื่นเต้นเพราะมาถึงตอนนี้อติรุจน์ว่าที่สามียังไม่บอกอะไรเธอเลย

“น่ารักจังนะคะ สงสัยคุณติคงอยากให้หมออัยย์เซอร์ไพรส์” นีรนุชเคยเจอว่าที่สามีคุณหมอไอรดาอยู่หลายครั้ง เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี สุภาพและดูอบอุ่นเหมาะกับคุณหมอไอรดาราวกับกิ่งทองใบหยก

“นั่นสิคะ พี่ติน่ะเก็บความลับเก่งมาก อัยย์เลยไม่รู้จะเตรียมเสื้อผ้าแบบไหนไปเที่ยวเลยล่ะคะ” ไอรดาบ่นอุบและกังวลเกี่ยวกับสถานที่ฮันนีมูนที่เธอยังไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน

“พี่ว่าคงไม่พ้นแถวยุโรปแน่ๆ ค่ะ ที่นั่นกำลังอากาศหนาวเหมาะกับคู่รักนะคะ” นีรนุชคาดเดาอย่างมั่นใจ เธอคิดว่าบรรยากาศโรแมนติกของยุโรปในฤดูหนาวคงจะเหมาะกับคู่รักที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่

“พี่นุชพูดแบบนี้สงสัยว่าอัยย์คงต้องไปหาชุดเพิ่มแล้วล่ะคะ” หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกไปถึงการได้แต่งชุดสวยๆ ท่ามกลางบรรยาศดีๆ

“อย่าห่วงแต่ชุดไปเที่ยวนะคะ อีกสองวันก็จะถึงวันงานแล้วพี่ว่าหมออัยย์ควรจะนอนพักให้มากๆ นะคะ พี่บอกก่อนเลยว่าถึงเราเป็นเจ้าสาวยืนยิ้มอย่างเดียวก็จริงแต่มันเหนื่อยมากๆ ค่ะ” นีรนุชพูดตามประสบการณ์ของตัวเองที่เคยผ่านวันสำคัญมาแล้ว

“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่นุช อัยย์อึดอยู่แล้วถ้างั้นคงไม่ขึ้นเวรควบได้หรอกค่ะ” ไอรดาตอบด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เธอเป็นคนเข้มแข็งและอดทนมาโดยตลอด การทำงานหนักไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอ

“จริงสิ หมออัยย์ของพวกเราน่ะทั้งสวยและอึด แล้ววันนี้ว่าที่เจ้าบ่าวจะมารับไหมคะ” นีรนุชชื่นชมในตัวไอรดา เธอเป็นทั้งคนสวยและเก่งในหน้าที่การงาน

“วันนี้เขาไม่มารับค่ะ คุณยายบอกไม่ให้เจอกันก่อนวันแต่งงานสามวันค่ะ วันนี้อัยย์จะไปเม้าท์กับหมอริตาค่ะ” ไอรดาหมายถึงสริตาที่เป็นวิสัญญีแพทย์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมและลากยาวมาจนถึงตอนนี้

“ถึงว่าพี่เห็นหมอริตามาเดินด้อมๆ มองๆ คงจะมาตามหมออัยย์นั่นเอง งั้นพี่ขอตัวก่อนนะคะ เจอกันที่งานแต่งวันมะรืนค่ะ”

“ที่แผนกไม่มีใครไปงานตอนเช้าไหมคะ” ไอรดาถามด้วยความเกรงใจ เธอรู้ดีว่าทุกคนในแผนกต่างก็มีภาระหน้าที่ของตัวเอง

“ไม่จ้ะ ตอนเช้าอยากให้เป็นงานของครอบครัว พวกเราเลยว่าจะยกกันไปทั้งแผนกตอนเย็นทีเดียวค่ะ” นีรนุชตอบด้วยรอยยิ้ม เธอและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ตกลงกันแล้วว่าจะไปร่วมงานฉลองในช่วงเย็น เพื่อให้เจ้าสาวได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ในช่วงเช้า

“ได้ค่ะ ไปตามที่อัยย์ปักหมุดไว้รับรองไม่หลงค่ะ”

พอนีรนุชออกจากห้องไปแล้วไอรดาก็เก็บของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋า พอเดินออกมาจากห้องตรวจ ไฟบริเวณแผนกกุมารเวชก็ปิดเกือบหมดจะเหลือก็แค่ไฟตรงทางเดินเท่านั้น

“ริตา ขอโทษนะ รอนานไหม” ไอรดาเดินมาคล้องแขนหมอสริตาอย่างประจบและรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนต้องรอนาน

“รอจนจะหลับแล้ว คนไข้เยอะเหรออัยย์” หมอสาวมารอเพื่อนตั้งแต่สองทุ่มจนถึงตอนนี้ก็เกือบจะสองทุ่มครึ่ง

“อือ กว่าจะตรวจคนสุดท้ายเสร็จแผนกอื่นเข้าก็กลับบ้านกันหมดแล้ว”

“ริตาไม่เข้าใจเลยว่าทำไม่อัยย์จะต้องทุ่มเทกับงานมากขนาดนี้ ดูสิจะแต่งงานอยู่อีกสองวันแล้วยังจะห่วงทำงานอีก” คุณหมอสาวมองหน้าเพื่อนรักอย่างเอือมระอา เพราะไอรดาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน หญิงสาวจะทุ่มเทกับทุกๆ เรื่อง จนบางครั้งเธอก็มองว่ามันมากเกินไปจนน่าเป็นห่วง

บทถัดไป