บทที่ 10 หาคู่ให้คนโสด 1

ไอรดามาถึงผับในเวลาเกือบจะห้าทุ่ม ปกติแล้วเธอจะมาดื่มคลายเครียดกับสริตาอยู่บ่อยๆ เพราะที่นี่เป็นผับของพี่ชายสริตาซึ่งไอรดาก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“สวัสดีครับคุณลูกค้าได้จองโต๊ะหรือนัดใครไว้หรือเปล่าครับ” บริกรชายรีบเข้ามาต้อนรับทันทีเมื่อเธอเดินถึงบริเวณประตูทางเข้า

“ไม่ได้จองไว้ค่ะ โต๊ะเต็มเหรอคะ” หญิงสาวถามพนักงานขณะที่สายตาก็กวาดมองไปทางด้านใน

“โต๊ะไม่เต็มหรอกครับ แต่คืนนี้ทางร้านเราจัดกิจกรรมพิเศษหาคู่ให้คนโสด พอดีผมเห็นว่าคุณมาคนเดียวก็เลยอยากจะแนะนำให้ร่วมกิจกรรมดูครับ อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแล้ว ทางร้านยังขาดผู้หญิงสวยๆ มาร่วมกิจกรรมคนหนึ่งพอดี” บริกรหนุ่มชักชวน

“จับคู่นี่คือต้องจับคู่กันจริงหรือแค่สนุกสนานคะ”

“แค่สนุกในงานครับ ส่วนใครถูกใจใครแล้วจะนัดกันออกข้างนอกต่ออันนี้เราให้สิทธิ์ของลูกค้าเต็มที่ครับ คุณผู้หญิงสนใจไหมครับ

“ก็น่าสนใจดีนะคะ”

“เดินตามผมมาเลยครับ”

เพราะคิดว่าไม่มีอะไรเสียหายมันก็แค่สนุกและผ่อนคลายไอรดาเลยเดินตามบริกรไปโดยที่ไม่ได้แวะทักทายเจ้าของผับเหมือนกับทุกครั้งที่มาเที่ยว

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีทั้งหมดห้าคู่โดยทางร้านจะให้ทุกคนได้ทำความรู้จักคู่ละ 4 นาทีจากนั้นก็จะวนกันไปเรื่อยๆ จนครบ

ผู้ชายคนแรกที่ไอรดาได้คุยด้วยนั้นเป็นนักศึกษาวิศวะปีสี่ซึ่งตั้งใจจะมาหาคู่ที่นี่เพราะควงสาวๆ มาทั้งมหาวิทยาลัยแล้วจึงอยากจะหาคนคุยที่ไม่ได้อยู่รั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันบ้าง แต่พอรู้ว่าไอรดาอายุมากกว่าตนถึง 4 ปีก็ยิ้มแห้งแล้วนั่งเงียบจนครบเวลาที่กำหนด

ชายหนุ่มคนที่สองเป็นพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งเลิกกับแฟนเพราะเขาเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้ การร่วมกิจกรรมคืนนี้เพื่อหาใครสักคนไปควงเย้ยแฟนเก่า นอกจากเขาจะไม่สนใจถามแม้กระทั่งชื่อของเธอแล้วเขายังเอาแต่นั่งพร่ำเพ้อราวกับว่าหญิงสาวเป็นจิตแพทย์ที่มาคอยให้คำปรึกษา ไอรดาได้แต่ยิ้มและพยักหน้ารับฟัง

คนที่สามเป็นนักธุรกิจหนุ่มชื่อปพนธีร์ที่เข้ามานั่งดื่มแล้วโดนพนักงานชวนให้ร่วมกิจกรรม

“คุณอัยย์เป็นหมอเหรอครับ” ปพนธีร์เปิดประเด็นด้วยความประหลาดใจหลังจากแนะนำตัวกันคร่าว ๆ           “ใช่ค่ะ คุณธีร์”

“ผมคิดว่าคนเป็นหมอจะไม่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้เสียอีก”

“น้อยไปสิคะ หมอทำงานเครียดมากก็อยากผ่อนคลายเหมือนกันคนอื่นนั่นแหละค่ะ” หญิงสาวตอบไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“แสดงว่าวันนี้คุณเครียดใช่ไหมครับถึงมาเที่ยวที่นี่”

“ค่ะ อัยย์มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อยเลยออกมาผ่อนคลายค่ะ”

เธอกับปพนธีร์คุยกันอย่างถูกคอจนครบเวลา 4 นาทีตามที่ทางร้านกำหนด

คนที่สี่เป็นหนุ่มนักเรียนนอก เพิ่งเรียนจบปริญญาโท และกลับมาเองไทยได้ไม่นาน ไอรดายังแนะนำตัวเองไม่จบเขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“อันที่จริงผมก็ไม่อยากจะร่วมกิจกรรมนี้หรอกนะครับ ผมคิดว่าคนที่เข้าร่วมแต่ละคนคงคาดหวังกันมากอย่างผู้หญิงคนเมื่อกี้ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ พอผมบอกว่าผมเรียนจบจากต่างประเทศเธอก็ดูสนใจผมขึ้นมาทันที”

“แล้วคุณเข้าร่วมทำไมคะ”

“ผมเพิ่งกลับมาไม่นานก็เลยอยากจะหาเพื่อนคุยครับ แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิดนะครับ เพราะคนที่ผมคุยด้วยไม่มีใครเรียนสูงเลยสักคน”

“คุณคบคนที่การศึกษาเหรอคะ” ไอรดาถามเขาอย่างตรงไปตรงมา เพราะเธอก็อยากรู้มุมมองความคิดของคนอื่นๆ

“ครับ คุยกับคนที่จบต่ำกว่าเราผมกลัวว่าเขาจะฉุดเราให้ต่ำลงนะครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างเย่อหยิ่ง

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นเราก็คงคุยกันไม่ได้แล้วล่ะคะ เพราะฉันจบแค่ปริญญาตรีเอง” ไอรดาประชดออกไปเพราะเธอไม่ชอบคำพูดที่ดูถูกคนอื่นแบบนี้

“แต่ผมคิดว่าผมคุยกับคุณได้นะ บางครั้งผมก็มองข้ามเรื่องนั้นได้บ้างถ้าคนที่คุยด้วยสวยและเซ็กซี่แบบคุณ”

“อ๋อ ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

ไอรดาพูดจบก็ต้องหันหน้าไปมองทางอื่นเพราะเธอไม่อยากจะเห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว เขาทำให้เธอรู้ว่าการศึกษาสูงไม่ได้ช่วยยกระดับจิตใจของเขาขึ้นมาได้เลยสักนิด

ผู้ชายคนสุดท้ายที่เธอคุยด้วยคืนนี้เป็นหนุ่มเพลย์บอยซึ่งไอรดาจำได้ว่าเขาเคยคบกับเพื่อนสมัยเรียนของเธออยู่เกือบปีก่อนที่จะจบกันเพราะเพื่อนของเธอทนความเจ้าชู้ไม่ไหว หญิงสาวจึงไม่บอกชื่อจริงออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะจำเธอได้และเรื่องจะไปถึงหูของเพื่อนๆ

เมื่อทุกคนได้คุยกันจนครบแล้ว คนที่รับหน้าพี่เป็นพิธีกรก็มอบดอกไม้ให้กับทั้งฝ่ายชายเพื่อให้นำไปมอบให้กับคนที่ตัวเองอยากจะคุยด้วยเป็นครั้งที่สอง ไอรดาอยากจะถอนตัวเพราะผู้ชายทั้งห้าคนที่คุยด้วยนั้นไม่มีคนไหนที่เธออยากจะคุยต่อเลยสักคน แต่ในขณะที่กำลังคิดว่าจะขอถอนตัวปพนธีร์ก็เดินเข้ามาคุยกับเธออีกครั้ง เมื่อเขาส่งดอกไม้ให้เธอจึงรับไว้

“ผมว่าเราคงเป็นเพื่อนกันได้ จะเป็นอะไรไหมถ้าผมจะขอแลกเบอร์โทรคุณไว้”

“ได้ค่ะ” ไอรดาคิดว่าเขาคงไม่มีพิษมีภัยอะไรจึงให้เบอร์โทรศัพท์ของตนเองกับเขาไป

การคุยรอบที่สองใช้เวลาสี่นาทีเหมือนเดิม จากนั้นพิธีกรก็ให้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแยกไปนั่งกันคนละมุม เพื่อจะเริ่มกิจกรรมในรอบต่อไปคือการเต้นรำ ซึ่งครั้งนี้ฝ่ายชายจะต้องเป็นคนเอาดอกไม่ไปให้เพื่อเป็นคู่เต้นรำ

ไอรดาคิดว่าตัวเองคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะคุยกับปพนธีร์ไว้แล้ว แต่จู่ๆ เขาก็เดินออกจากร้านไป หญิงสาวใจเสียเล็กน้อยเพราะถ้าเขาไม่อยู่ก็หมายความว่าเธอจะไม่มีคู่เต้นรำ มันคงจะไม่เป็นอะไรมากถ้าหากว่าคนที่เข้าร่วมมีแค่ห้าคู่ แต่เพราะตอนนี้คนที่มาเที่ยวต่างก็สนใจกิจกรรมตรงหน้าและไอรดาก็ไม่อยากจะหน้าแตกต่อหน้าคนทั้งหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป