บทที่ 11 หาคู่ให้คนโสด 2

“อ้าว ผู้ชายออกไปอย่างนี้ก็ไม่คบคู่สิวะรัช” ผู้ชายที่นั่งอยู่บนชั้นโซนวีไอพีถามเจ้าของร้าน

“ไม่ครบก็มาเป็นไรหรอกมั้ง หรือแกว่าไงรัช”

“ฉันกำลังคิดว่าพวกแกคนใดคนหนึ่งต้องเข้าไปแทนผู้ชายที่เดินออกไป” สารัชบอกกับเพื่อนทั้งสองที่บังเอิญมานั่งดื่มที่ผับของเขาในคืนที่จัดกิจกรรมพอดี

“ปล่อยไปเถอะน่าก็แค่สนุกขำๆ ไม่ครบก็ไม่เป็นเลยว่าไหมชาน์” เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องไปจับคู่เต้นรำภาคินเลยหันมาขอความเห็นจากเพื่อน

“อือ แต่มันก็น่าเห็นใจอยู่นะ” ชาน์หรือปิญชาน์มองไปยังผู้หญิงที่สวมชุดสีดำเพราะคิดว่าเธอคงจะเป็นคนที่ไม่มีคู่

ชายหนุ่มมองเธอตั้งแต่เริ่มร่วมกิจกรรมก็เลยรู้ว่าคนที่เดินออกไม่เมื่อครู่นั้นเป็นคนที่มอบดอกไม้ให้เธอ

“น่าเห็นใจก็ลงไปสิ” ภาคินได้ทีรีบยุ

“เธอสวยมากนะ”  ปิญชาน์พึมพำ สายตายังคงไม่ละไปจากร่างระหงในชุดสีดำ

“ชาน์แกรู้เหรอว่าคนไหนที่จะไม่ถูกเลือก” สารัชหันขวับมาถามเพื่อนด้วยความแปลกใจ

“รู้สิ ก็นั่งดูอยู่ แกนี่เป็นเจ้าของร้านยังไงถึงไม่สนใจอะไรเลย”

“อ้าว ก็ฉันต้องดูลูกค้าคนอื่นด้วยนะ ไม่ได้ไม่เวลาจ้องขนาดนั้น ว่าแต่คนไหนวะ” สารัชชะเง้อคอมองลงไปด้านล่าง

“คนนั้นไง ชุดดำ แต่งหน้าเข้มๆ หน่อย” ปิญชาน์ชี้ให้เจ้าของร้านดูผู้หญิงที่สวมเดรสสายเดี่ยวสีดำที่มีใบหน้าสวยสะดุดตาเข้าตั้งแต่แรกเห็น

“เฮ้ย ไม่ได้นะ ไอ้ชาน์ ไอ้คินแกสองต้องลงไปแล้วเลือกน้องเขามาเต้นรำด้วย” สารัชรีบบอกเพื่อนด้วยความตกใจ

“ฉันไม่ไปอะ ขี้เกียจ” ภาคินพูดพลางกระดกแก้วเหล้าเข้าปากอย่างสบายอารมณ์

“งั้นแก ไอ้ชาน์ช่วยฉันหน่อยนั่นน่ะเพื่อนน้องสาวฉัน ถ้าเกิดยายริตารู้ว่าเพื่อนตัวเองหน้าแตกต่อหน้าคนอื่นมีหวังได้โวยวายบ้านแตกแน่” สารัชหันไปเกาะแขนอ้อนวอนปิญชาน์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะรู้ซึ้งถึงฤทธิ์เดชของน้องสาวตัวเองดี

“แล้วเขาจะยอมเหรอว่ะ” ปิญชาน์ถามหยั่งเชิง

“เอาน่าตอนไปจับคู่เต้นรำแกไปบอกเขาว่าฉันเป็นคนบอกให้แกมา นะชาน์ช่วยเพื่อนหน่อยแกก็รู้ว่าถ้าน้องสาวฉันวีนขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น” สารัชพยายามส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจสุดชีวิต

ปิญชาน์นิ่งเงียบไป เขาแกล้งทำเป็นชั่งใจอยู่นานคล้ายกำลังคิดหนัก ทว่าในใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ารับคำขอของเพื่อนและเดินลงไปยังลานกิจกรรมข้างล่าง

เมื่อมีคนหนึ่งออกไปจากกิจกรรม คนที่ทำหน้าที่พิธีกรก็เลยต้องประกาศหาคนมาร่วมสนุกเพิ่มมาแทนในตำแหน่งที่ว่างลง แต่เพราะรอบสุดท้ายเป็นการจับคู่เต้นรำก็เลยไม่มีใครอยากเข้าร่วมเนื่องจากคนที่จะเข้ามาใหม่ไม่มีโอกาสทำความรู้จักผู้หญิงทั้งห้าคนเลยสักนิด

เมื่อพอจะเดาสถานการณ์ได้ว่าตัวเองคงจะไม่มีใครเลือกให้เป็นคู่เต้นรำ ไอรดาเลยคิดจะถอนตัวแต่ยังเดินไปไม่ถึงพิธีกรผู้ชายคนหนึ่งก็เข้ามาบอกว่าจะเข้ารวมกิจกรรมนี้แทนผู้ชายคนที่เดินออกไป

“ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้คุณผู้ชายที่เข้ามาใหม่เสียเปรียบผมให้เวลาคุณทำความรู้จักกับสาวๆ ทั้งห้าคนละหนึ่งนาทีนะครับ”

         “ไม่เป็นไรครับ เพราะผมมองเธอตั้งแต่เริ่มกิจกรรมแล้ว เพราะฉะนั้นคุณเริ่มกิจกรรมของคุณได้เลย” ปิญชาน์ไม่อยากให้ทุกคนต้องเสียเวลาเพราะตัวเอง และอีกอย่างเขาก็ตั้งใจมาเต้นรำกับหญิงชุดดำอยู่แล้ว

เมื่อชายหนุ่มยืนยันไปแบบนั้นพิธีกรก็เลยอธิบายขั้นตอนการเลือกคู่เต้นรำ ซึ่งครั้งนี้ฝ่ายจะมอบดอกไม้ให้กับฝ่ายหญิงแต่ฝ่ายหญิงจะยังไม่ออกไปเต้นรำด้วย เพราะไม่อยากเป็นการบังคับจนเกินไป ฝ่ายหญิงมีสิทธิ์ที่จะออกไปเต้นรำด้วยหรือไม่ก็ได้

และทันทีที่เพลงแรกจบก็ถือว่ากิจกรรมนี้จบลงเช่นกัน ถ้าคู่ไหนอยากจะเต้นรำกันต่อหรือต่างฝ่ายต่างแยกย้ายก็แล้วแต่ความสมัครใจของทั้งสองคน

สาวๆ ต่างพากันตื่นเต้นเพราะผู้ชายที่เข้ามาใหม่นั้นทั้งหล่อทั้งหุ่นดีแม้ว่าจะมองหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แต่ทุกคนก็ลงความเห็นว่าเขานั้นหล่อกว่าอีกสี่คนที่เหลืออย่างเห็นได้ชัด

พอพิธีกรให้สัญญาญฝ่ายชายก็เดินเข้ามาหาฝ่ายหญิง ไอรดาไม่ได้สนใจมองคนอื่นว่าถูกเลือกหรือไม่เพราะเธอกำลังใจเต้นแรงเมื่อผู้ชายที่เข้ามาใหม่เมื่อครู่เดินตรงมาที่เธอพร้อมกับส่งดอกไม้ในมือให้เธอ ก่อนจะก้มเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงออกมาจากตัวเขา

“ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ คุณสารัชเป็นคนส่งผมมา” ปิญชาน์กระซิบบอกด้วยเมื่อเห็นท่าทางแปลกใจของหญิงสาว

“พี่รัชที่เป็นเจ้าของร้านเหรอคะ”

ไอรดาถามและหันไปมองหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ก็เห็นว่าสารัชพยักหน้า หญิงสาวก็เลยเบาใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาหลอกเธอ

พอถึงคราวที่ฝ่ายหญิงจะต้องเอาดอกไม้ไปคืนให้ฝ่ายชายเพื่อเป็นการตอบตกลงว่าเธอจะเต้นรำด้วยไอรดาก็เดินตรงไปที่เขาอย่างไม่ลังเล

หลังจากเต้นรำจบเพลงแรกแล้วปิญชาน์ก็ชวนหญิงสาวขึ้นไปนั่งดื่มกันต่อที่โซนวีไอพีบนชั้นสอง เพราะคิดว่าภาคินจะยังรออยู่แต่พอขึ้นมาแล้วก็พบว่าตอนนี้ทั้งภาคินและสารัชนั้นหายออกไปจากร้านแล้ว

“คุณชาน์ทำงานที่นี่เหรอคะ”

“ครับ” ชายหนุ่มรีบรับสมอ้างเพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกเสียหน้า และเขาก็อยากทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น อยากรู้ว่าเธอมีมุมมองยังไงถ้าเขาเป็นแค่พนักงานในร้านคนหนึ่ง และถ้าคุยกันถูกคอเขาก็จะบอกกับเธอว่าเขาไม่ใช่พนักงานแต่เป็นเพื่อนกับสารัชที่บังเอิญมานั่งดื่มที่นี่

“อัยย์ไม่เคยเรียกเด็กมานั่งคุยแบบนี้มาก่อน จะเป็นไรไหมถ้าอัยย์จะถามว่าเขาคิดราคากันยังไงเหมือนผู้หญิงที่นั่งดริ้งค์หรือเปล่าคะ”

“ก็ประมาณนั้นครับ” ปิญชาน์เออออไปตามน้ำ

“งั้นอัยย์ต้องสั่งเครื่องดื่มใช่ไหมคะคุณถึงจะได้เงิน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความซื่อ

“ครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป