บทที่ 12 เด็กร้านนี้หน้าตาดี
“อัยย์ขอบคุณนะคะที่ลงไปเต้นรำกับอัยย์เมื่อกี้ ถ้าไม่อย่างนั้นอัยย์คงได้หน้าแตกแน่ๆ ที่ไม่มีคู่เต้นรำ เดี๋ยวอัยย์จะสั่งเครื่องดื่มสัก 10 ดริ้งค์นะคะเพื่อเป็นการขอบคุณ”
“ผมว่ามันมากไปหรือเปล่าครับ ผมเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หรือว่าคุณต้องไปนั่งคุยกับคนอื่น” หญิงสาวถามพลางลดเสียงลงเล็กน้อยอย่างเกรงใจ
“เปล่าหรอกครับ คืนนี้ผมคงคุยกับคุณแค่คนเดียว” น้ำเสียงและสายตาจริงจังของเขาทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
“ทำงานนี้มานานหรือยังคะ” เธอมาที่นี่หลายครั้งแต่ไม่เคยเจอเขา และก็ไม่รู้ว่าที่ร้านของสารัชมีเด็กมานั่งคุยแบบนี้ด้วย
“ขอโทษนะครับ ที่นี่เรามีกฎว่าห้ามถามเรื่องส่วนตัวของพนักงานครับ เรามีหน้าที่รับฟังเท่านั้น” ปิญชาน์จำกฎแบบนี้ได้เพราะเขาก็เคยเรียกเด็กมานั่งคุยอยู่หลายครั้ง
“เหรอคะ จะว่าไปก็คุณก็เหมือนหมอนะคะ”
“หมอเหรอครับ” ชายหนุ่มตกใจที่เธอบอกว่าเขาเหมือนหมอเพราะคืนนี้เขาว่าตัวเองไม่ได้ใกล้เคียงกับคำนั้นเลย
“ค่ะ เหมือนจิตแพทย์ค่ะ ที่คอยรับฟังปัญหาของคนอื่น”
“แล้วคุณมีปัญหาอะไรจะเล่าให้ผมฟังไหมล่ะครับ”
“คุณจะรักษาความลับของฉันได้ไหมล่ะครับ” ไอรดาคิดว่าบางทีการได้เล่าถึงปัญหาของตนเองให้คนแปลกหน้าฟังมันอาจจะทำให้เธอสบายใจและลดความอึดอัดภายในใจลงได้
“แน่นอนเพราะผมก็มีจรรยาบรรณของผมนะครับ แต่ถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่ต้องพูดนะครับ ผมไม่ได้บังคับ อ้อ.... แล้วผมเห็นคุณสวมแหวนแต่งงาน แล้วคุณมาเที่ยวแบบนี้ผมจะไม่เดือดร้อนใช่ไหมครับ”
“ฉันหย่าแล้วค่ะ” เพราะเขาสัญญาว่าจะเก็บทุกอย่างเป็นความลับไอรดาเลยกล้าพูดออกไป
“หย่าแล้ว หมายถึงคุณเป็นแม่หม้ายเหรอครับ” ปิญชาน์เลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจเพราะผู้หญิงตรงหน้าเขาทั้งสวยทั้งเซ็กซี่จนนึกไม่ออกเลยว่าทำไม่เธอถึงได้กลายเป็นแม่หม้าย
“ค่ะ ฉันเป็นแม่หม้ายถ้าจะเรียกให้ถูกก็คงจะเป็นแม่หม้ายป้ายแดง เพราะฉันเพิ่งอย่าไปเมื่อเช้าเองค่ะ” เธอหัวเราะให้กับโชคชะตาตัวเองแค่แววตามีความเจ็บปวด
“อยากเล่าไหมครับ”
ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาอย่างฟังเรื่องราวของเธอทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยอยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร
“ขอเล่าไปดื่มไปนะคะ” หญิงสาวคิดว่าความเมาจะทำให้เธอกล้าที่จะพูดออกมามากขึ้น
“ได้สิครับ”
คนที่บอกจะเล่าไปดื่มก็กระดกเครื่องดื่มเข้าปากราวกับว่ามันเป็นน้ำเปล่า แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงปลั่ง เธอขยับกายเข้าใกล้ชายหนุ่มก่อนจะกระซิบถาม
“คุณว่าอัยย์สวยไหม”
“ครับ”
“คุณว่าอัยย์เซ็กซี่ไหม” หญิงสาวลุกขึ้นหมุนตัวให้เขาดูสามรอบก่อนจะนั่งลงบนตักเขาอย่างไม่ตั้งใจ
“ครับ” ปิญชาน์เริ่มหายใจติดขัดเพราะตอนนี้หน้าอกของหญิงสาวแทบจะทิ่มหน้าเขาอยู่แล้ว กลิ่นกายหอมผสมกลิ่นเหล้าจางๆ ปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนปั่นป่วน
“นั่นไง ฉันทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แต่ก็ยังถูกผู้ชายทิ้ง” ไอรดาพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ใครกันที่มันตาต่ำแบบนั้น”
“นั่นสิ ตาต่ำมาก ถ้าเป็นคุณ คุณจะทิ้งฉันไหมล่ะ” หญงสาวเงยหน้าขึ้นมองเธออยากรู้ว่าในสายตาผู้ชายคนอื่นเธอเป็นแบบไหน
“ไม่มีทาง หุ่นแบบคุณใครทิ้งก็ทั้งบ้าทั้งโง่แล้วครับ”
“ถ้างั้นเขาก็เป็นคนบ้าที่โง่มาก ที่ทิ้งฉัน”
“ครับ”
“ฉันโดนทิ้ง ฉันเป็นแม่หม้ายแล้วชีวิตคงไม่อะไรแย่กว่านี้อีกแล้วล่ะ”
“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณยังรักเขาเหรอเหรอครับถึงยังไม่ยอมถอดแหวนแต่งงานออก”
“เรียกว่าเคยรักดีกว่าค่ะ แต่ที่ยังไม่ยอมถอดแหวนก็เพราะในหนึ่งปีนี้เราจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าเราหย่ากันแล้ว” หญิงสาวอธิบายเสียงอู้อี้ใบหน้าสวยซบกับอกกว้างของเขา
“แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณโสด ถ้าผมจะจีบได้ไหม”
“ขอเหตุผล”
“เพราะคุณทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ไงล่ะ สเปกผมเลยนะ” ชายหนุ่มกระซิบ
“คุณก็คงปากหวานกับแขกทุกคน” หญิงสาวถามอย่างรู้ทัน เพราผู้ชายเจ้าชู้ส่วนใหญ่ก็พูดแบบนี้ ยิ่งเขารับงานเป็นโอสต์ก็คงต้องพุดจาเอาใจแขกเป็นธรรมดา
“ถึงผมจะปากหวานแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ผมยอมนอนด้วยนะครับ”
“คุณพูดเหมือนจะนอนกันฉัน” ไอราดมองหน้าเขาอย่างใช้ความคิด แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้เธอกล้าพูดกล้าคิดมากขึ้น อันที่จริงเขาก็หล่อถูกใจเธอที่สุดหล่อกว่าอดีตสามีของเธอด้วยซ้ำ
“ถ้าคุณสนใจ ผมคิดราคาไม่แพง ถือว่าต่างฝ่ายต่างหาความสุข” ตอนนี้ปิญชาน์สวมบทโฮสหนุ่มเพราะเขารู้สึกถูกใจผู้หญิงคนนี้มาก เธอไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา เธอผ่านการแต่งงานมาแล้ว ซึ่งเขาก็มั่นใจเลยว่าจะไม่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์อย่างแน่นอน
“นี่ฉันอดอยากถึงขนาดซื้อผู้ชายกินแล้วเหรอ” ไอรดาหัวเราะให้กับตัวเอง
“อย่าเรียกว่าซื้อผู้ชายสิครับ เรียกว่าซื้อความสุขดูจะเหมาะกว่า” ปิญชาน์กระซิบแล้วกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น
“ขอฉันกินเหล้าย้อมใจก่อนนะ”
“ผมให้คุณกินอีกสองแก้วแล้วเราจะออกไปหาความสุขด้วยกัน” ชายหนุ่มเสนอแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทำเรื่องแบบนี้” เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียหายแล้ว เธอแต่งงานแล้วจะมีใครที่ไหนคิดว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่อีก ในเมื่อเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้คนรักแต่เขากลับไม่ต้องการเพราะฉะนั้นเธอจะไปสนใจทำไม สู้หาความสุขให้ตัวเองอย่างที่ผู้ชายคนนี้บอกยังจะดีกว่า
“ใครๆ ก็มีครั้งแรกกันทั้งนั้นแหละครับ ผมรับรองว่าคุณจะมีความสุขจนลืมเรื่องเศร้าๆ อย่างแน่นอน” เขาบอกกับเธออย่างมั่นใจ
“คุณไม่รังเกียจแม่หม้ายเหรอคะ”
“มันก็แค่สถานะที่สังคมมอบให้เท่านั้น เวลาอยู่บนเตียงมันก็คือเรื่องของคนสองคนที่มีความสุขร่วมกัน” คำตอบของปิญชาน์ทลายคำว่าแม่หม้ายของเธอจนไม่มีเหลือ
“แล้วเรื่องนี้เราจะรู้กันแค่สองคนใช่ไหม”
“แน่นอนครับ ผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมทำงานแบบนี้”
“คุณจะไม่แบล็กเมลฉันทีหลังใช่ไหม” หญิงสาวกังวลกับภาพลักษณ์คุณหมอใจดีของเด็กๆ และไหนจะคุณยายที่กำลังป่วยอยู่ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูท่านเธอคงได้กลายเป็นหลานอกตัญญูแน่ๆ
“ไม่หรอกครับ ถ้าผมทำแบบนั้นก็เท่ากับผมทุบหม้อข้าวตัวเองนะครับ ใครจะเชื่อใจแล้วเรียกใช้บริการผมอีกล่ะ คุณไม่รู้หรอกว่าการทำอาชีพนี้มันก็มีจรรยาบรรณเหมือนกัน” ปิญชาน์อ้างถึงจรรยาบรรณเพื่อให้หญิงสาวสบายใจ
“แล้วฉันต้องจ่ายคุณยังไง” ไอรดาถามออกไปตรงๆ เพราะเรื่องแบบนี้เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจ่ายกันยังไง
“แค่ค่าเครื่องดื่มที่คุณซื้อผมว่ามันก็มากพอที่ผมจะทำให้คุณมีความสุขแล้วล่ะครับ”
