บทที่ 3 งานแต่งที่แสนอบอุ่น 1

พิธีแต่งงานของไอรดาและอติรุจน์ถูกแบ่งเป็นสองช่วง ในช่วงเช้าเป็นพิธีหมั้นตามแบบประเภณีไทยและช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรสซึ่งจะจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าบ่าวเพื่อให้เพื่อนๆ ของทั้งสองฝ่ายได้มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างสะดวก

ในช่วงเช้าจัดเป็นพิธีแบบไทย ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านสวนของคุณยายนวลแขที่จังหวัดนครปฐม แขกที่มาร่วมงานจึงมีแค่ญาติสนิทของทั้งสองฝ่ายเพียงเท่านั้น

ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างสวยงามตามความต้องการของคุณยายนวลแข ทางฝ่ายเจ้าบ่าวเองก็ยอมตามใจทุกอย่างเพราะมีความเคารพนับถือกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั่งคุณยายนวลแขก็เป็นคนจัดการงานนี้ด้วยตนเองทุกขั้นตอนเพราะอยากทำให้วันสำคัญของหลานสาวเป็นวันที่มีความสุขมากที่สุด

ทั่วบริเวณบ้านเรือนไทยถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สดที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณงาน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่นและมีชีวิตชีวา แขกที่มาร่วมงานต่างพากันชื่นชมไม่ขาดปาก ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงความรักและความใส่ใจของคุณยสยที่ถูกถ่ายทอดออกมาในทุกรายละเอียด

ไอรดาสวมชุดไทยศิวาลัยสีงาช้างพาดสไบสีเดียวกันปักดิ้นเงิน ผมถูกเกล้าเป็นมวยรอบศีรษะ เปิดให้เห็นใบหน้าสวยหวานราวกับหลุดออกมาจากวรรณคดี ดวงตากลมโตถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเสริมให้ดูเด่นชัดขึ้น พวกแก้มปัดสีอ่อนเน้นความเป็นธรรมชาติ ปากบางทาด้วยสีชมพู อ่อนๆ พอเธอปรากฏกายสายตาของอติรุจน์ก็จ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอราวกับต้องมนต์สะกด

ปกติแล้วคุณหมอสาวไม่เคยแต่งหน้าแบบนี้มาก่อนส่วนใหญ่ก็แค่รวบผมและทาเพียงรองพื้นเวลาออกไปข้างนอกเท่านั้น มันจึงทำให้อติรุจน์มองด้วยสายตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

“วันนี้น้องอัยย์สวยมากเลยนะครับ” อติรุจน์กล่าวชมระหว่างที่ทั้งสองนั่งคู่กัน ขณะที่ญาติผู้ใหญ่ต่างพากันมารดน้ำสังข์และอวยพรให้ชีวิตคู่ของทั้งสองมีความสุขความเจริญ

“พี่ติก็หล่อมากๆ เหมือนกันค่ะ” ไอรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน

การกระซิบกระซาบกันของคู่บ่าวสาวนั้นเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างพากันยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อได้เห็นความรักและความผูกพันของทั้งคู่ ทั้งสองคนสวยหล่อและยังมีหน้าที่การงานที่ดี มองยังไงก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก ไม่ว่าจะขยับลุกนั่งหรือเดินต้อนรับแขกอติรุจน์จะคอยดูแลหญิงสาวราวกับเธอเป็นเจ้าหญิง

ไอรดารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่ได้แต่งงานกับเขา ทั้งที่ไม่เคยคาดหวังว่าเขากับเธอจะเข้ากันได้ดีเพราะต่างฝ่ายต่างก็ถูกผู้ใหญ่บังคับด้วยกันทั้งคู่ แต่พอเวลาผ่านไปความรักก็เกินขึ้นจนมาวันนี้วันที่ทั้งสองจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างถูกต้องสมบูรณ์

พอช่วงบ่ายคุณยายนวลแขให้นุกูลลูกเขยของเธอซึ่งเป็นลุงของไอรดาไปเชิญนายอำเภอมาที่บ้านเพื่อให้ทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสกันต่อหน้าญาติของทั้งสองฝ่าย เป็นการยืนยันสถานะทางกฎหมายและเป็นพยานในความรักของทั้งคู่

“คุณยายจะไม่ไปงานฉลองตอนเย็นจริงๆ เหรอคะ” ไอรดาถามคุณยายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แววตาเต็มไปด้วยความหวังว่าคุณยายจะเปลี่ยนใจ

“หนูอัยย์อย่าอ้อนให้ยากเลย ลุงว่าปล่อยให้ยายพักอยู่บ้านเถอะ นี่ก็เตรียมงานมานานหลายวัยยายคงอยากพัก” นุกูลบอกหลานสาวที่กำลังนั่งอ้อนให้คุณยายไปร่วมงานตอนเย็นกับเธอ เขาเข้าใจดีว่าคุณยายนวลแขเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานมาหลายวันแล้ว

“แล้วอย่างนี้ใครจะเป็นญาติผู้ใหญ่ให้อัยย์ล่ะคะลุงนุ” เธอถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เธออยากให้มีญาติผู้ใหญ่ไปร่วมงานฉลองในช่วงเย็นด้วย

“ก็ลุงกับป้าไง นี่ลุงตัดสูทหล่อๆ ไว้แล้วนะ กะว่างานนี้จะหล่อแข่งกับเจ้าบ่าวเสียหน่อย” นุกูลตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาตั้งใจจะไปร่วมงานฉลองในช่วงเย็นและเป็นตัวแทนของครอบครัวอย่างเต็มที่

“พี่ณัฐไหนมาบอกว่าไม่มีใครไปไงคะ” ไอรดาหันไปถามศุภณัฐลูกพี่ลูกน้องของเธอด้วยความสงสัย

“พี่พูดแบบนั้นเหรอ พูดตอนไหน เราฟังผิดหรือเปล่า ทำงานมากจนเบลอหรือเปล่า” ศุภณัฐแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ เขาอยากจะแกล้งน้องสาวเล่น

“จริงๆ นะคะลุงนุป้าอร พี่ณัฐพูดแบบนั้นจริง อัยย์จำได้” เธอยืนยันและจำได้แม่นว่าศุภณัฐพูดแบบนั้นจริงๆ

“มั่วแล้วหนูอัยย์ พี่ว่าอย่าเสียเวลาเถียงกันเลย รีบกลับกรุงเทพกันเถอะ แต่งตัวไม่ทันจะมาว่าพี่ไม่ได้นะ” ศุภณัฐรีบตัดบทแล้วหัวเราะที่แกล้งน้องสาวได้

“อย่างอัยย์น่ะ สวยอยู่แล้ว ต่อให้หน้าสดก็ยังได้ใช่ไหมคะพี่ติ” ไอรดาหันมาถามเจ้าบ่าว

“ใช่ครับ”

“นี่ขนาดเพิ่งจะแต่งได้ไม่กี่ชั่วโมงยังกลัวเมียขนาดนั้น พี่นึกไม่ออกเลยว่าต่อไปอนาคตจะเป็นยัง” ศุภณัฐยักไหล่ก่อนจะรีบขึ้นไปนั่งบนรถตู้เป็นคนแรกเพื่อไปร่วมงานฉลองตอนเย็นซึ่งตอนนี้บิดามารดาของอติรุจน์นั้นได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

“อย่าไปฟังพี่ณัฐเลยค่ะพี่ติ”

“เอาล่ะ ยายว่ารีบไปกับเถอะเดี๋ยวจะแต่งหน้าทำผมไม่ทันอย่างที่เจ้าณัฐว่า หนูอัยย์ ถึงยายไม่ไป ก็ไม่ใช่ว่ายายไม่ยินดีกับหนูนะ แต่ยายไม่ไหวจริงๆ”

“งั้นอัยย์ให้พี่ณัฐถ่ายรูปมาให้ยายดูเยอะๆ นะคะ”

“จ้ะลูก พ่อติยายฝากหนูอัยย์ด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันแล้วก็อย่าลืมรีบมีเหลนให้ยายอุ้มก่อนที่ยายจะไม่มีแรงนะ” คุณยายนวลแขอวยพรหลานสาวและว่าที่หลานเขยด้วยความรักและความห่วงใย เธออยากเห็นเหลนตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นในบ้านก่อนที่เธอจะหมดแรง

“ครับคุณยาย แล้วผมจะพาน้องอัยย์กลับมาเยี่ยมคุณยายๆ บ่อยนะครับ”

รถตู้เล่นออกจากบ้านสวนแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสายหลัก ใช่เวลาเพียงชั่วโมงเศษก็มาถึงบริเวณบ้านของอติรุจน์ที่ตอนนี้สถานที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามสำหรับงานฉลองมงคลสมรสในช่วงเย็น

“สวยมากเลยค่ะพี่ติ เหมือนที่อัยย์คิดไว้เลยค่ะ”        “พี่ดีใจที่อัยย์ชอบ พี่ว่าอัยย์รีบไปแต่งตัวนะครับ”

“ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป