บทที่ 7 ข้อตกลง 1
ไอรดาไม่เชื่อในวิ่งที่อติรุจน์พูดหญิงสาวจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปถามนุกูลผู้เป็นลุงถึงอาการป่วยของคุณยาย เธอรอสายไม่นานนุกูลก็รับสายสายด้วยเสียงที่อบอุ่นอย่างเคย
“สวัสดีค่ะลุงนุ”
“ทำไมหลานของลุงตื่นเช้าจังเลยล่ะ วันนี้ไม่ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ”
“อัยย์ตื่นเช้าจนชินแล้วค่ะ ลุงนุทำอะไรอยู่คะ อัยย์โทรมากวนหรือเปล่า” ไอรดาถามเรื่องทั่วๆ ไปก่อนเพราะกลัวคุณลุงจะสงสัย
“ลุงกำลังจะเข้าสวนจ้ะ แล้วหนูอัยย์ล่ะลูกเตรียมตัวไปฮันนีมูนแล้วใช่ไหม”
“ค่ะลุงนุ” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงแต่เธอไม่คิดจะไปฮันนีมูนอีกต่อไปแล้ว เธอคิดแค่จะหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด แต่นั่นก็ต้องรู้ก่อนว่าคุณยายป่วยอย่างที่อติรุจน์พูดหรือเปล่า
“ทำไมลุงถึงรู้สึกว่าเสียงของหนูอัยย์ฟังดูไม่ดีเลย มีอะไรหรือเปล่าลูก บอกลุงได้นะ”
“ลุงคะ พี่ติบอกอัยย์ว่าคุณยายไม่สบายจริงไหมคะ” ถามออกไปแล้วก็หวังว่าคำตอบจะเป็นอย่างที่ตนเองต้องการ
“ก็ไม่สบายนิดหน่อย”
“บอกอัยย์มาเถอะค่ะว่าคุณยายเป็นอะไรอัยย์ก็เป็นหลานของคุณยายนะคะ หรือทุกคนคิดว่าอัยย์ไม่ใช่คนในครอบครัวเลยไม่บอกเรื่องนี้” หญิงสาวพูดด้วยเสียงสั่นทั้งเป็นห่วงคุณยายและน้อยใจที่เธอต้องมารู้เรื่องอาการป่วยของคุณยายจากคนอื่น
“ยายเป็นมะเร็งปากมดลูกจ้ะ” นุกูลคิดว่าคงไม่สามารถปิดเรื่องนี้ได้จึงบอกความจริงออกไป
“อะไรนะคะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่มีใครบอกอัยย์เลยล่ะ แล้วคุณยายยังต้องมาเหนื่อยจัดงานแต่งอีก”
“หนูอัยย์ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ ตอนนี้คุณยายท่านกำลังใจดียิ่งเห็นว่าหนูอัยย์แต่งงานและมีความสุขดี ท่านก็ยิ่งมีความสุขไปกับหนูอัยย์ด้วย”
“แล้วเรื่องผ่าตัดล่ะคะคุณลุง อัยย์จะลองถามเพื่อนๆ ดูว่ามีหมอที่ไหนเก่งๆ บ้าง”
“เรื่องนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่างหรอกจ้ะ หมอที่รักษาคุณยายน่ะท่านเก่งมาก จบจากเมืองนอกเลยนะ”
“กำหนดผ่าตัดวันไหนคะ”
“วันที่ 15 เดือนหน้าจ้ะ”
“อีกตั้งสองอาทิตย์เลยนะคะลุงนุ” หญิงสาวเป็นกังวลเพราะกลัวว่ามะเร็งจะลุกลามไปไกล
“คุณหมอเขานัดผ่าตัดตามอาการคนไข้น่ะลูก” นุกูลอธิบายตามที่เขาได้ฟังมาจากแพทย์เจ้าของไข้
ไอรดาเข้าใจเงื่อนไขข้อนี้ดีแต่เธอก็ยังเป็นห่วงคุณยายมาก ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยได้เธอก็อยากจะทำ
“ลุงนุบอกชื่อหมอมาได้ไหมเผื่อว่าอัยย์จะรู้จัก”
“ถ้าหนูใช้ความเป็นหมอ ใช้ความสนิทสนมไปขอลัดคิว ลุงว่ามันไม่ยุติธรรมกับคนไข้คนอื่นเลย หนูอัยย์คงไม่ทำแบบนั้นใช่ไหม”
“อัยย์รู้ว่ามันผิดแต่อัยย์ก็อยากให้คุณยายได้ผ่าตัดไวๆ” ไอรดาตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอรู้สึกสับสนระหว่างความถูกต้องและความรักที่มีต่อคุณยาย
“ลุงว่าหนูลืมเรื่องนี้ไปก่อนแล้วไปฮันนีมูนให้สนุก กลับมาก็มีแหลนให้คุณยายอุ้มดีกว่าไหม” เขาไม่อยากให้หลานสาวต้องมาทุกข์ใจในช่วงที่ควรจะมีความสุข
“อัยย์ไม่อยากไปเลยอัยย์เป็นห่วงคุณยาย” หญิงสาวเป็ยกังวลเรื่องอาการของคุณยายและเธอเองก็ไม่คิดจะไปไหนกับอติรุจน์อีกต่อไปแล้ว
“ลุงกับป้าและพี่ณัฐก็อยู่ หรือหนูอัยย์คิดว่าพวกเราดูแลคุณยายไม่ได้พอ หนูอัยย์ไม่ไว้ใจพวกเราขนาดนั้นเลยเหรอ” นุกูลทำทีเป็นน้อยใจเพราอยากให้หลานสาวไปฮันนีมูนตามกำหนดเดิม เพราะที่ผ่านมาไอรดาทำงานหนักมาตลอดและไม่เคยได้หยุดไปเที่ยวนานๆ เลย
“คุณลุงขาอัยย์ไม่เคยคิดอย่างงั้นเลยนะคะ” ไอรดารีบปฏิเสธเพราะกลัวคุณลุงจะเข้าใจผิด
“ถ้าไม่คิดก็ทำทุกอย่างไปตามแผนเดิม กลับจากฮันนีมูนค่อยกลับมาหาคุณยาย ถ้าท่านรู้ว่าอัยย์ไม่ยอมไปเที่ยวเพราะเป็นห่วงท่าน ลุงว่าท่านคงจะเสียใจ”
“โอย ทำไมกดดันกันอย่างนี้คะงั้นอัยย์จะกลับไปที่บ้านสวนหลังจากกลับมาจากฮันนีมูนนะคะ”
“ได้สิ ลุงขอให้หนูเที่ยวกันอย่างมีความสุขนะลูก”
“ขอบคุณนะคะลุงนุ อัยย์ฝากลุงนุดูแลคุณยายด้วยนะคะ”
“ได้สิ ลุงกับป้าและพี่ณัฐจะดูแลคุณยายอย่างดี”
หลังจากวางสายแล้วไอรดาก็เดินกลับมายังห้องรับแขกอีกครั้งด้วยความรู้สึกสับสนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอติรุจน์อีกครั้ง และครั้งนี้เธอต้องหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้ได้
“รู้ความจริงแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะ”
“พี่ว่าเรามาหาทางออกร่วมกันดีกว่าไหม” อติรุจน์พยายามจะคุยกับไอรดาอย่างสันติที่สุด เขาเองก็คงไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลายไปมากกว่านี้
“มันจะมีทางออกอะไรอีกเหรอคะพี่ติ” ไอรดามองไม่เห็นทางออกสำหรับเรื่องนี้เลยสักนิด ไอรดามองไม่เห็นทางออกสำหรับเรื่องนี้เลยสักนิด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความสิ้นหวัง
“เราจะยังไม่หย่ากันจนกว่าสุขภาพของคุณยายจะดีขึ้น พี่จะพาอัยย์ไปเยี่ยมท่านที่บ้านทุกอาทิตย์” อติรุจน์เสนอทางออกที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน
“พี่ติจะได้อะไรจากเรื่องนี้คะ” ไอรดาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เธอต้องการรู้ถึงเบื้องหลังของข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้เธอ
“ถ้าอัยย์กับพี่ยังอยู่ด้วยกันทางบ้านพี่ก็จะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตพี่ไง” ชายหนุ่มตอบอย่างตรงไปตรงมาเพราะเขาต้องการอิสระจากครอบครัว
“แต่อัยย์ว่าเราควรหย่ากันนะคะ หย่าแบบเงียบๆ ก็ได้ อัยย์ไม่อยากให้ทะเบียนสมรสต้องสร้างปัญหาทีหลัง” เธอเสนอทางออกที่เธอคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเธอเอง เธอไม่อยากให้ชีวิตของเธอต้องผูกติดอยู่กับความลับนี้ไปตลอด
“แต่เรื่องนี้ต้องปิดเป็นความลับ รอเวลาที่เหมาะสมแล้วเราก็บอกกับพวกท่านว่าเราอยู่ด้วยกันไม่ได้ พ่อกับแม่พี่ก็คงไม่อยากจะจับให้พี่แต่งงานกับใครอีก” เขาต้องการยื้อเวลาออกไปอีกสักนิดเพื่อคิดวางแผนว่าจะทำยังไงต่อ
“แน่นะคะ” เธอไม่รู้ว่าจะเชื่อใจเขาได้มากแค่ไหน
“แน่สิ แต่ระหว่างนี้อัยย์ห้ามคบคนอื่น”
“อัยย์ว่าพี่เห็นแก่ตัวมากนะคะ ห้ามอัยย์คบคนอื่น แต่ตัวเองมีความสุข” เธอไม่พอใจและรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ
“ก็ได้ๆ พี่ไม่ห้ามก็ได้ อัยย์จะคบใครก็ได้ ขอแค่อย่าเพิ่งเปิดตัวรอจนกว่าทุกอย่างจะโอเค” เขายอมอ่อนข้อเพราะมันคงยังดีกว่าการหย่ากันในเวลานี้
“ฟังยังไงอัยย์ก็เสียเปรียบนะคะ เพราะหลังจากหย่ากันแล้วคนที่เสียหายก็คืออัยย์ ไหนจะต้องทำตัวเหมือนคนมีสามีตั้งนาน”
“แต่พี่ไม่ได้ทำอะไรให้อัยย์เสียหาย” เขาแก้ตัว
“ใครเขาจะเชื่อล่ะคะ ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว” เธอเป็นกังวลว่าคนในสังคมจะมองเธอยังไง
