บทที่ 11 บทที่ 3 คนในความลับ 75%

ต่อตระการนั่งเหม่อมองออกไปยังด้านนอกห้องทำงานอย่างไร้

จุดมุ่งหมาย ในมือของเขาควงเมาส์ปากกาไปมาราวกับวงล้อเครื่องจักรที่หมุนเอื่อย ๆ เบื้องหน้ามีจอมอนิเตอร์ขนาดยี่สิบเจ็ดนิ้วเปิดโปรแกรมเขียนแบบค้างอยู่ บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของเครื่องเพิ่งลงมือทำงานไปได้ไม่เท่าไร เพราะงานที่ต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูงอย่างการเขียนแบบนั้น ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถรังสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างที่ใจต้องการ เนื่องจากไม่มีสมาธิเพียงพอ

บริษัท บอร์นทูบิลด์ จำกัด เป็นบริษัทรับสร้างบ้านตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ และไม่ใช่แค่บ้านอย่างเดียวเท่านั้น อาคารพาณิชย์ หรืออาคารสำนักงานก็รับทำหมด นอกจากนี้ยังรับออกแบบตกแต่งภายใน และจัดสวนให้กับลูกค้าอีกด้วย

บริษัทนี้ก่อตั้งมาร่วมสามสิบกว่าปีแล้วตั้งแต่สมัยบิดามารดาของเขา ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหารคือต้นตระกูล พี่ชายคนโต โดยมีเขา ซึ่งเป็นบุตรชายคนรองดูแลรับผิดชอบในส่วนของการออกแบบ

ที่ดินในการก่อตั้งบริษัทนี้ก็เป็นสมบัติเก่าของคุณปู่ผู้ล่วงลับ และเนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับทำเลทองย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ แทนที่จะขายเก็งกำไร หรือให้บริษัทอื่นมาเช่าไปในราคาสูง แต่บิดาของเขาเลือกที่จะก่อสร้างอาคารสองชั้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นออฟฟิศสำหรับดำเนินธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน

ตัวอาคารทั้งบนและล่างทำเป็นกระจกใสเกือบทั้งหมด มองผิวเผินเหมือนบ้านสองชั้นรูปตัวแอลดีไซน์ทันสมัยตั้งอยู่กลางสวนสวย ผนังด้านนอกรวมถึงโครงหลัก ๆ ก่อขึ้นจากหินทรายสีน้ำตาลสไตล์ลอฟต์ติดกันเป็นบล็อกเหมือนปราสาทของขุนนางในยุโรปสมัยก่อน กรอบประตู วงกบ รวมถึงบันได และพื้นของชั้นบนทำจากไม้ขัดเงาสีมะฮอกกานี พื้นด้านล่างเป็นปูนเปลือย เน้นการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแบบเรียบหรู ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน ซึ่งลูกค้าที่มาติดต่องานที่นี่มักจะเอ่ยปากชมอยู่เสมอว่าเป็นออฟฟิศที่เก๋ไก๋ และน่ามานั่งทำงานมากที่สุด

แต่สำหรับต่อตระการแล้ว เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำงานอะไรทั้งสิ้น เมื่อภาพที่ปรากฏแก่สายตาตรงหน้าเป็นภาพของวิวัลลา ผู้หญิงที่หักอกเขาอย่างยับเยินกำลังโน้มตัวลงไปจูบกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถแอสตัน มาร์ติน ที่มีราคาค่าตัวสูงถึงสี่สิบกว่าล้าน ซึ่งแน่นอนว่าชาตินี้เขาคงไม่มีปัญญาซื้อ

ต่อตระการละสายตาจากภาพชวนปวดใจเบื้องหน้า พลางกดรีโมตให้มู่ลี่ปิดลงอัตโนมัติเพื่อปิดกั้นภาพต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกอาคารกระจก เขาหยิบโทรศัพท์ถือถือขึ้นมาไล่ดูรายชื่อที่ตนเพิ่งบันทึกลงเครื่องเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา จากนั้นจึงกดโทร. ออกทันที

รอสายอยู่นานแต่กลับไม่มีคนรับสาย เขาจึงล้มเลิกความตั้งใจแล้วเปลี่ยนเป็นมาใช้โปรแกรมแชตสนทนาแทน

Tortrakarn :

แก้วครับ นี่พี่ต่อเองนะ ทำอะไรอยู่ พี่โทรหาเมื่อกี้ทำไมไม่รับสาย

Tortrakarn :

ว่างแล้วโทรกลับหาพี่ด้วยนะครับ

ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงที่เดิมพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเริ่มหันมาสนใจกับงานตรงหน้าต่อ ทว่าดูเหมือนสมาธิเขายังคงไม่กลับมา เมื่อสายตาพานแต่จะมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์อยู่ตลอด ทุกครั้งที่มีไฟสว่างวาบขึ้นมาที่หน้าจอ เขาจะต้องชะโงกหน้าไปดูทุกครั้ง ด้วยหวังว่าหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งส่งข้อความไปหาจะตอบกลับมา...แต่ก็ไม่ใช่

เขากดโทรศัพท์อีกครั้ง เพื่อดูว่าแก้วกานดาได้อ่านข้อความที่ส่งไปหรือยัง แต่เมื่อระบบแจ้งว่าเธอยังไม่ได้อ่าน ทำเอาคนที่เผลอตัวนั่งเฝ้ามองแต่โทรศัพท์ต้องหงุดหงิดขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้

“มัวทำอะไรอยู่วะ โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่อ่าน อย่าให้เจอหน้านะ โดนทำโทษแน่แก้ว”

เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียว หัวคิ้วขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อรู้สึกว่าวันนี้อะไรก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ทว่าพอนึกถึงบทลงโทษที่เขาจะใช้จัดการกับแก้วกานดาก็ทำให้อดยิ้มออกมาไม่ได้

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังสามครั้งแล้วถูกเปิดออก ตามมาด้วยร่างเพรียวสมส่วนของหญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสทันสมัยราคาแพง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นถูกระบายเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างพิถีพิถัน รอยยิ้มหวานล้ำละมุนละไมที่ส่งมาให้ขณะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานนั้น ทำเอาเจ้าของห้องถึงกับตาพร่า หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วจนมือเผลอจับเมาส์ปากกาไว้แน่น

“ต่อคะ วิซื้อขนมมาฝากล่ะ วิจำได้ว่าต่อชอบกิน วันนี้บังเอิญขับรถผ่านก็เลยแวะซื้อมาให้”

วิวัลลาวางถุงขนมลงบนโต๊ะ พร้อมกับลากเก้าอี้ที่อยู่อีกมุมมาตั้งตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขาแล้วหย่อนตัวลงนั่ง

“ขอบคุณครับวิ กำลังนึกอยากกินพอดีเลย”

ต่อตระการยิ้มส่งให้แกน ๆ พยายามปรับสีหน้าให้นิ่งและเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะวกไปคุยเรื่องงาน

“จริงสิ วันนี้วิต้องออกไปพรีเซนต์แบบบ้านของคุณศิวัตน์กี่โมง”

วิวัลลาทำตำแหน่ง Account Executive หรือ AE มีหน้าที่หาลูกค้า และติดต่อประสานงานระหว่างบริษัทกับผู้ว่าจ้าง ต้องนำแบบไปเสนอให้ลูกค้าดูจนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเผยแพร่ความต้องการของลูกค้าที่ตนไปรับข้อมูล มาแจ้งแก่ผู้ที่รับหน้าที่ออกแบบในงานนี้เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

“อีกสักชั่วโมงก็จะออกไปแล้วค่ะ ถึงได้แวะเข้ามาเอาแบบกับต่อนี่ไง ต่อพิมพ์ไว้ให้วิรึยังคะ” วิวัลลาเอียงหน้าถามชายหนุ่มอย่างน่ารัก

“เรียบร้อยแล้ว อยู่บนโต๊ะนั่นน่ะ วิลองดูก่อนก็ได้ว่ามีตรงจุดไหนที่ไม่น่าจะใช่อย่างที่คุณศิวัตน์เขาต้องการรึเปล่า แต่เท่าที่ผมดู ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดจากที่คุยกันครั้งหลังสุดนะ”

ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะยาว หยิบกระดาษขนาดเอสามที่วางซ้อนกันอยู่สี่ห้าแผ่นขึ้นมาดู

“อะไรกันคะต่อ อย่าบอกนะว่าพูดแบบนี้แสดงว่าจะให้วิไปคนเดียวน่ะ ไม่เอานะ ต่อไปกับวิได้ไหมคะ นะต่อนะ วันนี้วิไม่อยากไปเจอคุณศิวัตน์คนเดียว เขาดูขี้หลียังไงก็ไม่รู้ วิไม่ชอบเขาเลย ต่อไปพรีเซนต์กับวินะ นะคะต่อ”

วิวัลลาเดินเข้ามาเขย่าแขนเขาอย่างที่เคยทำทุกครั้ง ด้วยรู้ดีว่าเขาแพ้ทางเสมอหากเธอเพียงแค่ทำเสียงออดอ้อนเข้าไว้

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาคิดกับเธออย่างไร เพราะเขาเคยสารภาพรักกับเธอมาแล้ว แต่สำหรับต่อตระการนั้น เขายังไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุดที่เธอจะตกลงปลงใจด้วยในตอนนี้ เขายังเป็นแค่พนักงานบริษัทกินเงินเดือนธรรมดา ๆ ถึงแม้จะมีฐานะเป็นบุตรชายเจ้าของบริษัท แต่คนที่กุมบังเหียนตัวจริงกลับเป็นต้นตระกูล พี่ชายของเขา ไม่ใช่เขาซึ่งเป็นเพียงบุตรชายคนรอง

เธอรักความสบาย ไม่ปรารถนาจะเป็นมนุษย์เงินเดือนไปตลอดชีวิต โชคดีที่ตอนนี้เธอได้คบหาดูใจกับนักธุรกิจระดับพันล้าน แถมยังเป็นไฮโซชื่อดังของเมืองไทย และเธอก็มั่นใจว่าความสวย ความมีเสน่ห์ และความช่างเอาอกเอาใจของเธอจะสามารถมัดใจหนุ่มนักธุรกิจคนนั้นให้มาขอเธอแต่งงานได้อย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป