บทที่ 12 บทที่ 3 คนในความลับ 100%

“ผมยังแก้แบบโฮมออฟฟิศของคุณเบลล่าไม่เสร็จเลย ผมคงไปด้วยไม่ได้หรอกครับวิ”

ต่อตระการพูดอย่างหนักใจ ตามหลักแล้ววันนี้เขาต้องทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จ เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะได้นำแบบที่แก้ไขแล้วเรียบร้อยส่งต่อให้เออีอีกคนไปพรีเซนต์ให้กับลูกค้า

“ต่อก็เอากลับไปทำที่คอนโดฯ สิ ทุกทีก็เห็นเอากลับไปทำนี่นา นะคะต่อ ไปกับวิหน่อยนะ...”

หญิงสาวยังคงออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน พลางใช้ท่าไม้ตายนั่นคือการซบหน้าลงกับต้นแขนของเขา เพียงแค่นั้นคนถูกอ้อนก็ใจอ่อนยวบ

“อืม...ไปก็ไป”

สิ้นเสียงของเขา หญิงสาวก็ยิ้มร่าอย่างยินดี เธอเอานิ้วมือของตนเองแตะที่ริมฝีปากก่อนจะเอาไปแตะที่แก้มของเขาเพื่อเป็นการขอบคุณ

“ต่อน่ารักที่สุดเลย วิรักต่อก็ตรงนี้แหละ ถ้างั้นวิจะรอที่โต๊ะนะคะ”

พูดจบเจ้าตัวก็เดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้เจ้าของห้องได้แต่มองตามไปจนกระทั่งประตูปิดลง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาหนัก ๆ พลางเดินไปทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

อุตส่าห์พยายามจะตัดใจให้ได้ แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ให้ความร่วมมือกับเขาเลย เธอยังคงทำตัวปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง คงมีแต่เขาเท่านั้นที่คิดฟุ้งซ่านไปเองฝ่ายเดียว

แสงสว่างวาบขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์ ทำให้ชายหนุ่มละจากความคิดหดหู่ที่ตีรวนกันอยู่ในหัวแล้วเอื้อมไปหยิบขึ้นมาดู

Keaw :

ขอโทษค่ะ ตอนนั้นแก้วติดคนไข้อยู่เลยรับโทรศัพท์ไม่ได้

Keaw :

พี่ต่อมีอะไรรึเปล่าคะ

เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากใคร เขาก็รีบพิมพ์ตอบกลับไปทันที

Tortrakarn :

ถามซะห่างเหินเลยนะ

Tortrakarn :

ถ้าไม่มีอะไรพี่จะไลน์หาแก้วไม่ได้หรือ

Tortrakarn :

วันนี้เลิกงานกี่โมง

Keaw :

ออกเวรประมาณสองทุ่มค่ะ

Tortrakarn :

โห...โรงงานนรกหรือไง เลิกงานตั้งสองทุ่ม

Keaw :

ไม่ใช่โรงงานค่ะ โรงพยาบาล แก้วเป็นพยาบาลนี่คะ

พออีกฝ่ายพิมพ์ถึงตรงนี้ ต่อตระการก็อดยิ้มขันไม่ได้ แม่คุณก็ช่างซื่อเหลือเกิน ไม่รู้เลยหรือว่าเขาแค่แกล้งหยอก

Tortrakarn :

เอาเถอะ จะเป็นอะไรก็ช่าง แต่วันนี้เป็นหมอนวดให้พี่หน่อยละกันนะ

Tortrakarn :

เมื้อย...เมื่อย อยากให้แก้วนวดให้จังเลย

Tortrakarn :

พี่เลิกงานหกโมงเย็น เดี๋ยวจะแวะไปเอากุญแจห้องกับแก้วที่โรงพยาบาลนะ

Keaw :

กุญแจห้องพี่ต่อไม่ได้อยู่กับแก้วนี่คะ

Tortrakarn :

พี่ยังไม่ได้พูดสักคำว่ากุญแจห้องพี่

Tortrakarn :

พี่จะไปเอากุญแจห้องแก้วต่างหากล่ะ

Tortrakarn :

แล้วเจอกันนะจ๊ะ

จบประโยค ชายหนุ่มก็ส่งสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนรูปจูบไปให้ รอจนแน่ใจว่าแก้วกานดาจะไม่ส่งข้อความอะไรมาให้อีก เขาจึงปิดโทรศัพท์ลงตามเดิม

ใบหน้าคมเข้มระบายรอยยิ้มอ่อนโยนเต็มวงหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานของผู้หญิงอีกคนที่เขานอนกอด และตักตวงความสุขจากเธอมาตลอดทั้งคืน

เอาเข้าจริง ๆ พอถึงเวลาเลิกงาน ต่อตระการก็ไม่ได้แวะเข้าไป

เอากุญแจกับแก้วกานดาอย่างที่ได้บอกไว้ ทิ้งให้แก้วกานดาต้องรอคอยอย่างกระวนกระวาย จะส่งข้อความไปหาเขา ก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนมากจนเกินไป สุดท้ายจึงได้แต่ตัดใจแล้วกลับเข้าไปทำงานของตนตามเดิม

แก้วกานดากลับมาถึงคอนโดฯ ตอนสามทุ่มเล็กน้อย ระหว่างยืนรอลิฟต์ จู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนเข้ามาเกาะกุมต้นแขนแล้วบีบเบา ๆ พร้อมกับมีเสียงทุ้มต่ำพูดชิดใบหูด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

“ไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ ไหนว่างานเลิกสองทุ่ม”

ต่อตระการยืนซ้อนหลังหญิงสาว เห็นเจ้าตัวสะดุ้งเบา ๆ จึงเปลี่ยนจากกุมต้นแขนมาเป็นโอบไหล่ของเธอแทนอย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“แวะกินข้าวแถวโรงพยาบาลน่ะค่ะ”

แก้วกานดาพูดแค่นั้น แม้ใจนึกอยากจะถามเขาบ้างเรื่องที่เขาไม่มาตามนัดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แต่คำพูดเหล่านั้นก็ติดอยู่ที่ริมฝีปากไม่ได้เอ่ยออกไป

ต่อตระการทำเสียงงึมงำในลำคอเป็นเชิงรับรู้แล้วไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ยืนรอลิฟต์ไปเงียบ ๆ จนกระทั่งลิฟต์เคลื่อนตัวจากชั้นบนลงมาเปิดรอรับอยู่ตรงหน้า ทั้งสองจึงก้าวเข้าไปข้างใน ครั้นเมื่อลิฟต์ปิดลง และในลิฟต์มีเพียงเขากับเธอแค่สองคนเท่านั้น ชายหนุ่มก็เปิดปากพูดอีกครั้ง

“ขอโทษที่พี่ไม่ได้แวะไปหาเมื่อตอนเย็น ติดงานอยู่กับลูกค้าน่ะ จะไลน์มาบอกก็ไม่สะดวก”

เขาบอกเธอเสียงราบเรียบแต่ไม่ได้สบตาด้วย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาหลังกลับจากไปพรีเซนต์งานให้ลูกค้ากับวิวัลลาแล้ว อีกฝ่ายก็ชวนเขาไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารร้านประจำที่เขากับวิวัลลามักไปด้วยกันบ่อย ๆ นาทีนั้นเขายอมรับว่าลืมแก้วกานดาไปเสียสนิท ลืมว่าเขาบอกเธอไว้ว่าจะแวะเข้าไปเอากุญแจห้องที่โรงพยาบาล หลังจากที่ขับรถไปส่งวิวัลลาที่คอนโดฯ แล้วเรียบร้อยเขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงขับรถกลับคอนโดฯ ของตนเองเพื่อเก็บของบางอย่างแล้วขับมารอแก้วกานดาที่นี่

“ไม่เป็นไรค่ะ เห็นพี่ต่อไม่ได้มา แก้วก็รู้ว่าพี่คงติดงาน” หญิงสาวตอบเขาไปอย่างไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

เมื่อมาถึงชั้นแปด ทั้งสองคนเดินออกจากลิฟต์แล้วเดินไปยังห้องของหญิงสาว แก้วกานดาล้วงหยิบกุญแจห้องออกมาไขประตูแล้วเปิดเข้าไปด้านใน เธอหันมามองเขาอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นเขาก้าวเข้ามาในห้อง

“พี่ต่อจะกลับเลยหรือคะ” แก้วกานดาถามพาซื่อเพราะไม่เห็นเขาเดินตามเข้ามา จึงนึกว่าเขาคงมาส่งเธอแค่หน้าห้อง และกำลังจะกลับไปที่บ้านของตนเอง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ตอบคำถาม ซ้ำยังชวนคุยไปเรื่องอื่น

“แก้วมีกุญแจสำรองห้องแก้วรึเปล่า พี่ขอไว้ชุดหนึ่งสิเดี๋ยวพี่จะลงไปเอาเสื้อผ้าในรถมาไว้ในตู้” ชายหนุ่มแบมือขอเธอซึ่งหน้า

“ฮะ! เสื้อผ้าของใครคะ ของพี่ต่อน่ะหรือ แล้วจะเอามาไว้ที่ตู้เสื้อผ้าแก้วทำไม” แก้วกานดาขมวดคิ้วมุ่น คนถูกถามเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของหญิงสาว ใบหน้าคมคายก็ฉีกยิ้มกว้าง

“มีอะไรสงสัยนักหนา พี่ก็แค่จะหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามแก้วไง ไม่ดีหรือ” ต่อตระการหัวเราะขลุกขลักในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าหวาน ๆ ขึ้นสีระเรื่อชวนมอง จนเขาอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปจูบเร็ว ๆ ที่ริมฝีปากอิ่มพร้อมกับแกล้งขู่ไปเล็กน้อย

“มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวก็จับปล้ำโชว์ตรงนี้เสียเลยดีไหม”

จบประโยคของเขา หญิงสาวก็รีบผลุบหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมกับกุญแจสำรองอีกชุดมายื่นส่งให้เขาถึงมือ ต่อตระการรับมาถือไว้แต่ก็ไม่วายยื่นมือไปหยิกแก้มนวลเบา ๆ

“โอ๊ย...พี่ต่อ แก้วเจ็บนะ” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบแก้มตนเองป้อย ๆ ตวัดค้อนใส่เขาอย่างน่ารัก จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มข้างนั้นแทนคำปลอบใจ ก่อนจะเดินออกไปหน้าลิฟต์ ทิ้งให้แก้วกานดาได้แต่อมยิ้มหน้าแดงอยู่เพียงลำพังหลังบานประตู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป