บทที่ 2 บทที่ 1 จุดเริ่มต้น 35%

“แก้ว ทางนี้ ๆ”

ต้องตาลุกจากเก้าอี้ แล้วโบกไม้โบกมือให้เพื่อนที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากส่วนผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เจ้าตัวยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนสนิทกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยอาการดีใจไม่ต่างกัน

“ต้อง” แก้วกานดาเรียกชื่อเพื่อนพลางกางแขนตั้งรับต้องตาที่โผเข้ากอดอย่างเต็มรัก

“คิดถึงแกจังเลยยายแก้ว” ต้องตาผละออกมา แล้วแกว่งแขนเพื่อนเล่นอย่างที่เคยชอบทำเมื่อครั้งที่เรียนมัธยมด้วยกัน

แก้วกานดากับต้องตาเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน เพราะเรียนมัธยมมาด้วยกันถึงหกปีเต็ม ก่อนแก้วกานดาจะสอบเข้าเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพราะต้องย้ายตามบิดาที่ขอทำเรื่องกลับมารับราชการทหารในช่วงบั้นปลายที่จังหวัดบ้านเกิด ในขณะที่ต้องตานั้นเลือกเรียนวิศวะฯ มหาวิทยาลัยมีชื่อในกรุงเทพฯ

“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกันแหละ ไม่เห็นขึ้นไปเยี่ยมฉันที่เชียงใหม่บ้างเลยไหนบอกว่าจะไปหาบ่อย ๆ”

แก้วกานดาพูดกับเพื่อนอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะจูงมือพากันเดินออกจากสนามบินเพื่อไปขึ้นรถที่ต้องตาขับมารับ

“ก็อยากจะไปอยู่หรอกนะ แต่งานก็รัดตัวเหลือเกิน ว่าแต่แกเถอะหิวรึเปล่าแก้ว ก่อนมานี่กินอะไรมารึยัง ฉันจะได้แวะร้านอาหารก่อนเข้าบ้านให้” ต้องตาหันไปถามเพื่อนหลังจากที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว

“เริ่มหิวแล้ว แต่เรากลับไปกินที่บ้านแกดีกว่า ฉันเอาน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกับแคบหมูมาฝากด้วยนะ อยู่ในกระเป๋านั่นแหละ”

แก้วกานดาบอกเพื่อนตาเป็นประกาย รู้ดีว่าเพื่อนรักชอบไส้อั่วร้านดังของเมืองเชียงใหม่มากจึงซื้อมาฝากเสียเยอะ ซึ่งของฝากโดยเฉพาะที่เป็นอาหารนั้น กินพื้นที่ในกระเป๋าของเธอเกือบครึ่งเลยทีเดียว

“ว้าย...เจ้านั้นรึเปล่า ฉันรักแกที่สุดในโลกเลยแก้ว มาหอมทีมา”

ต้องตาทำท่าจะยื่นหน้ามาหอมทั้งที่มือยังจับพวงมาลัยอยู่ ทำเอาคนจะถูกหอมหัวเราะคิกคัก

“ขับรถไปเถอะ แหม...พอเป็นของกินนี่ตาวาวเชียว”

ยิ่งใกล้บ้านของต้องตา แก้วกานดาก็รู้สึกใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น นานมากแล้วที่เธอไม่ได้มาบ้านหลังนี้ ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายเลยก็ว่าได้ เมื่อก่อนเธอมาติวหนังสือกับต้องตา และมานอนค้างที่นี่บ่อยจนเข้านอกออกในบ้านของต้องตาได้ราวกับเป็นลูกสาวอีกคนของบ้าน

แต่เธอรู้ดีว่าอาการใจเต้นแรงนี้ สาเหตุไม่ได้มาจากเพราะห่างไปนาน แต่เป็นเพราะใครคนหนึ่งที่เธอแอบเก็บเขาไว้ในซอกหัวใจลึก ๆ และแอบเอาเขาไปเฝ้าฝันถึงอยู่บ่อย ๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่นช่างฝัน เมื่อครั้งที่เรียนจบมัธยมปลายแล้วกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ตามบิดามารดา เธอคิดว่าความรู้สึกเหล่านั้นคงค่อย ๆ หายไปเองตามกาลเวลา และคิดเอาว่าเธอก็คงแค่ปลื้มเขาเหมือนที่ปลื้มนักร้องเกาหลีทั่วไป

แต่เปล่าเลย...มันไม่ใช่ เธอไม่สามารถลบภาพเขาออกไปจากใจได้แม้กระทั่งในตอนนี้ก็ตาม ทุกวันนี้เขาก็ยังคงอยู่ในที่ที่เธอซุกซ่อนเขาเอาไว้อย่างมิดชิดไม่ให้ใครได้รับรู้ โดยเฉพาะต้องตา

เธอจะให้เพื่อนรักรู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดว่า เพื่อนสนิทอย่างเธอแอบหลงรักพี่ชายคนรองของบ้านนี้...ต่อตระการ

รถเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านที่แสนคุ้นเคย เมื่อห้าปีก่อนเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดไปจากเมื่อก่อนมากนัก แก้วกานดาเผลอบีบมือเข้าหากันเมื่อก้อนเนื้อข้างซ้ายเริ่มรัวกระหน่ำขึ้นมาอีกรอบ

“มีใครอยู่ที่บ้านบ้างน่ะต้อง” หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงของตนเองสั่นตอนถามเพื่อน โชคดีที่ต้องตาไม่ทันได้สังเกตอะไรมากนักเพราะกำลังขับรถอย่างตั้งใจ

“วันนี้คงมีฉันอยู่คนเดียวน่ะ เพราะพ่อกับแม่ไปฮันนีมูนรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่อิตาลี พี่ต้นไปสัมมนาที่ภูเก็ต พี่ต่อก็คงนอนที่คอนโดฯ ไม่กลับมานอนที่บ้านแน่นอน ส่วนพี่ไตรก็ติดเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตามต่างจังหวัด”

ต้องตาสาธยายให้เพื่อนรักฟังถึงธุระของแต่ละคน ครอบครัวของเธอมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดสี่คน ซึ่งต้องตาเป็นคนสุดท้อง และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านนี้ ต้องตาห่างจากพี่ชายคนโตแปดปี คนรองห้าปี และพี่ชายคนสุดท้องสองปี ด้วยความที่เป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน พี่ชายทั้งสามจึงหวงราวกับไข่ในหิน ทั้งที่เจ้าตัวเลือกเรียนสายวิศวะฯ ทั้งยังค่อนไปทางห้าวนิด ๆ แต่บรรดาพี่ชายทั้งหลายของต้องตาก็ยังมิวายคอยตามรับตามส่ง โดยเฉพาะพี่ชายคนรอง หรือต่อตระการ

ต้นตระกูล พี่ชายคนโตรับหน้าที่สืบทอดธุรกิจรับสร้างบ้านต่อจากครอบครัว โดยมีต่อตระการ บุตรชายคนรองช่วยดูแลในส่วนของการออกแบบ เพราะเรียนจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม ส่วนบุตรชายคนสุดท้อง ไตรภัทร เป็นศิลปินชื่อดัง เป็นนักร้องแนวป็อปร็อกที่กำลังโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้เลยก็ว่าได้ และต้องตา น้องเล็กของบ้านเป็นวิศวกรควบคุมระบบอยู่ในบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง

แก้วกานดาลอบถอนหายใจ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าพี่ชายของเพื่อนรักที่ชื่อต่อตระการ กลัวเหลือเกินว่าตนจะแสดงความรู้สึกออกไปให้เขารับรู้ แล้วเขาจะหัวเราะเยาะเอาได้ เธออับอายเกินกว่าจะสู้หน้า เพราะแอบรักเขาแบบลับ ๆ มาตั้งหลายปีโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วยเลย และเขาเองก็คงเห็นเธอเป็นเพียงน้องสาวคนหนึ่งไม่ต่างจากต้องตา

คิดมาถึงตรงนี้แก้วกานดาก็ยิ่งตะขิดตะขวงใจหนักกว่าเก่า ต้องตาจะรู้บ้างหรือไม่ ว่าเพื่อนสนิทแอบคิดไม่ซื่อเสียแล้ว

“ถึงแล้วจ้ะ คุณเพื่อน”

ต้องตาบอกเพื่อนเสียงใส ขณะที่คนนั่งข้าง ๆ สะดุ้งเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นจากภวังค์ แก้วกานดาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยก่อนเปิดประตูรถก้าวตามเพื่อนลงไปเพื่อหยิบกระเป๋าสัมภาระที่อยู่กระโปรงหลัง

“แกน่าจะมาอยู่บ้านฉันนะแก้ว นอนห้องเดียวกับฉันก็ได้ ดีเสียอีกฉันจะได้มีเพื่อนไว้เมาท์ตอนกลางคืน นี่อะไรกันมานอนแค่คืนเดียวเอง ไม่ได้ใจเพื่อนเลย”

ต้องตาบ่นให้เพื่อนไม่จริงจังนัก แต่ท่าทางทำปากยื่นออกมาราวกับเด็กถูกขัดใจนั้น ทำเอาแก้วกานดาอดหมั่นไส้ไม่ได้

“นี่ เด็กทำก็น่ารักอยู่หรอกนะยายต้อง แต่ผู้ใหญ่ทำมันมองดูแล้วน่าตีมากกว่า”

“ยายแก้วบ้า! เข้าบ้านไปเลยไป ฉันหิวแล้วอยากกินไส้อั่ว”

ต้องตาทำเสียงสะบัดใส่ ก่อนจะเดินนำเพื่อนรักเข้าไปในบ้านอย่างรีบเร่งเพราะเริ่มจะหิวขึ้นมาจริง ๆ เนื่องจากเลยเวลาอาหารเย็นมาได้หนึ่งชั่วโมงแล้ว

แม่บ้านที่ทำงานประจำที่นี่เดินเร็ว ๆ ออกมาจากด้านหลัง เห็นสองสาวกำลังหอบหิ้วของพะรุงพะรังจึงรีบยื่นมือมาเพื่อช่วยถือ แต่ต้องตาโบกมือห้ามไว้ เพราะตั้งใจว่าจะทำกินกันเองกับแก้วกานดา

“ไม่เป็นไรจ้ะน้าเนียม เดี๋ยวต้องกับแก้วอุ่นกินกันเอง น้าเนียมไปพักเถอะ” ต้องตาหยิบถุงใส่อาหารที่เป็นของฝากจากเมืองเหนือขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยทักแขกอย่างไม่แน่ใจนัก

“นี่ใช่หนูแก้ว ที่เมื่อก่อนเคยมาติวหนังสือกับหนูต้องบ่อย ๆ ใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะน้าเนียม แหม...นึกว่าจะจำแก้วไม่ได้ซะแล้ว สวัสดีค่ะ” แก้วกานดาเผยรอยยิ้มกว้างพลางกระพุ่มมือไหว้แม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน

“จำได้สิคะ โธ่...ก็เล่นสวยขึ้นเป็นกองขนาดนี้ น้าก็ต้องถามให้แน่ใจเท่านั้นเองค่ะ”

แม่เนียมเอื้อมไปจับมือของหญิงสาวที่ยกขึ้นไหว้อย่างน่ารักมาบีบเบา ๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยหวานตรงหน้าอย่างชื่นชม

“ขอบคุณค่ะน้าเนียม แก้วมีของฝากมาให้น้าเนียมกับลุงสุขด้วยนะคะ อยู่ในกระเป๋าค่ะ เดี๋ยวแก้วหยิบให้”

หญิงสาวกุลีกุจอเปิดกระเป๋าเดินทางของตนแล้วหยิบถุงพลาสติกที่มัดอย่างแน่นหนาห่อขนาดกลาง ๆ ออกมายื่นให้

“ไส้อั่ว แคบหมูกับน้ำพริกหนุ่มที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ”

“ขอบคุณมากค่ะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยหนูแก้ว แล้วนี่จะมาพักที่นี่ใช่ไหมคะ” แม่เนียมหันไปถามต้องตาที่กำลังแกะถุงแคบหมูเพื่อเอามากินเล่นอย่างอดใจไม่ไหว

“นอนคืนนี้คืนเดียวเองน้าเนียม พรุ่งนี้เช้าแก้วมันก็ต้องไปนอนคอนโดฯ ของตัวเองแล้ว” ต้องตาตอบพลางหยิบแคบหมูเข้าปากเคี้ยวกรุบกรับ

“อ้อ...ค่ะ ถ้างั้นน้าไปพักก่อนนะคะ ท่าทางหนูต้องจะหิวแล้ว ว่าแต่ให้น้าอุ่นให้ดีกว่าไหม” แม่เนียมถามอย่างเอาใจ แต่ต้องตาส่ายหน้าปฏิเสธ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป