บทที่ 4 บทที่ 1 จุดเริ่มต้น 100%

หญิงสาวบรรจงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้คนเมาที่นอนแผ่หราอยู่กลางเตียงอย่างเบามือ อดไม่ได้ที่มองสำรวจใบหน้าหล่อเหลานั้นในระยะใกล้ หากในเวลาปกติ เธอไม่มีทางได้มองหน้าเขาใกล้ ๆ แบบนี้แน่นอน เมื่อก่อนตอนเขามาช่วยติวหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้เธอกับต้องตา เธอยังไม่เคยกล้ามองสบตาเขาตรง ๆ เลยสักครั้ง

ห้าปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรือนกายสูงใหญ่ของเขาดูกำยำล่ำสันขึ้น ใบหน้าคมเข้มกว่าแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะไรเคราเขียวจาง ๆ นี่กระมังที่ส่งให้เขาดูเป็นชายหนุ่มมาดเซอร์ และมีเสน่ห์ชวนหลงใหลทุกครั้งแม้ว่าเขาจะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตธรรมดากับกางเกงยีนขนาดพอดีตัวที่เขามักใส่อยู่เป็นประจำ

“วิ...ทำไมวิไม่รักผม...ผมมันไม่ดีตรงไหน”

เสียงพึมพำอ้อแอ้จากคนเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวทำเอาคนฟังรู้สึกวูบโหวงในอก แม้จะรู้มาจากต้องตาบ้างเหมือนกันว่า เขารักและตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่พอมาได้ยินจากปากเขาแบบนี้ก็อดปวดแปลบในอกขึ้นมาไม่ได้

มือของชายหนุ่มคว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วรั้งให้เข้าไปหาตนเองอย่างรวดเร็ว จนแก้วกานดาเสียหลักล้มลงไปบนตัวเขา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ พร้อมกับสองตาคมที่เปิดปรือขึ้นมาสานสบกับดวงตากลมโตของแก้วกานดาจนหญิงสาวตกใจทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ วงแขนของเขาตรงเข้ารัดเอวบางจนดิ้นไม่หลุด

“เธอ...ครายยยย” เสียงยานคางของเขามาพร้อมกับอ้อมกอดที่เริ่มรัดแน่นขึ้นทุกที แก้วกานดาพยายามจะลุกขึ้นจากตัวเขา ในขณะที่มือก็พยายามแกะวงแขนนั่นให้หลุดพ้นไปจากตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร

“กะ...แก้ว...แก้วเองค่ะพี่ต่อ แก้วเพื่อนของต้องไงคะ”

แก้วกานดาละล่ำละลักบอกเขา พลางดิ้นรนเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่รัดแน่นราวกับงูเหลือม ทว่าคำพูดต่อมาของคนใต้ร่างก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวแข็งไปชั่วขณะ

“แก้ว...แก้วกานดา...งั้นหรือ”

แม้เสียงของเขาจะแผ่วเบาราวกระซิบ แต่มันกลับสะท้อนก้องกลับไปกลับมาอยู่ในหัว ความปลาบปลื้ม ดีใจล้นทะลักเต็มตื้นอยู่ในอกด้วยไม่คิดว่าเขาจะจดจำชื่อของเธอได้ น้ำเสียงของเขาเวลาที่เอ่ยเรียกชื่อเธอนั้นทำให้รู้สึกอุ่นซ่านจนแทรกซึมเข้าไปถึงหัวใจ หยาดน้ำใสเริ่มคลอเต็มสองตา

และเพราะไม่ทันระวังตัว อยู่ดี ๆ คนใต้ร่างก็พลิกกลับขึ้นมาทาบทับอยู่เหนือร่างของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แก้วกานดาได้สติอีกครั้ง พยายามยกมือขึ้นดันอกเขาให้ถอยห่างออกไป

“พี่ต่อคะ ปล่อยแก้วเถอะค่ะ พี่ต่อเมามากแล้วนะคะ”

หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเขาโน้มหน้าต่ำลงมาจนหน้าผากของเธอกับเขาติดกัน แก้วกานดาตัวนิ่งค้างเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนเจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาเป่ารินรดไปทั่วหน้า

“ไม่ใช่...คุณคือวิ วิวัลลา ผมรักคุณนะ”

ริมฝีปากร้อนตามประกบลงมาทันทีที่พูดจบ แก้วกานดาตัวแข็งทื่อไปอีกครั้งกับการจู่โจมแบบไม่ทันให้ตั้งตัวของเขา ใจหนึ่งนึกอยากผลักไสให้เขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ทว่าอีกใจกลับคัดค้านอย่างหนักด้วยความรักล้นอกที่เธอเฝ้ากักเก็บเอาไว้ พร้อมกับย้ำเตือนตนเองในใจว่าขอเพียงได้เข้าใกล้เขาอีกสักนิด...แล้วจะพอ

มือที่เริ่มผลักดันเขาเลื่อนขึ้นไปจับอยู่ที่บ่า รสจูบจากเขากำลังมอมเมาเธอให้หลงวนอยู่ในอารมณ์หวามไหว เขาเรียกร้องหนักหน่วงจนเธอแทบหลอมละลายจมหายไปกับอ้อมกอดของเขา

มือของต่อตระการเริ่มไต่สำรวจระเรื่อยไปทั่วเรือนร่างอรชร ผิวเนียนนุ่มมือ และความหอมกรุ่นของหญิงสาวใต้ร่างทำให้เขาไม่อาจหยุดตัวเองได้ และเขาไม่คิดที่จะหยุดมันด้วยซ้ำ

แก้วกานดาเริ่มได้สติ หลังจากที่หลงเพริดอยู่กับจุมพิตที่เธอเคยปรารถนา มือเลื่อนต่ำลงมาเพื่อดันอกเขาให้ถอยห่างพร้อมกับพยายามเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากร้อนร้ายนั่น เธอจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ถึงเธอจะรักเขาแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถยอมมอบกายให้เขาที่กำลังเมาไม่ได้สติ เธอรู้จุดจบของเรื่องนี้ดีว่ามันจะลงเอยอย่างไร

“พี่ต่อ! ปล่อยแก้วค่ะ ปล่อยแก้ว! พี่ต่อมีสติหน่อยสิคะ นี่แก้วนะคะ ไม่ใช่...” เธอไม่อยากเอ่ยชื่อของผู้หญิงที่เขารัก ทำได้เพียงแค่พยายามพูดโน้มน้าวเพื่อเตือนสติอีกฝ่ายเท่านั้น

“ไม่...อยู่กับผมได้ไหม อย่าทิ้งผมไป ขอร้อง”

น้ำเสียงเจือสะอื้นของเขามาพร้อมกับแววตารวดร้าวที่เธอไม่เคยเห็น และไม่คิดอยากจะเห็น หญิงสาวเอามือกอบกุมใบหน้าของเขาไว้อย่างแผ่วเบา เห็นเขาเจ็บแต่เธอกลับเจ็บยิ่งกว่า น้ำตาที่ไหลออกจากหางตาแล้วกลิ้งหายเข้าไปในขมับเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

“แก้วจะไม่ทิ้งพี่ต่อไปไหน แก้วจะอยู่ข้าง ๆ พี่แต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้ นะคะพี่ต่อ” หญิงสาวยังคงอ้อนวอนร้องขอเขาทั้งน้ำตา ทว่าชายหนุ่มกลับไม่นำพาต่อท่าทีเว้าวอนนั้น

ต่อตระการก้มลงไปจูบซับน้ำตาให้หญิงสาวใต้ร่าง ก่อนจะเริ่มกักเก็บเธอไว้ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้งหนึ่ง นาทีนี้สมองของเขาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากอยากบรรเทาความเจ็บปวดให้มันทุเลาเบาบางลงไปเท่านั้น เขาเริ่มฉุดรั้งเธอให้เข้ามาสู่วังวนปรารถนาของตัวเอง มอมเมาหลอกล่อเธอด้วยเสน่หาที่เขาปรนเปรอให้จนร่างอรชรเริ่มอ่อนระทดระทวยอยู่ใต้ร่าง

แรงขัดขืนต่อต้านหายไปแล้ว เหลือเพียงกายที่บิดเร่าและบดเบียดเข้าหา ต่อตระการจัดการลอกคราบของตนเอง และของคนใต้ร่างอย่างเชื่องช้าเพราะความมึนเมาที่ยังคงครอบงำสติอยู่ จนเมื่อกายเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่เขาก็เริ่มต้นสำรวจไปทั่วทุกตารางนิ้วของนวลเนื้อนุ่มแต่เต็มตึงไปทุกสัดส่วน และนั่นก็ทำให้เขาใกล้หมดความอดทนเข้าไปทุกที

เขาแวะที่ทรวงสล้าง หยอกเย้าทักทายมันด้วยริมฝีปากอยู่เป็นนานกว่าจะเริ่มต้นเดินทางลงต่ำอีกครั้ง เสียงครวญแผ่วของคนใต้ร่างเล็ดลอดออกมาจากปากอิ่มเมื่อเขาเริ่มสำรวจที่จุดอ่อนไหว ร่างเย้ายวนแอ่นหยัดขึ้นตามอารมณ์ที่กำลังตื่นเพริด สองมือกำแน่นอยู่ที่หมอนเมื่อเขาเร่งส่งเธอขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางหวานดังลั่นห้องอย่างลืมตัว

เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พัก ยกตัวขึ้นแล้วบดเบียดร่างหนาหนัก กดจุมพิตตามลงไปทันที หัวใจเธอเต้นรัวเร็วจนเขารู้สึกได้ ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับเขาที่กระหน่ำรัวเร็วเพราะจวนเจียนจะระเบิดอยู่รอมร่อ เขาจัดการแทรกกายลงไปครอบครองเธออย่างเชื่องช้า เสียงครวญแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด จนต้องจุมพิตเพื่อกักเก็บเสียงนั้นไว้ เมื่อครอบครองได้จนสุดทางเขาก็หยุดการเคลื่อนไหว และเริ่มต้นปลุกเร้ามอมเมาเธออีกครั้ง

เมื่อเห็นเธอเริ่มพร้อม สะโพกสอบก็เริ่มเคลื่อนไหว จากเชื่องช้าค่อยเป็นค่อยไปก็เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ เขาอยากอ่อนโยนมากกว่านี้แต่ร่างเย้ายวนของเธอทำให้เขาต้องสูญเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง

เขาสาดซัดความเร่าร้อนใส่เธออย่างไม่ปรานีปราศรัยจนเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอต้องสะท้านไหวไปตามแรงที่ถาโถม เรียวแขนกลมกลึงไขว่คว้าตัวเขาเอาไว้แน่นแล้วบดเบียดร่างหาเขาจนแทบหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงครวญของทั้งคู่ดังประสานสอดรับกับจังหวะที่ชายหนุ่มเป็นคนคุมเกม และเริ่มถี่รัวขึ้นเมื่อเข้าใกล้จุดสูงสุดแห่งอารมณ์

ใบหน้าคมแหงนเงยขึ้นพร้อมกับครางสุดเสียงเมื่อพาตัวเอง และคนใต้ร่างไปแตะขอบฟ้าได้สำเร็จ เขาก้มลงระดมจูบไปทั่วใบหน้าเนียนของคนใต้ร่างก่อนจะพลิกตัวลงนอนตะแคงแล้วคว้าร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดไว้แนบอก

“ผมรักคุณนะวิ...”

เขาพึมพำอยู่เหนือศีรษะของเธอ ก่อนจะผล็อยหลับไปในทันที หญิงสาวรอจนกระทั่งเสียงลมหายใจของเขาดังสม่ำเสมอเมื่อแน่ใจว่าเขาหลับสนิทแล้วจึงผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้าเขาชัด ๆ อีกครั้ง

เธอรักเขา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ๆ เธอก็ยังคงรักเขา แม้แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอเป็นของเขาแล้วทั้งตัวและหัวใจ เขาได้จากเธอไปหมดแล้ว

แก้วกานดาค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากเอวแล้ววางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ก้าวขาลงจากเตียงแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บแปลบที่กลางกาย แต่ก็ต้องฝืนทนก้มหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบเพราะเกรงว่าต้องตาจะกลับบ้านมาในเวลานี้

ก่อนจะออกจากห้อง แก้วกานดาหันมามองร่างสูงโปร่งที่นอนแผ่หราบนเตียงอีกรอบแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้เพราะเขาเปลือยทั้งตัว เห็นอย่างนั้นจึงเดินไปคลี่ผ้าห่มที่พับวางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มคลุมให้เขาโดยไม่ทันได้สังเกตรอยแดง ๆ ที่เปื้อนอยู่บนผ้าปูเตียง จากนั้นจึงเปิดประตูออกจากห้องเพื่อกลับไปยังห้องของต้องตาด้วยใบหน้าหม่นเศร้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป