บทที่ 8 บทที่ 2 ผู้ชายเห็นแก่ตัว 100%

เมื่อคืนเขายอมรับว่าดื่มหนักเกินไป สาเหตุก็เพราะวิวัลลา คนที่เขาเฝ้าตามจีบมาหลายปีตกลงปลงใจไปคบกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอนาคตไกล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนวิวัลลาจะใจอ่อนยอมคบกับเขาแล้ว เพราะเวลาที่เขาชวนเธอไปไหน ไม่ว่าจะกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เธอก็ไม่เคยปฏิเสธเขา แถมยังคุยโทรศัพท์กับเขาได้เป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อหรือรำคาญ จนเขาแน่ใจว่าวิวัลลาน่าจะใจตรงกัน เขาจึงได้รวบรวมความกล้าบอกรักเธอไป เธอก็ได้แต่ยิ้มรับทำท่าเอียงอาย ไม่พูดอะไร เขาจึงนึกว่าเธอตอบรับเขาเป็นคนรักแล้ว

กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างเขาคิดไปเองคนเดียวทั้งหมด วิวัลลาไม่เคยรักเขาอย่างที่เขารักเธอ คนรักตัวจริงของเธอมารับถึงหน้าบริษัท และที่สำคัญเธอยังแนะนำเขาให้ผู้ชายคนนั้นรู้จักว่า เขาเป็นแค่...เพื่อนร่วมงาน

ต่อตระการนั่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ระหว่างที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วเขาก็ยิ่งปวดศีรษะ เพราะความเมาเป็นเหตุจึงทำให้เขาเผลอตัวมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแก้วกานดา อาจเป็นเพราะวิวัลลากับแก้วกานดามีใบหน้าที่สวยหวานคล้ายคลึงกัน รูปร่างก็ใกล้เคียงกัน ต่างกันแค่ทรงผมกับนัยน์ตา เมื่อคืนเขาถึงได้คิดว่าแก้วกานดาเป็นวิวัลลาจนได้

ภาพร่างเปลือยเปล่าของแก้วกานดาเริ่มฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดของเขาอีกครั้ง ผิวขาวนวลเนียนละเอียดลออไปทั่วทั้งร่างนั้นเริ่มเข้ามารบกวนจิตใจให้อยู่ไม่เป็นสุข เมื่อคืนเขามีสติบ้าง ไม่มีสติบ้าง จึงจดจำได้ไม่ชัดเจนนักว่าเขารู้สึกอย่างไร ยามที่ได้ใช้มือลูบไล้ไปทั่วร่างงามเย้ายวน เขารู้แต่ว่าตอนนี้ เขาอยากสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นอีกสักครั้ง ในเมื่อเขาเองก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีอารมณ์ มีความต้องการตามธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม ในเมื่อร่างกายกำลังต้องการ เขาก็ต้องหาทางตอบสนองเพื่อดับความต้องการนั้นเสีย

ความคิดบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในหัว จะว่าไป ไหน ๆ แก้วกานดาก็เป็นของเขาแล้ว และกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก ฉะนั้นหากเขาจะสานต่อกับความสัมพันธ์แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่เขากับเธอยังไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน จะว่าเขาเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวก็ได้ เขายอมรับ แต่ถ้าจะให้ปล่อยแก้วกานดาไปเฉย ๆ ทั้งที่ร่างกายของเขาต้องการเธอมากขนาดนี้ เห็นทีคงจะไม่ได้เสียแล้ว

แก้วกานดาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความผ่อนคลายเมื่อได้

ชำระร่างกายด้วยสายน้ำชุ่มฉ่ำ หลังกลับมาจากรายงานตัวที่โรงพยาบาล และเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงของที่ทำงานใหม่ เท่าที่ดูวันนี้ ดูเหมือนงานใหม่ของเธอคงไม่มีอะไรให้หนักใจมากนัก เนื่องจากเพื่อนร่วมงานแต่ละคนดูเป็นมิตรดี การเดินทางก็สะดวกสบาย และที่สำคัญ ร้านอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาล รวมทั้งร้านอาหารทั่วไปด้านนอกโรงพยาบาลราคาก็ไม่แพงอย่างที่นึกกังวลเอาไว้แต่แรก

หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบเสื้อผ้าจากตู้มาสวมใส่ จากนั้นจึงเดินมานั่งดูโทรทัศน์ในห้องรับแขก ห้องพักของแก้วกานดาเป็นห้องชุดพักอาศัยอยู่บนชั้นแปด พื้นที่ห้าสิบตารางเมตร ขนาดหนึ่งห้องนอน แม้จะดูเล็กแต่ก็จัดแบ่งแยกส่วนกันอย่างลงตัวระหว่างห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอน มีระเบียงขนาดไม่กว้างนักพอใช้สำหรับตากผ้าได้ หากไม่ได้ตากผ้า เธอก็สามารถเอาเปลแบบพับได้มากางนอนเล่นได้เช่นกัน

คอนโดฯ ห้องนี้เป็นของพี่ชายเธอตั้งแต่ที่เขาเข้ามารับราชการทหารที่นี่ใหม่ ๆ แต่พอแต่งงานมีครอบครัวและย้ายไปอยู่ชลบุรี ห้องนี้ก็ปิดเอาไว้ ไม่ได้ให้คนเช่าหรือขายต่อ เพราะตั้งใจจะเก็บเอาไว้เป็นที่พักหากต้องมาทำธุระที่กรุงเทพฯ ครั้นพอเธอตั้งใจจะมาทำงานที่นี่ ห้องนี้จึงถูกเปิดใช้อีกครั้ง

เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น แก้วกานดาละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์ไปยังต้นเสียง หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปทางนั้น เอาหน้าแนบกับประตูส่องดูที่ช่องตาแมวเพื่อดูคนที่มาในยามใกล้ค่ำเช่นนี้ คราแรกเธอไม่เห็นใครจึงคิดว่าเป็นเด็กเล่นซน เพราะชั้นนี้จะมีเด็กผู้ชายอายุประมาณเจ็ดแปดขวบคนหนึ่งอาศัยอยู่กับบิดามารดาในห้องที่อยู่ติดกับบันไดหนีไฟ คอนโดฯ ที่นี่จะอยู่แบบตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างอยู่ไม่ค่อยสนใจอะไรกันเท่าไร อีกทั้งระบบรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้ทันสมัยอะไรมากนัก ใครจะเข้าจะออกก็ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องระวังตัวไว้ก่อน

ระหว่างที่กำลังจะหันหลังกลับ เสียงออดก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แก้วกานดาจึงยืนส่องที่ตาแมวอยู่อย่างนั้นเพื่อมองหาคนมือบอน จนกระทั่งเห็นร่างของคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของบานประตู

หญิงสาวแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มของใครบางคนกำลังยิ้ม และมองมาทางช่องตาแมวที่เธอยืนส่องอยู่ราวกับรู้ว่าเธอกำลังมอง แก้วกานดาผละใบหน้าออกมาแล้วยืนหันหลังพิงประตูเอาไว้ มือยกขึ้นทาบที่อกข้างซ้ายเมื่อรับรู้ได้ถึงการเต้นกระหน่ำของหัวใจจนกลัวว่าตนเองจะหายใจไม่ทัน

ยังไม่ทันที่จะตั้งตัวเตรียมใจก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อผู้มาเยือนกดออดเป็นครั้งที่สามอย่างไม่ยอมแพ้

แก้วกานดาค่อย ๆ หันหน้าเข้าหาประตูแล้วปลดล็อกกลอนกับโซ่คล้องประตูทั้งบนและล่าง ก่อนจะหมุนลูกบิดแล้วเปิดประตูออกอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งมายืนเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งที่เอื้อมมือมาดันประตูเอาไว้ไม่ให้เธอปิดหนีเขาได้ ดวงตากลมโตเหลือบมองเขาอย่างหวาดหวั่น จากนั้นก็หลุบตาลงมองพื้นตามเดิม อยากจะพูดถามอะไรออกไปตั้งหลายอย่าง ทว่าเธอกลับหาเสียงของตัวเองไม่เจอ

“พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิแก้ว”

ต่อตระการคลี่ยิ้ม พลางก้าวเท้าเข้าไปในห้องของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง หนำซ้ำยังเป็นฝ่ายปิดประตูลงกลอนราวกับเป็นห้องของตนเอง จนหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องได้แต่ยืนอึ้งเพราะทำอะไรไม่ถูก และตกใจกับการกระทำของเขา

“พี่ต่อ...มีเรื่องอะไรจะคุยกับแก้วหรือคะ”

เธอถามเขาเสียงแผ่วระหว่างมองดูเขาเดินไปนั่งบนโซฟายาวโดยไม่ต้องมีใครเชื้อเชิญ

ต่อตระการนั่งกระเถิบไปอีกฝั่ง พลางเอามือตบลงตรงที่นั่งข้างตัว เพื่อให้เธอมานั่งตรงตำแหน่งนี้แล้วมองหน้าเธอนิ่ง ๆ

“พี่อยากคุยกับแก้ว...เรื่องของเรา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป