บทที่ 11 11
11
ณัฐวดีรีบก้าวเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายเพราะคำว่า ‘ด่วน’ ที่ได้ยิน เข้ามาถึงก็กวาดตามองไปจนทั่ว แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย จึงตรงไปยังช่องประตูที่เปิดแง้มไว้อยู่ แล้วก็ต้องร้องอุทานออกมาเสียงหลง เมื่อเห็นภาพของเจ้านายนั่งหน้าเผือดอยู่ตรงขอบเตียง โดยมีร่างบางของสาวสวยจากนิตยสารพราวฝันนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
“เกิดอะไรขึ้นคะบอส!”
“ยัง...เอ่อ...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก จู่ๆ คุณบุษบามินตราเธอก็เป็นลม”
คนเป็นเจ้านายพูดตะกุกตะกักอย่างที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน รู้สึกวางหน้าไม่ถูก แม้ที่ผ่านมาตัวเขาจะมีข่าวแง่ลบเกี่ยวกับเพศตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรแย่ๆ เหมือนเป็นการรังแกผู้หญิงอย่างนี้มาก่อน
จุดยืนที่เคยสร้างไว้อย่างมั่นคงตอนนี้พังครืนลงด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ เขากลายเป็นคนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทำตัวเป็นพวกบ้ากาม อยากจูบอยากกอดผู้หญิงที่เพิ่งเคยเห็นหน้าเพียงครั้งที่สองเท่านั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าอดสูใจนัก!
“บอสไม่ได้ทำอะไรเธอแน่นะคะ” ณัฐวดีถามคนเป็นเจ้านายอีกครั้ง แม้จะรู้ซึ้งถึงนิสัยอีกฝ่ายดีว่าเป็นคนเช่นไรจากการทำงานร่วมกันมาหลายปี แต่ท่าทางมีพิรุธที่เทวินทร์แสดงออกก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้
“เปล่า...ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย รีบช่วยให้เธอฟื้นขึ้นมาเร็วๆ เถอะน่า คุณมีผ้าเย็นหรือยาดมบ้างหรือเปล่า” เทวินทร์เอ่ยเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนอาการของตัวเองและความเคลือบแคลงของเลขาฯ สาว
“ในตู้เย็นของบอสมีผ้าเย็นแช่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ” ที่เลขาฯ สาวรู้เพราะเคยเห็นเจ้านายเช็ดหน้าให้เห็นอยู่บ่อยๆ
“นั่นสิ ผมก็ลืมไป งั้นคุณออกไปทำงานเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
คนเป็นเลขาฯ มองหน้าเจ้านายอย่างสนเท่ห์ “แน่ใจนะคะ” ถามพลางก็เหล่ตามองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
“แน่ใจสิ ไปเถอะ”
เทวินทร์ทำหน้าเก้อๆ พลางโบกมือไล่ จากนั้นก็เดินไปหยิบผ้าเย็นที่เขามักมีติดตู้เย็นไว้เสมอ แล้วนำมาเช็ดเบาๆ ตามใบหน้าซีดขาวของคนหมดสติที่นอนหลับตาพริ้มอย่างทะนุถนอม กระทั่งใบหน้างามเริ่มมีสีสันขึ้น นักธุรกิจหนุ่มคิดว่าไม่นานเจ้าตัวก็คงฟื้นจึงเดินออกไปจากห้อง เพราะกลัวว่าหากอีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าเขาเข้าจะเป็นลมไปอีกรอบ
ไม่นานคนเป็นลมก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ อย่างมึนงงในตอนแรก แล้วก็ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนก เมื่อรับรู้ว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียง ดวงหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลงด้วยนึกหวั่นเกรงอะไรบางอย่าง ทว่าหลังจากสำรวจตรวจตราร่างกายเรียบร้อยก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะเสื้อผ้ายังอยู่ในสภาพเดิมครบทุกชิ้น
บุษบามินตรากวาดตามองไปรอบๆ ห้องนอนขนาดกลางที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก แล้วนึกทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอจะหมดสติอยู่ชั่วขณะหนึ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อจำได้ว่าเธอถูกเทวินทร์จูบ และไม่ใช่จูบเพียงแค่ครั้งเดียว
หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากแรงๆ อย่างรังเกียจ คนหน้าด้าน กลับถึงบ้านคงต้องเอาสบู่ล้างปาก!
ในขณะที่กำลังก่นด่าคนขโมยจูบด้วยความคับแค้นใจอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเลื่อนออกแล้วร่างสูงของคนที่เธอกำลังบริภาษก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า เขามองมายังเธอนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา บุษบามินตรารีบก้าวลงจากเตียงทันที และอาจเป็นเพราะเพิ่งฟื้นใหม่ๆ ร่างระหงจึงซวนเซจวนเจียนจะล้มลง
เทวินทร์ที่มองอยู่ถลันเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ได้ทัน แต่หญิงสาวกลับสะบัดตัวเต็มแรง ตากลมโตจ้องเขาอย่างโกรธเคือง และไม่ทันตั้งตัวมือเรียวก็ตวัดลงลนหน้าเขาเต็มเหนี่ยว เห็นดาวระยิบระยับพร่างพราวอยู่ตรงหน้า การ
กระทำดังกล่าวสร้างความโกรธเคืองให้เขาเป็นยิ่งนัก นี่เธอกล้าตบหน้าเขาเชียวหรือ!
“บุษบามินตรา!”
ชายหนุ่มตวาดลั่นด้วยความโมโห ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าได้ล่วงเกินโดยการจูบเธอ แต่ก็เป็นเพราะอาการหมั่นไส้ท่าทีหยิ่งยโส บวกกับอารมณ์บางอย่างที่ผุดขึ้นภายในใจ ทั้งรู้ตัวว่าไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง ทว่าครั้งนี้เขาหวังดีช่วยประคองเธอแท้ๆ ไม่ได้คิดจะลวนลามเลยสักนิด เธอกลับตอบแทนเขาด้วยการตบหน้า
เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ความรู้สึกผิดก่อนหน้านี้จึงมลายหายไปสิ้น!
“จะทำไม! ครั้งนี้ถือว่าหายกัน แลกกับการที่คุณจูบฉัน”
คนถูกจูบพูดเสียงสั่น ยกมือขึ้นเช็ดเรียวปากอวบอิ่มของตนเองแรงๆ อีกครั้ง จนกระทั่งมันแดงก่ำไปหมด ทำให้คนที่เพิ่งถูกตบและยังอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธยังอดมองอย่างอ้อยอิ่งไม่ได้
และก่อนเหตุผลกับสติสัมปชัญญะจะเอาชนะอารมณ์โกรธที่ผสมผสานกับความวาบหวาม ชายหนุ่มหน้าสวยก็ก้มหน้าลงไปยังกลีบปากอิ่มแดงอย่างไม่อาจหักห้ามใจได้ ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่เธอตบเขาเหมือนกัน
จุมพิตคราวนี้จึงหนักหน่วงคล้ายต้องการลงโทษกลายๆ ในนาทีแรก และค่อยๆ อ่อนหวานดูดดื่มในวินาทีต่อมา คนจูบไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เขาเวียนจูบเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหนำใจ กระทั่งร่างเนียนนุ่มไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขัดขืนหรือปัดป้อง จึงได้แต่เอนร่างซบนิ่งๆ กับอกกว้างอย่างอ่อนแรง
“ปละ...ปล่อยฉัน คุณเทวินทร์”
บุษบามินตราขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนน้ำตาจะไหลรินออกมาด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ผู้ชายคนนี้ทำกับเธอเหมือนเป็นผู้หญิงไร้ค่าทั้งที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก น่าแค้นใจนัก!
ชายหนุ่มมองคนขี้แยในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกแปลกๆ ตามมาด้วยความเอ็นดู ความโกรธจากการถูกตบพลันหายไปจนสิ้น รวมทั้งความเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตัวเองก็พลอยสูญหายไปด้วยเช่นกัน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนรังเกียจสัมผัสของเขาจนเป็นลมเหมือนเธอคนนี้อีกแล้ว แล้วยังท่าทีไม่แยแสของเธอนั่นอีกล่ะ มันสั่นคลอนความมั่นใจที่เคยมีจนเปี่ยมล้นให้พังครืนลงมา
เทวินทร์เอ๋ยเทวินทร์
“คุณคิดว่าเป็นตัวเองนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง ผมหวังดีกับคุณแท้ๆ ไม่ได้คิดจะทำอะไรคุณสักหน่อย หรือคิดว่าตัวเองน่าพิศวาส? รู้ตัวไว้ด้วยว่าคุณน่ะจูบไม่เป็นสับปะรด”
สิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกไปไม่ได้ตรงกับที่ใจเขาคิดสักนิดเดียว ทำเอาคนถูกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดน้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความเจ็บใจ จนเผลอเงื้อมือเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างลืมตัว แต่ต้องชะงักค้างและลดลงข้างตัวในทันใด เมื่อได้ยินเสียงเยาะหยันของชายหนุ่ม
“ถึงคุณอยากจะตบผม แต่ผมคงไม่นึกอยากจะจูบคุณอีกหรอกครับคุณบุษบามินตรา”
คำพูดดังกล่าวฟังแล้วหญิงสาวก็ยิ่งเดือดดาลใจ อยากจะตะโกนออกมาดังๆ นักว่า ในเมื่อไม่อยากจูบเธอแล้วก่อนหน้านี้มาจูบทำไมตั้งหลายครั้ง แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทัน เดี๋ยวเขาจะนึกว่าเธออยากให้เขาจูบเสียเต็มประดา จึงได้แต่พูดเสียงสั่นปนสะอื้นออกไปด้วยความโมโห
“คุณ...มันเป็นพวกรังแกผู้หญิง”
