บทที่ 2 CHAPTER 1 อย่าฝากความหวัง

CHAPTER 1 อย่าฝากความหวัง

น้ำเอม เด็กสาวที่ถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัว พิพัฒน์ ตั้งแต่ช่วงอายุ 8 ปี จนกระทั่งอายุ 18 ปี 

"หนูเอมตื่นหรือยังลูก เดี๋ยวไปเรียนสายนะคะ" พิมพ์ผู้เป็นแม่บุญธรรมเอ่ยถามสาวน้อยวัยใสของบ้านอย่างเอ็นดู 

"หนูตื่นแล้วค่ะ คุณแม่รอเอมแป๊บหนึ่งนะคะ" 

ไม่นานนักร่างเล็กก็เดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โอบเอวผู้เป็นแม่ลงไปนั่งทานข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตาผู้เป็นพ่อ 

"นอนดึกหรือเปล่า ปกติตื่นเช้ากว่านี้นะ" ณภัทรผู้เป็นพ่อบุญธรรมเอ่ยถามน้ำเอมที่มีขอบตาดำคล้ำกว่าปกติ ทั้งที่น้ำเอมเป็นคนชอบดูแลตัวเอง ทำไมถึง..

"หนูนอนไม่ค่อยหลับ ใกล้สอบแล้วค่ะ" 

"อ้อ..อืม งั้นก็รีบกินข้าวรีบไปเรียนเดี๋ยวจะสาย"

"ค่ะ" ยิ้มหวานจนตาหยี๋ตักข้าวต้มในชามเข้าปากอย่างอารมณ์ดี 

ไซฟีนด์ อายุ 22 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล พิพัฒน์ 

"เช้าไม่เช้าก็หาข้าวประเคนกันแต่เช้าเลยดีจริง" เขาเดินเข้ามาในบ้านหันมองผู้เป็นพ่อและแม่รวมไปถึงเด็กคนนั้นที่เขามักจะกลั่นแกล้งเป็นประจำพลางคลี่ยิ้มมุมปาก 

"คลับไม่ปิดไม่เคยเห็นหัว เมาแล้วก็ไปนอน" ณภัทรว่าให้ลูกชายตัวดี เรียนจบไม่จบแหล่จ่ายเงินไปตั้งเท่าไหร่ วัน ๆ มัวแต่เที่ยวเล่นเสเพ ทำตัวเป็นเพลย์บอยตัวพ่อเหมือนเขาสมัยหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด 

"ไม่ให้ผมไปส่งลูกสาวพ่อกับแม่ก่อนหรอ" หรี่ตามองน้ำเอมที่นับวันยิ่งโตก็ยิ่งอยู่ในสายตา ไม่ใช่ว่ารู้สึกผูกพันแต่เขารู้สึกหิวกระหายเรือนร่างเธอเสียมากกว่า 

ไม่ว่าจะขนาดบนหรือล่าง..แค่คิดท่อนเนื้อส่วนล่างก็ดีดผึงผงกหัวอยากหาที่ลง

"ถ้าเฮียอยากไปส่งเอม รอห้านาทีได้ไหมคะเอมขอรีบกินข้าวก่อน" 

"นานกว่านี้ก็รอมาแล้ว แค่นี้ทำไมจะรอไม่ได้" ว่าพลางแค่นหัวเราะในลำคอเดินออกจากบ้านไปสตาร์ทรถรอ 

ไม่กี่นาทีน้ำเอมก็เดินออกมา เขาจึงเอี้ยวตัวไปดันประตูฝั่งนั่งข้างคนขับเปิดออกให้เธอ 

"เมาหรือเปล่าคะ" น้ำเอมย่อตัวนั่งลงดึงกระโปรงให้คลุมเข่าหันไปคว้าเข็มขัดนิรภัยขึ้นมาคาด ตะแคงตัวหันมองเฮียฟีนด์ที่อายุห่างกับเธอถึงสี่ปีด้วยรอยยิ้มหวาน 

"ถ้าเมาจะไปส่งได้ ?" 

"เอมถามเผื่อไว้ก่อนค่ะ เผื่อเจอด่าน"

"มีเงิน"

"แต่คุณพ่อเริ่มบ่นแล้วนะคะ" 

"เป็นเด็กก็อยู่ส่วนเด็ก ไม่ต้องยุ่ง" 

"เฮียไม่น่ารัก" ยู่ปากใส่เขาที่หันมองเธอก่อนจะตะแคงตัวหันหนีมองกระจกด้านข้างแทนการนั่งหน้าตรง 

"นั่งดี ๆ" บอกน้ำเอมที่นั่งตะแคงข้างให้หันกลับมานั่งดี ๆ โดยมีมือเขาลูบสัมผัสบั้นท้ายงอนผ่านกระโปรงยาวคลุมเข่าของเธอ 

"ไม่ต้องจับได้ไหม" ปัดมือออกไม่สนใจสีหน้าเฮีย 

"อย่าดื้อเอม อย่าให้อารมณ์เสีย" 

"ถ้าอารมณ์เสียเพราะไปส่งเอม วันหลังเฮียก็ไม่ต้องไปส่งค่ะ" 

"พูดเองนะ ?" เหยียดยิ้มมุมปากมองเธอที่ยังทำหน้ามุ่ยคล้ายว่าโกรธอยู่ 

เมื่อถึงรั้วโรงเรียน น้ำเอมจึงเปิดประตูรถลงไปเลยโดยไม่ได้หันมองหรือขอบคุณคนมาส่งเสียก่อน 

"เด็กเวร!" มองตามแผ่นหลังบั้นท้ายงอนของน้องสาวบุญธรรม ก่นด่าในลำคอเสียงเบา 

หลังจากที่ทำหน้าที่พี่เสร็จเขาจึงรีบเหยียบตีนผีกลับบ้านเพื่อที่จะนอนพักสักตื่นสองตื่นให้ร่างกายกลับมามีเรี่ยวแรงตามเดิม 

"นอกจากเที่ยวทำอย่างอื่นเป็นไหม ?" 

"เดี๋ยวน้องก็เรียนจบแล้ว ไว้ให้น้องช่วยแล้วกันครับ" 

"แล้วมึงล่ะ ไม่คิดจะช่วยกูหรือไง" 

"พ่อช่วยอย่าฝากความหวังไว้ที่ผมได้ไหม ? ถ้าอยากทำเดี๋ยวทำเอง" 

"มึง..." ชี้หน้าไซฟีนด์ที่เดินผ่านไปจนลับสายตา หากว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกคงไม่ได้มายืนต่อปากต่อคำกับเขาขนาดนี้ และหากว่าฟีนด์ไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวของบ้าน เขาก็คงไม่ฝากความหวัง! 

ไซฟีนด์เดินขึ้นห้องหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านเสียงด่าทอของผู้เป็นพ่อ หรือต่อให้พ่อไม่ให้เงินเขาก็ไม่เดือดร้อน 

เสียงโทรศัพท์สั่นครืด ครืด ทำให้เขาหยิบขึ้นมากดรับสายทั้งที่ตาแทบจะปิด ปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเด็กในสต๊อกของเขาที่มักจะโทรมาชวนไปนู่นนี่ ใครจ่าย ? 'เขาไง!' คิดว่าไม่รู้หรอ หึหึ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป