บทที่ 1 บทที่ 1

นาฬิกาดิจิทัลบนผนังบอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาที

เซลีนรูดซิปกระเป๋าสะพายใบเก่ง เธอเตรียมตัวกลับบ้านหลังจบเวรนัดคิวสุดท้าย ขาที่ยืนทำงานมาทั้งวันปวดร้าวไปถึงน่อง แต่เธอกลับยิ้มออกเมื่อนึกถึงจำนวนเงินโอทีที่จะได้รับ ค่าห้องพักผู้ป่วยวีไอพีของมาย่าในสัปดาห์หน้าจะได้ครบตามจำนวนสักที

"เซลีน หยุดก่อน"

เสียงแหลมปรี๊ดของผู้จัดการสปาดังขึ้นจากหน้าประตูล็อกเกอร์พนักงาน เซลีนชะงักมือที่กำลังหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์

"ผู้จัดการมีอะไรหรือเปล่าคะ คิวงานของฉันหมดแล้ว"

"มีคิวด่วน วีไอพีระดับสูงสุด แกต้องขึ้นไปที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดเดี๋ยวนี้"

เซลีนขมวดคิ้ว ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด "แต่เวลาทำงานฉันจบแล้วนะคะ มาย่ารอฉันอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันสัญญาว่าจะไปนอนเป็นเพื่อนคืนนี้"

"แกจะทิ้งงานระดับนี้ไม่ได้ นี่คือคำสั่ง" ผู้จัดการเดินเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเครียด "ลูกค้ารายนี้ไม่ใช่คนที่แกจะปฏิเสธได้ เขาคือเจ้าของตึกที่เราเช่าพื้นที่อยู่ ถ้าแกไม่ไปคืนนี้ พรุ่งนี้แกเตรียมตัวหาที่ทำงานใหม่ได้เลย"

คำขู่เรื่องตกงานทำให้สติของเซลีนเย็นเยียบ เธอเพิ่งเบิกเงินล่วงหน้าไปจ่ายค่ายานอกบัญชีให้น้องสาว การตกงานตอนนี้หมายถึงการตัดช่องทางรอดเดียวที่มี

เซลีนมองกระเป๋าน้ำมันนวดที่วางอยู่ข้างตู้ล็อกเกอร์

"ค่าจ้างสามเท่า จ่ายเงินสดคืนนี้เลย" ผู้จัดการยื่นข้อเสนอเพิ่มเมื่อเห็นท่าทีลังเล

เซลีนสูดลมหายใจลึก เธอกลืนความเหนื่อยล้าลงคอ "ฉันจะไปค่ะ ขอเวลาเตรียมของสักครู่"

หญิงสาวเปลี่ยนชุดกลับเป็นยูนิฟอร์มของสปา กางเกงผ้าเนื้อนิ่มและเสื้อคอจีนสีขาวสะอาดตา หยิบกระเป๋าอุปกรณ์กายภาพบำบัดและน้ำมันนวดขวดประจำติดตัวไป ผู้จัดการเดินนำหน้าเธอออกไปยังโถงทางเดินด้านนอก

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทรออยู่หน้าประตูสปา เขาดูไม่เหมือนพนักงานต้อนรับหรือเลขา ท่าทางยืนเอามือไพล่หลังและสายตาที่กวาดมองรอบด้านเหมือนเรดาร์ตรวจจับภัยคุกคาม บ่งบอกถึงความเป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพ

"ผมดีแลน จะพาคุณขึ้นไปหาบอส" เขาเอ่ยสั้นๆ เมื่อเซลีนเดินออกมา

"เซลีนค่ะ เป็นนักกายภาพบำบัด ไม่ใช่แค่หมอนวดทั่วไป" เธอแนะนำตัวเพื่อรักษาระยะห่าง

ดีแลนพยักหน้ารับรู้ ไม่ตอบอะไรเพิ่มเติม เขาผายมือเชิญให้เธอเดินไปที่ลิฟต์ส่วนตัวซึ่งต้องใช้คีย์การ์ดสีดำแตะเพื่อผ่านเข้าไป

ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ความเงียบในห้องโดยสารเหล็กสี่เหลี่ยมนี้ทำให้เซลีนรู้สึกอึดอัด เธอแอบลอบมองชายหนุ่มชื่อดีแลนผ่านเงาสะท้อนของกระจก เขาเอาแต่ยืนนิ่ง หน้าตาขึงขัง ไม่มีบทสนทนาสร้างความเป็นมิตรใดๆ

ตัวเลขดิจิทัลเหนือประตูลิฟต์วิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนหยุดที่ชั้นหกสิบ

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออกกว้าง

โถงทางเดินปูด้วยหินอ่อนสีดำสนิท สะท้อนแสงไฟดวงเล็กๆ ตามทางเดิน ดีแลนก้าวออกไปก่อน เซลีนเดินตามหลัง กระชับสายกระเป๋าเครื่องมือในมือแน่นขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าปกติมาก

ดีแลนหยุดยืนหน้าประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลาย เขากดรหัสผ่านที่แผงควบคุมด้านข้าง เสียงสลักกลอนอิเล็กทรอนิกส์ปลดล็อก

"เชิญครับ" ดีแลนดันประตูเปิดออกกว้าง

เซลีนก้าวเท้าเข้าไปในห้องเพนต์เฮาส์ มันกว้างขวางเกินกว่าจะเรียกว่าห้องพัก ทว่าสิ่งที่เตะตาเธอไม่ใช่การตกแต่งหรูหราหรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่เป็นความมืดสนิทที่ปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ผ้าม่านทึบแสงถูกปิดลงมาจนหมด ไม่มีแม้แต่แสงจากหลอดไฟดวงเล็ก

ความมืดไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดลดลง

แอชตันนั่งพิงพนักโซฟาหนังสีดำในห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่ เขายกมือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นรอยแผลเป็นนูนหนาที่พาดผ่านแผงอกไปจนถึงหลัง ความร้อนรุ่มในหัวเหมือนมีไฟแผดเผาเส้นประสาททุกเส้น เขาไม่ได้หลับมาสามวันเต็มๆ อาการนอนไม่หลับเรื้อรังเล่นงานหนักกว่าครั้งไหน

ความอ่อนล้าสะสมผสมปนเปกับความหงุดหงิด เขาต้องการเพียงแค่ความสงบ แต่หัวของเขากลับเต็มไปด้วยความทรงจำคาวเลือดและเสียงกรีดร้องในอดีตที่คอยตามหลอกหลอนทุกครั้งที่หลับตาลง

"บอสครับ ผมพาคนมาแล้ว"

เสียงของดีแลนดังขึ้นพร้อมกับเสียงปลดล็อกประตู

แอชตันขบกรามแน่น เขาเกลียดการมีคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว เกลียดการต้องหายใจร่วมกับคนที่ไม่รู้จัก แต่ความทรมานในกะโหลกศีรษะบีบบังคับให้เขาต้องหาทางออก

เขามองเห็นเงาดำของดีแลนและผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู

"เปิดไฟทำไม กูบอกให้ปิดไฟ!" แอชตันตะคอกเสียงดุ หยิบแก้ววิสกี้คริสตัลบนโต๊ะ ปาอัดใส่กำแพงข้างประตูเต็มแรง

เพล้ง!

เศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้นพรมราคาแพง เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วห้องนั่งเล่น ดีแลนหยุดชะงักฝีเท้าทันที รู้ดีว่าอารมณ์ของเจ้านายตอนนี้พร้อมจะฉีกร่างทุกคนที่ขวางหน้า

แอชตันหอบหายใจหนัก การออกแรงเมื่อครู่ยิ่งทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นสมอง อาการปวดหัวบีบรัดรุนแรงขึ้นจนเขาต้องยกมือกุมขมับตัวเองไว้

"ไล่มันกลับไป... กูไม่นวดแล้ว!" เขาออกคำสั่งไล่ตะเพิด ความหงุดหงิดพุ่งสูงจนทะลุขีดจำกัด การมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ไม่ได้ช่วยให้เขาสงบลงเลยสักนิด มันยิ่งทำให้เขาระแวง

เซลีนยืนนิ่ง ไม่ถอยหลังหลบเศษแก้วที่กระเด็นมาโดนรองเท้าผ้าใบของเธอ เธอเคยรับมือกับลูกค้าเหวี่ยงวีนมาเยอะ แต่ผู้ชายที่นั่งจมอยู่ในความมืดคนนี้แผ่รังสีคุกคามที่ต่างออกไป มันเป็นความอันตรายที่จับต้องได้

ดีแลนขยับตัวจะเข้าบังให้ แต่เซลีนยกมือห้าม

บทถัดไป