บทที่ 10 บทที่ 10

"ฉันเซ็นสัญญาเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับคุณ ถูกบังคับให้ไปไหนมาไหนพร้อมบอดี้การ์ด แล้วจู่ๆ คุณก็กลับมาในสภาพเลือดอาบแบบนี้..." เซลีนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "จะไม่ให้ฉันรู้เลยเหรอคะว่าคนที่ฉันกำลังรักษาอยู่ มีศัตรูที่พร้อมจะบุกมายิงหัวฉันได้ทุกเมื่อหรือเปล่า"

"ไม่มีใครกล้าบุกขึ้นมาที่นี่" แอชตันตอบอย่างหนักแน่น "ที่นี่คือเซฟโซนตราบใดที่เธอไม่ออกไปข้างนอกตามลำพัง จะไม่มีใครทำอันตรายเธอได้"

"แล้วตัวคุณล่ะคะ"

คำถามนั้นทำให้แอชตันชะงัก

"คุณห้ามฉันออกไปข้างนอกเพราะกลัวอันตราย แต่คุณกลับออกไปเสี่ยงตายเองทุกวัน โลกของคุณมันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอคะ แอชตัน" เธอเรียกชื่อเขาตรงๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงเจือด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความตระหนักรู้ถึงอันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

แอชตันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาค้นหาความรังเกียจหรือความขยะแขยง แต่กลับพบเพียงความแน่วแน่และ... ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

"โลกของฉันมันสีดำสนิท เซลีน" เขากล่าวเสียงเรียบ "คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์มีชีวิตรอด ถ้าฉันไม่ฆ่าพวกมัน พวกมันก็จะกลับมาฆ่าฉัน การดิ้นรนเพื่อเป็นผู้รอดชีวิตคือสิ่งเดียวที่ฉันรู้จัก"

เซลีนเงียบไป เธอผ่อนแรงกดที่ฝ่ามือลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเลือดหยุดไหลซึมออกมาจากผ้าก๊อซแล้ว

"เลือดหยุดแล้วค่ะ รอหมอของคุณมาเย็บแผลก็พอ" เธอสحبมือตัวเองออกอย่างระมัดระวัง

หญิงสาวก้มลงมองฝ่ามือและปลายนิ้วของตัวเอง ถุงมือยางสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงเข้มของเขา เธอรู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อยเมื่อความกดดันเริ่มคลายตัวลง อะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่เริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

เซลีนถอดถุงมือยางออก ทิ้งมันลงในถุงขยะพลาสติกขนาดเล็ก หยิบผ้าขนหนูสะอาดมาเช็ดคราบเลือดที่กระเซ็นโดนหลังมือของเธอ

"ฉันจะไปล้างมือ แล้วจะกลับมาทำความสะอาดพื้นให้" เธอบอก พลางหยิบขวดน้ำเกลือและอุปกรณ์เตรียมจะลุกขึ้นยืน

แอชตันมองเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาของเธอ

การต้องมานั่งรับมือกับมาเฟียอารมณ์ร้ายและแผลเลือดสาดไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงธรรมดาควรเจอ เขาสัมผัสได้ว่าเธอพยายามเข้มแข็งเพื่อสถานการณ์ตรงหน้า แต่ร่างกายของเธอเริ่มประท้วง

ทันทีที่เซลีนขยับตัวจะลุกขึ้น แอชตันตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณดิบของตัวเอง เขาไม่ได้ต้องการให้เธอไปไหน ไม่ต้องการให้เธอทิ้งเขาไว้ในความเงียบนี้

มือใหญ่ข้างขวาที่เปื้อนเลือดจางๆ เอื้อมออกไปคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธออย่างรวดเร็ว

เซลีนไม่ทันตั้งตัว ร่างกายที่เพิ่งสูญเสียการทรงตัวจากการนั่งคุกเข่ามานาน ประกอบกับแรงดึงที่หนักหน่วง ทำให้เธอเสียหลักล้มคะมำลงมาด้านหน้า

"อ๊ะ!" เซลีนอุทานเสียงหลง

ร่างบางล้มทับลงบนแผงอกเปลือยเปล่าของแอชตันอย่างจัง เธอรีบเบี่ยงตัวหลบแผลที่สีข้างด้านซ้ายของเขาตามสัญชาตญาณแพทย์ ทำให้ใบหน้าของเธอซุกเข้าที่ลาดไหล่ด้านขวาของเขาแทน สองมือเล็กยันพนักโซฟาไว้เพื่อไม่ให้ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปมากนัก

เซลีนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วพอๆ กับจังหวะกลองรบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นคาวเลือดลอยแตะจมูกชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้น

"อย่าขยับ..."

เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังก้องอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเซลีนขนลุกซัน

ท่อนแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กของแอชตันกอดรัดรอบเอวเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอลุกขึ้น ร่างกายของเขาร้อนผ่าว และเธอกำลังนั่งทับอยู่บนตักของเขาในท่าทางที่ล่อแหลมที่สุด

"คุณแอชตัน ปล่อยค่ะ แผลคุณจะสะเทือน" เซลีนดุเสียงสั่น พยายามใช้เหตุผลทางการแพทย์มาต่อรอง เธอไม่กล้าดิ้นแรงเพราะกลัวแผลเขาจะปริแตกอีกรอบ

"ฉันบอกให้อยู่นิ่งๆ ไง" เขาสั่งซ้ำ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด

แอชตันหลับตาลง ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเซลีน กลิ่นสบู่และกลิ่นแป้งเด็กจากตัวเธอทำงานเหมือนยาสลบชั้นดีที่ช่วยกดทับความเจ็บปวดและความเกรี้ยวกราดในใจเขาให้สงบลง สัมผัสเนื้อแนบเนื้อที่เขาเคยเกลียดชังนักหนา กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาโหยหาที่สุดในเวลานี้

เขาไม่ได้ต้องการทำเรื่องอย่างว่า เขาแค่ต้องการที่ยึดเหนี่ยว

เซลีนหยุดชะงักการดิ้นรน เธอสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงใต้แผ่นอกของเขา และความสั่นสะท้านเล็กๆ จากกล้ามเนื้อที่กำลังพยายามอดทนต่อความเจ็บปวด ผู้ชายคนนี้ภายนอกดูแข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่รอให้ใครสักคนมาช่วยประสาน

เธอถอนหายใจยาวอย่างปลงตก ยอมปล่อยให้ร่างของตัวเองพักพิงอยู่บนอกของเขา มือเล็กค่อยๆ ลดระดับลงจากพนักโซฟา มาวางแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้

ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีการผลักไส มีเพียงความเงียบงันที่ปล่อยให้อุณหภูมิร่างกายถ่ายทอดความรู้สึกถึงกัน

เวลาผ่านไปหลายนาที เสียงไซเรนรถพยาบาลฉุกเฉินหรือเสียงรถยนต์จากด้านล่างตึกไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาทำลายความสงบในห้องนั่งเล่นนี้ได้

เซลีนช้อนสายตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคายที่กำลังหลับตาพริ้ม เขาดูเหมือนกำลังพักผ่อนอย่างเต็มที่แม้จะมีบาดแผลฉกรรจ์

"หมอของคุณใกล้จะถึงหรือยังคะ" เธอถามทำลายความเงียบเสียงเบาหวิว

แอชตันไม่ลืมตา แต่ริมฝีปากที่แห้งผากของเขาขยับพูดช้าๆ

"อยู่เฉยๆ สักสิบนาที นวดขมับให้ฉันหน่อย... มันปวดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป