บทที่ 2 บทที่2
เธอวางกระเป๋าเครื่องมือลงบนโต๊ะกระจกใกล้ตัว "คุณดีแลน ช่วยเปิดไฟสลัวมุมห้องให้หน่อยค่ะ ไฟมืดขนาดนี้ฉันมองไม่เห็นลายกล้ามเนื้อ"
"กูบอกว่าไม่ให้เปิด!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกลับมาจากมุมมืด
เซลีนเดินก้าวข้ามเศษแก้ว ตรงเข้าไปหาต้นเสียงบนโซฟา "ถ้าคุณไม่เปิดไฟ ฉันจะนวดให้คุณไม่ได้ และถ้าฉันนวดไม่ได้ คุณก็จะต้องปวดหัวไปจนถึงเช้า เลือกเอาค่ะ"
ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง
ดีแลนเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟหรี่ที่มุมห้อง แสงสีส้มอ่อนสาดส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายของชายหนุ่มร่างยักษ์ ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องมองเธอเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เสื้อเชิ้ตสีดำของเขายับยู่ยี่ กระดุมหลุดลุ่ย เผยให้เห็นรอยสักที่พาดทับรอยแผลเป็นน่ากลัวบนลาดไหล่
เซลีนไม่แสดงอาการหวาดกลัว เธอเดินเข้าไปใกล้โซฟา เปิดกระเป๋าเครื่องมือ หยิบขวดน้ำมันนวดออกมา
"หยุดอยู่ตรงนั้น ห้ามแตะตัวฉัน" แอชตันออกคำสั่ง เสียงของเขากดต่ำเต็มไปด้วยอำนาจ
"ฉันเป็นนักกายภาพบำบัด ถ้าไม่แตะตัวคุณ แล้วฉันจะรักษาคุณยังไงคะ" เซลีนตอบกลับเสียงเรียบ เธอเปิดขวดน้ำมันขวดเล็ก เทของเหลวใสลงบนฝ่ามือ ถูเข้าด้วยกันเพื่อวอร์มอุณหภูมิ
กลิ่นเปปเปอร์มินต์ผสมกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ลอยมาแตะจมูกแอชตัน มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอ
เซลีนเดินอ้อมไปด้านหลังโซฟา "หลับตาค่ะ นั่งพิงพนักมาเลย"
"ฉันบอกว่าอย่ามายุ่ง" แอชตันสวนกลับ พยายามเบี่ยงตัวหนี
"คุณเรียกฉันมากลางดึก จ่ายเงินไปแล้ว จะมาเปลี่ยนใจตอนนี้มันเสียเวลาเปล่าค่ะ" เซลีนไม่สนใจท่าทีแข็งกร้าวนั้น เธอใช้ความเด็ดขาดในการรับมือ "พิงหลังลงมาค่ะ ฉันจะกดจุดให้"
แอชตันจ้องหน้าเธอเขม็ง ยัยหมอนวดตัวเล็กแค่อกเขา ใบหน้าจืดชืดไร้เครื่องสำอาง แต่ดวงตากลับแข็งกร้าวไม่ยอมคน เขาสบถในลำคอด้วยความขัดใจ แต่ความปวดหัวที่รุมเร้าทำให้เขาหมดแรงจะต่อล้อต่อเถียง เขาเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างกระแทกกระทั้น
"ถ้ามือเธอหนักเกินไป ฉันจะหักข้อมือเธอทิ้ง" เขาขู่
"รับทราบค่ะ" เซลีนตอบรับสั้นๆ
แอชตันเกร็งตัวต้าน เขาเกลียดการถูกสัมผัส เกลียดความรู้สึกที่ต้องฝากความปลอดภัยไว้กับมือคนแปลกหน้า สัญชาตญาณระแวดระวังภัยทำงานเต็มที่เมื่อมีคนมายืนอยู่ด้านหลังในจุดที่บอดสายตา
แต่ก่อนที่เขาจะขยับตัวหนี ปลายนิ้วเย็นระรื่นก็แตะลงบนท้ายทอยของเขา
ความเย็นนั้นสวนทางกับความร้อนรุ่มในหัวของเขาอย่างสิ้นเชิง
แอชตันสะดุ้ง กล้ามเนื้อหลังคอเกร็งเขม็งเป็นก้อนแข็ง
"อย่าเกร็งค่ะ หายใจเข้าลึกๆ" เสียงของเธอราบเรียบ ไม่มีการสั่นเครือจากความกลัว
เซลีนกดน้ำหนักนิ้วหัวแม่มือลงบนจุดเจ็บที่ฐานกะโหลก น้ำหนักมือของเธอไม่ได้เบาจนน่ารำคาญ และไม่ได้แรงจนทำให้ช้ำ มันเป็นจังหวะที่แม่นยำและพอดีกับจุดที่ปวดบีบที่สุด
แอชตันกัดฟัน พยายามต่อต้านสัมผัสนั้น แต่กลิ่นเปปเปอร์มินต์และอุณหภูมิเย็นสบายจากฝ่ามือเล็กๆ กลับแทรกซึมผ่านผิวหนัง ทะลวงกำแพงการป้องกันของเขาเข้าไปทีละน้อย
การกดจุดของเซลีนทำงานร่วมกับระบบประสาทของเขาอย่างน่าประหลาดใจ ความเจ็บปวดที่เต้นตุบๆ ในหัวค่อยๆ คลายตัวลงอย่างช้าๆ เธอใช้นิ้วหัวแม่มือนวดวนเป็นวงกลมไล่ระดับจากท้ายทอยลงมาที่บ่ากว้าง กดเน้นย้ำตรงจุดที่กล้ามเนื้อจับตัวเป็นก้อน
แอชตันผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ไหล่ที่ตั้งชันลู่ลง ร่างกายที่เตรียมพร้อมปะทะผ่อนคลายลงโดยที่เขาเองก็ควบคุมไม่ได้ เขาเอนศีรษะทิ้งน้ำหนักลงบนมือของเธอ ปล่อยให้ปลายนิ้วนั้นคลึงนวดขมับและท้ายทอยต่อไป
เขายอมหลับตาลง ไม่ใช่เพราะเชื่อใจ แต่เพราะความอ่อนล้ามันเข้าครอบงำจนขีดสุด
"น้ำหนักมือพอดีไหมคะ" เซลีนถามเบาๆ
แอชตันไม่ตอบ เขาเพียงแค่ครางรับในลำคอ เสียงหึ่งในหัวที่คอยรบกวนสมาธิมาหลายวันสงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของตัวเขาเอง
เซลีนเปลี่ยนจากนิ้วหัวแม่มือเป็นการใช้ปลายนิ้วทั้งสี่นวดคลึงไปตามแนวไรผม กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
มือของเธอมีอำนาจลึกลับบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขาสงบลง
เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการลงน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับเดือนถูกรีดเค้นออกไปทีละน้อย แอชตันปล่อยตัวตามสบาย ทิ้งความระแวงทั้งหมดไว้เบื้องหลัง
สติของเขาค่อยๆ เลือนรางลงสู่อ้อมกอดของความมืดมิดที่ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป
เซลีนยืนนวดอยู่ด้านหลังโซฟาเป็นเวลาเกือบชั่วโมง เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือ จากที่แข็งเกร็งเหมือนแผ่นหิน ตอนนี้มันอ่อนนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด
ลมหายใจของผู้ชายตัวโตตรงหน้าเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เธอชะโงกหน้าไปดูด้านข้าง พบว่าดวงตาดุดันคู่นั้นหลับสนิทไปแล้ว คิ้วที่เคยขมวดมุ่นคลายออกหมดสิ้น ใบหน้ายามหลับของเขาดูไร้พิษสง แตกต่างจากตอนที่ปาแก้วอัดกำแพงเมื่อชั่วโมงก่อนลิบลับ
เซลีนค่อยๆ ยกมือออกจากบ่าของเขาอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เขารู้สึกตัวตื่น
เธอหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในกระเป๋ามาเช็ดคราบน้ำมันนวดออกจากฝ่ามือ หันไปมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ตอนนี้เป็นเวลาตีสองครึ่งแล้ว เธอเลยเวลาเลิกงานมานานมาก และมาย่าคงรอจนเผลอหลับไปแล้ว
ดีแลนเดินเข้ามาหาเธอเงียบๆ เขามองเจ้านายของตัวเองที่หลับสนิทอยู่บนโซฟาด้วยสายตาประหลาดใจ บอสของเขาไม่เคยหลับลึกขนาดนี้มาก่อน ยิ่งในที่ที่มีคนนอกอยู่ด้วย ยิ่งเป็นไปไม่ได้
