บทที่ 4 บทที่ 4
คำตอบนั้นทำเอาเซลีนชาไปทั้งร่าง โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ
เจ้านายของผู้ชายชื่อดีแลนไม่ได้แค่เสนอเงิน แต่เขากำลังตัดช่องทางทำมาหากินทั้งหมดของเธอ บีบให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับงานจากเขาเพียงคนเดียว
เซลีนหันขวับกลับไปมองดีแลนที่ยังคงยืนอยู่ตำแหน่งเดิม ไม่ได้ขยับตามมา แต่สายตาของเขามองตรงมาที่เธอราวกับรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้
ความโกรธแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่คอ เซลีนกำโทรศัพท์แน่น เดินจ้ำอ้าวกลับไปหาบอดี้การ์ดหนุ่ม
"เจ้านายคุณอยู่ที่ไหน" เธอถามเสียงเย็นเยียบ
"บริษัทโลจิสติกส์ อาคารซีคอนสแควร์ทาวเวอร์ ชั้นสี่สิบห้าครับ" ดีแลนตอบอย่างรวดเร็ว ผายมือไปยังรถเอสยูวีสีดำกันกระสุนที่จอดเทียบฟุตปาธอยู่ไม่ไกล "เชิญครับ บอสกำลังรอคุณอยู่"
อาคารกระจกสูงตระหง่านตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ
แอชตันนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้ม วันนี้สมองของเขาปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีเสียงวิ้งวั้งในหู ไม่มีอาการปวดขมับที่คอยกระตุ้นความหงุดหงิด การได้หลับสนิทรวดเดียวสี่ชั่วโมงเต็มเมื่อคืนเหมือนการชุบชีวิตใหม่
เขาพลิกดูแฟ้มรายงานผลประกอบการด้วยสายตาที่เฉียบคมขึ้น
ก่อนหน้านี้เขาใช้หมอฝีมือดีมานับไม่ถ้วน กินยาจนแทบจะกลายเป็นอาหารหลัก แต่ไม่มีใครหรืออะไรทะลวงกำแพงระบบประสาทของเขาได้ สัมผัสจากปลายนิ้วของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นทำงานร่วมกับร่างกายของเขาอย่างน่าประหลาด
แอชตันไม่สนใจว่าเธอจะเป็นใครหรือมีภาระอะไร สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือ เธอคือยารักษาของเขา และมาเฟียอย่างเขา เมื่อต้องการสิ่งใด เขาย่อมต้องได้มันมาครอบครอง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหนก็ตาม
ปัง!
ประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
เลขาหน้าห้องวิ่งตามเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ท่านประธานคะ ดิฉันพยายามห้ามแล้ว แต่เธอ..."
แอชตันยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม เลขาสาวรีบก้มหัวและถอยหลังปิดประตูห้องให้อย่างรู้หน้าที่
เซลีนยืนหอบหายใจอยู่กลางห้องทำงานกว้างขวาง ร่างเล็กของเธอสวมเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง ดูขัดกับความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงรอบด้านอย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตที่เคยนิ่งสงบตอนนวดให้เขาเมื่อคืน บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟโกรธ
เธอเดินก้าวยาวๆตรงดิ่งมาที่โต๊ะทำงานของเขา ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบซองเอกสารโรงพยาบาลและบิลแจ้งหนี้ค้างชำระปาลงบนโต๊ะกระจก
"คุณทำบ้าอะไรกับงานของฉัน!" เซลีนเปิดฉากถามเสียงแข็ง
แอชตันประสานมือวางไว้บนหน้าตัก นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องใบหน้าจืดชืดที่กำลังแดงจัดเพราะความโกรธ เขาแอบขบขันอยู่ในใจ ยัยหมอนวดคนนี้กล้าเดินฝ่าบอดี้การ์ดและเลขาของเขาเข้ามาโวยวายถึงโต๊ะทำงาน กล้ากว่าผู้ชายอกสามศอกหลายคนที่เคยมานั่งคุกเข่าร้องขอชีวิตในห้องนี้เสียอีก
"ฉันก็แค่ซื้อเวลาของเธอ" เขางึมงำตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย
"ซื้อเวลาบ้าอะไร คุณสั่งผู้จัดการบล็อกคิวงานฉัน ตัดรายได้ของฉันทั้งหมด!" เซลีนชี้ไปที่กองบิลค่ารักษาพยาบาล "ฉันต้องใช้เงินรักษาน้องสาว ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมบ้าอำนาจกับคนรวยล้นฟ้าอย่างคุณหรอกนะ"
"ก็เพราะรู้ว่าต้องใช้เงินรักษาน้องสาว ฉันถึงให้ดีแลนเอาเช็คไปให้เธอแต่เช้า" แอชตันหยิบแฟ้มบิลค่ารักษาของมาย่าขึ้นมาเปิดดูพลิกๆ "แล้วเธอก็ปฏิเสธมัน"
"เพราะฉันไม่ได้ขายชีวิตให้คุณ! ฉันมีสิทธิส่วนบุคคลที่จะเลือกลูกค้า"
แอชตันแค่นหัวเราะในลำคอ คำว่าสิทธิส่วนบุคคลเป็นคำที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับคนที่มีอำนาจล้นมืออย่างเขา
เขาโยนแฟ้มโรงพยาบาลกลับลงบนโต๊ะ เลื่อนลิ้นชักด้านขวา หยิบแฟ้มเอกสารปกดำอีกเล่มหนึ่งออกมาวางตรงหน้าเธอ
"อ่านซะ"
เซลีนขมวดคิ้ว มองแฟ้มสีดำสลับกับใบหน้าหล่อเหลาดุดัน เธอไม่ยอมหยิบมันขึ้นมา
"ฉันไม่เซ็นอะไรทั้งนั้น"
"ถ้าไม่อ่าน เธอจะพลาดข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต" แอชตันพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางของเขาคือผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมแล้ว "เปิดอ่านดูยัยหมอนวด ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
แรงกดดันจากสายตาของเขาบีบให้เซลีนต้องเอื้อมมือไปเปิดแฟ้ม
มันคือสัญญาว่าจ้างงาน ตัวอักษรบนหน้ากระดาษระบุชัดเจนถึงหน้าที่ "นักกายภาพบำบัดส่วนตัว" ระยะเวลาสัญญาหกเดือน
ข้อตกลงระบุให้เธอย้ายเข้าไปอยู่ในเพนต์เฮาส์ของเขา เตรียมพร้อมให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้ามรับงานนวดจากบุคคลอื่น ห้ามปิดเครื่องโทรศัพท์ และต้องปฏิบัติตามกฎรักษาความปลอดภัยของเขาทุกข้อ
เซลีนอ่านข้อห้ามเหล่านั้นแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอ่านกฎระเบียบของเรือนจำ
แต่สิ่งที่ทำให้สายตาของเธอสะดุด คือหน้าสุดท้ายของสัญญา ในส่วนของค่าตอบแทน
ไม่มีตัวเลขระบุไว้ มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า 'รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพักวีไอพี และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดทั้งหมดของเด็กหญิงมาย่า ตลอดระยะเวลาสัญญา รวมถึงจัดหาทีมแพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดสำหรับคิวผ่าตัดไขกระดูก'
หัวใจของเซลีนกระตุกวูบ
นี่ไม่ใช่สัญญาจ้างงานธรรมดา แต่มันคือการซื้อชีวิตของเธอด้วยชีวิตของน้องสาว
"คุณสืบประวัติฉัน" เซลีนเงยหน้าขึ้นมองเขา เสียงของเธอเริ่มสั่น
"การรู้เบื้องหลังของคนที่ต้องเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เป็นเรื่องพื้นฐานของความปลอดภัย" แอชตันตอบหน้าตาย "น้องสาวเธอต้องเข้าคิวรอผ่าตัดยาวไปถึงปีหน้า ห้องพักรวมก็เสี่ยงติดเชื้อ ยาที่โรงพยาบาลจ่ายให้ก็เป็นแค่ยาตามบัญชีพื้นฐาน... เงินเดือนหมอนวดของเธอทั้งชีวิต ก็ซื้อชีวิตน้องสาวเธอไม่ได้หรอก เซลีน"
