บทที่ 6 บทที่ 6
"เข้าใจแล้วค่ะ มีอะไรอีกไหม"
"เบื้องต้นมีเท่านี้ครับ บอสจะกลับเข้ามาช่วงดึก ระหว่างนี้คุณพักผ่อนได้ตามสบาย" ดีแลนค้อมศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะดึงประตูห้องปิดลง ปล่อยให้เซลีนอยู่ตามลำพัง
หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกหนานุ่ม หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความจากพยาบาลที่ดูแลมาย่า ภาพถ่ายน้องสาวที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องพักวีไอพีปลอดเชื้อพร้อมรอยยิ้มสดใส ทำให้ความอึดอัดใจเรื่องกฎเกณฑ์งี่เง่าของมาเฟียลดลงไปได้มาก
เธอจัดของใช้ส่วนตัวเข้าตู้เสื้อผ้า อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าสะสม สวมชุดนอนผ้าฝ้ายแขนยาวขายาวสีฟ้าอ่อนที่ใส่สบายที่สุด ก่อนจะซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม ความนุ่มของเตียงราคาแพงสูบเอาเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ไปจนหมด เซลีนผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูรัวกระชั้นปลุกเซลีนให้สะดุ้งตื่น หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นนั่ง มองดูนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียง ตัวเลขดิจิทัลเรืองแสงบอกเวลาตีสองตรง
"คุณเซลีนครับ" เสียงของดีแลนดังลอดเข้ามา "บอสต้องการตัวครับ"
เซลีนยกมือขึ้นขยี้ตา พยายามดึงสติกลับเข้าร่าง เธอเพิ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง ร่างกายยังคงประท้วงด้วยความอ่อนเพลีย แต่หน้าที่ตามสัญญาว่าจ้างระบุชัดเจนว่าเธอต้องพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
"ขอเวลาหนึ่งนาทีค่ะ" เธอตะโกนตอบ
เซลีนลุกจากเตียง ล้างหน้าล้างตาให้พอตื่นตัว หยิบกระเป๋าเครื่องมือกายภาพใบเล็กติดมือมาด้วย เธอเปิดประตูออกไปพบดีแลนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง บอดี้การ์ดหนุ่มผายมือเชิญให้เธอเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่สุดโถงทางเดิน
ประตูห้องนอนหลักถูกแง้มไว้เล็กน้อย ดีแลนไม่ได้ตามเข้าไป เขาทำเพียงพยักหน้าให้เธอจัดการต่อเอง
เซลีนผลักประตูบานหนักเข้าไปด้านใน ความรู้สึกแรกที่ปะทะผิวคือความเย็นเยียบ เครื่องปรับอากาศในห้องนี้ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส ผ้าม่านทึบแสงปิดสนิททุกบาน มีเพียงไฟซ่อนหลืบสีเหลืองสลัวที่ให้แสงสว่างเพียงพอต่อการมองเห็น
แอชตันยืนหันหลังอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เขาสวมเพียงกางเกงสแล็กสีดำเนื้อดี ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นลาดไหล่กว้างและกล้ามเนื้อหลังที่ตึงเครียด รอยสักสีหมึกพาดทับรอยแผลเป็นนูนหนาที่ลากยาวจากสะบักลงมาถึงกลางหลัง เป็นร่องรอยที่ดูน่ากลัวและบอกเล่าถึงอดีตที่ไม่ได้สวยงาม
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอแต่ไม่ได้หันกลับมา
"คุณเรียกฉันมาตอนตีสองเพื่อมายืนดูคุณแผ่นหลังคุณเหรอคะ" เซลีนเปิดฉากด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดจากความง่วง
แอชตันหันขวับกลับมา นัยน์ตาสีเข้มของเขาแดงก่ำ บ่งบอกถึงความอ่อนล้าขั้นสุดที่ผสมปนเปกับความหงุดหงิด "ฉันนอนไม่หลับ หัวฉันปวดจนจะระเบิดอยู่แล้ว"
"แล้วทำไมคุณไม่นอนลงบนเตียงดีๆ ล่ะคะ การยืนเกร็งกล้ามเนื้อแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย" เซลีนเดินตรงไปที่เตียงคิงไซซ์กลางห้อง วางกระเป๋าเครื่องมือลงบนโต๊ะข้างเตียง "ขึ้นมานอนพิงพนักเตียงค่ะ ฉันจะนวดคอให้"
แอชตันขมวดคิ้วแน่น เขาเกลียดการถูกออกคำสั่งในพื้นที่ของตัวเอง แต่ความทรมานที่ขมับซ้ายบีบรัดจนเขาไม่มีอารมณ์จะเถียง เขาเดินกระแทกส้นเท้ามาที่เตียง ทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกอย่างแรง
"ฉันซื้อเวลาเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อย่ามาทำเสียงหงุดหงิดใส่ฉัน ยัยหมอนวด" เขาบ่นอุบอิบขณะขยับตัวเอนหลังพิงพนักเตียงบุนวม
"ฉันไม่ได้หงุดหงิดที่คุณเรียกฉันทำงานค่ะ" เซลีนปีนขึ้นไปบนเตียง ขยับเข้าไปนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังเขา "แต่ฉันหงุดหงิดที่คุณปล่อยให้อาการปวดมันรุนแรงจนทนไม่ไหวแล้วค่อยเรียก ทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนที่เริ่มมีอาการตึงที่คอ"
แอชตันไม่ตอบ เขาหลบสายตาไปทางอื่น การยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือตั้งแต่หัวค่ำมันขัดกับอีโก้ของเขาเกินไป
เซลีนไม่ได้คาดคั้น เธอปรับท่านั่งของตัวเองให้ถนัดที่สุด พิงแผ่นหลังเข้ากับหัวเตียง ยืดขาทั้งสองข้างออกไปด้านหน้า "ขยับลงมาค่ะ หนุนตักฉันไว้ ฉันจะได้ลงน้ำหนักนิ้วที่ฐานกะโหลกได้ถนัดขึ้น"
คำสั่งนั้นทำให้แอชตันชะงัก ร่างกายของเขาเกร็งขึ้นมาอัตโนมัติ การทิ้งศีรษะลงบนตักคนอื่นหมายถึงการเปิดเผยจุดอ่อนที่สุดของร่างกาย
"นวดท่านั่งก็พอ" เขาปฏิเสธเสียงห้วน
"กล้ามเนื้อคอคุณตึงเป็นแผ่นกระดานขนาดนี้ ถ้านวดท่านั่งคุณก็จะเกร็งต้านนิ้วฉันไปตลอดการนวด มันไม่หายหรอกค่ะ" เซลีนอธิบายด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ตบลงบนหน้าตักตัวเองเบาๆ "ลงมาเถอะค่ะ ฉันง่วง อยากรีบทำหน้าที่ให้จบ คุณจะได้พักผ่อนเสียที"
ความเหนื่อยล้าเอาชนะความหวาดระแวง แอชตันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนหงาย วางศีรษะลงบนตักนุ่มของหญิงสาว ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าฝ้ายชุดนอนของเธอ
เซลีนก้มหน้าลงมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ คิ้วหนาของเขายังคงขมวดมุ่น ดวงตาหลับพริ้มแต่ลูกตายังคงกลอกไปมาอยู่ใต้เปลือกตา บ่งบอกว่าสมองของเขายังคงทำงานอย่างหนักหน่วง
เธอไม่ใช้น้ำมันนวดตามกฎที่เขาตั้งไว้ ปลายนิ้วเล็กทั้งสิบสอดเข้าใต้กลุ่มผมสีเข้ม สัมผัสลงบนหนังศีรษะ ค่อยๆ คลึงเป็นวงกลมเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
แอชตันสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กจางๆ จากตัวเซลีนลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและบริสุทธิ์ แตกต่างจากกลิ่นควันบุหรี่ น้ำหอมราคาแพง หรือกลิ่นคาวเลือดที่เขาคุ้นเคย
เซลีนเลื่อนตำแหน่งนิ้วหัวแม่มือลงมากดที่จุด ทริกเกอร์พอยต์ บริเวณท้ายทอย น้ำหนักนิ้วของเธอคงที่และสม่ำเสมอ ความอุ่นจากฝ่ามือเล็กๆ ค่อยๆ แทรกซึมผ่านผิวหนังที่เย็นเฉียบของเขา
