บทที่ 7 บทที่ 7
"แรงไปไหมคะ" เธอถามเสียงเบา
"พอดีแล้ว" แอชตันพึมพำตอบในลำคอ
ห้องนอนกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนสองคนที่เริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกัน
เซลีนไล้นิ้วจากท้ายทอยลงมาสู่บ่ากว้าง กดคลึงปมกล้ามเนื้อที่จับตัวเป็นก้อนแข็ง เธอสัมผัสได้ถึงความเกร็งต้านในช่วงแรก ก่อนที่มันจะค่อยๆ อ่อนนุ่มลงตามน้ำหนักมือที่เธอกดลงไป
แอชตันรู้สึกเหมือนมีเวทมนตร์บางอย่างไหลผ่านปลายนิ้วของเธอ อาการปวดบีบที่ขมับซึ่งคอยรบกวนสมาธิเขามาหลายชั่วโมงเริ่มจางหายไป ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวถูกแทนที่ด้วยความเบาสบาย เขาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วก็จำไม่ได้
สติของมาเฟียหนุ่มเริ่มเลือนราง เขาปล่อยให้ความง่วงงุนเข้าครอบงำ ทิ้งน้ำหนักศีรษะทั้งหมดลงบนตักของเซลีนอย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบห้านาที
เซลีนยังคงขยับนิ้วคลึงขมับให้ผู้ชายบนตักอย่างต่อเนื่อง แขนของเธอเริ่มล้า และหลังก็เริ่มปวดจากการนั่งพิงหัวเตียงในท่าเดิมนานเกินไป
เธอก้มลงมองคนไข้กิตติมศักดิ์ ลมหายใจของแอชตันเข้าออกเป็นจังหวะยาวและลึก บ่งบอกว่าเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ใบหน้ายามหลับของเขาดูต่างจากตอนตื่นลิบลับ คิ้วที่เคยผูกโบคลายออกหมดสิ้น ริมฝีปากที่มักจะพ่นคำสั่งร้ายกาจปิดสนิท เขาดูเหมือนผู้ชายธรรมดาที่กำลังเหนื่อยล้าจนหมดแรง ไม่ใช่บอสมาเฟียที่พร้อมจะสั่งฆ่าใครก็ได้
เซลีนค่อยๆ หยุดมือ หดนิ้วกลับอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เขารู้สึกตัว เธอตั้งใจจะค่อยๆ ขยับตัวออก ร่นหมอนมารองศีรษะให้เขาแทน เพื่อที่เธอจะได้กลับไปนอนพักที่ห้องของตัวเอง
แต่ทันทีที่เธอขยับตัวจะลุกขึ้น มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวก็พุ่งพรวดขึ้นมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
เซลีนสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ เธอก้มลงมอง แอชตันยังคงหลับสนิท เปลือกตาปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ แต่สัญชาตญาณระวังภัยในตัวเขาทำงานอย่างเป็นอิสระ มือใหญ่ของเขากำข้อมือเล็กของเธอไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคงพอที่จะไม่ให้เธอขยับไปไหนได้
เธอพยายามค่อยๆ บิดข้อมือออกอย่างเบามือที่สุด แต่ยิ่งเธอขยับ แรงบีบจากมือเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ราวกับร่างกายของเขากำลังต่อต้านการถูกทอดทิ้ง
เซลีนถอนหายใจยาวอย่างปลงตก เธอรู้ดีว่าถ้าเธอดื้อดึงดึงมือออกตอนนี้ เขาจะต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแน่ๆ และถ้าเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการนอนไม่หลับที่กำเริบอีกครั้ง งานของเธอก็จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
หญิงสาวมองไปที่นาฬิกาหัวเตียง เวลาตีสามสี่สิบห้านาที
เธอยอมแพ้ ขยับตัวกลับมานั่งพิงหัวเตียงในท่าเดิม ปล่อยให้ข้อมือของตัวเองถูกพันธนาการไว้ในอุ้งมือของมาเฟียที่หลับใหล ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเริ่มทำให้เธอรู้สึกหนาว セลีนใช้มือข้างที่ว่างเอื้อมไปดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับช่วงขาของตัวเองและหน้าอกเปลือยเปล่าของแอชตันไว้
เธอพิงศีรษะเข้ากับผนังบุนวม ความง่วงเริ่มจู่โจมอย่างหนักหน่วง เซลีนปิดตาลง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าพัดพาเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับเขา โดยมีฝ่ามือหนาที่เกาะกุมข้อมือเธอไว้เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ในคืนนี้
รุ่งเช้า แสงแดดอ่อนๆ ส่องทะลุผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาตกกระทบบนพื้นพรม
แอชตันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา สมองของเขาปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีอาการปวดหัวรุนแรง ไม่มีเสียงวิ้งวั้งในหู เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งบนท่อนแขน
เขาลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักของเซลีนอยู่ หญิงสาวหลับคอพับไปด้านข้าง พิงศีรษะกับหัวเตียง ลมหายใจของเธอเข้าออกสม่ำเสมอ ใบหน้าจืดชืดไร้เครื่องสำอางดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
แอชตันก้มลงมองมือขวาของตัวเอง นิ้วของเขายังคงเกาะกุมข้อมือเล็กๆ ของเธอเอาไว้แน่น
เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความทรงจำเมื่อคืนค่อยๆ ไหลกลับมา เขาสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่มีคนพยายามขยับออกจากตัวเขาในตอนที่เขาหลับ แต่เมื่อคืนนี้ เขากลับดึงมือเธอไว้และหลับสนิทต่อไปได้อย่างน่าประหลาด
แอชตันค่อยๆ คลายปลายนิ้วออกจากข้อมือของเซลีนอย่างระมัดระวังที่สุด เขาสังเกตเห็นรอยแดงจางๆ บนผิวขาวเนียนตรงบริเวณที่เขาจับไว้ ความรู้สึกผิดเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในอก เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำรุนแรงกับเธอ
เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ เซลีนขยับตัวเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันเพราะความปวดเมื่อยจากการนั่งหลับในท่าเดิมมาหลายชั่วโมง
แอชตันชะงัก เขาไม่ได้ปลุกเธอให้ตื่นเพื่อไล่กลับห้อง แต่กลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ สอดแขนแข็งแรงเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง ช้อนร่างเล็กของเซลีนขึ้นอุ้มแนบอกอย่างง่ายดาย
เซลีนเบียดตัวเข้าหาไออุ่นจากแผงอกกว้างโดยสัญชาตญาณ เสียงครางอืออาในลำคอดังขึ้นเบาๆ แต่เธอยังคงหลับสนิทเพราะความอ่อนล้า
แอชตันค่อยๆ วางร่างของเซลีนลงบนพื้นที่ว่างบนเตียงคิงไซซ์ ดึงหมอนมารองศีรษะให้เธอในองศาที่สบายที่สุด ก่อนจะตลบผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมทับจนถึงคอ
เขายืนมองใบหน้าตอนหลับของเธออยู่ครู่หนึ่ง ยัยหมอนวดคนนี้ดื้อดึง ปากเก่ง และชอบเถียงเขาด้วยเหตุผลน่ารำคาญ แต่กลับเป็นคนเดียวที่ทำให้เขาสามารถปิดตาลงได้อย่างสนิทใจในรอบสิบเอ็ดปี
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ดีแลนจะแง้มประตูเข้ามา
