บทที่ 9 บทที่ 9
เซลีนเห็นท่าไม่ดี คนเจ็บกำลังใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและกำลังจะไล่คนที่มีสติที่สุดออกไป เธอไม่รอช้า หมุนตัววิ่งเข้าไปในห้องนอนเล็กของตัวเอง คว้ากระเป๋าอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ประจำตัวที่พกติดมาด้วยออกมาอย่างรวดเร็ว
เธอวิ่งกลับมาที่โซฟา ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าแอชตัน เปิดกระเป๋ายาออก หยิบกรรไกรแพทย์ ถุงมือยาง แอลกอฮอล์ และม้วนผ้าก๊อซขนาดใหญ่ออกมาวางเรียง
"คุณดีแลน คุณไปจัดการเรื่องความปลอดภัยข้างนอกตามที่เขาบอกเถอะค่ะ ตรงนี้ฉันจะห้ามเลือดเบื้องต้นให้เอง" เซลีนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแบบมืออาชีพ ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวในน้ำเสียงอีกต่อไป
ดีแลนมีสีหน้าลังเล เขามองสลับระหว่างเจ้านายที่กำลังหน้าซีดลงเรื่อยๆ กับหญิงสาวตัวเล็กที่กำลังสวมถุงมือยางด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"ฝากด้วยนะครับคุณเซลีน" ดีแลนตัดสินใจยอมถอย เขาค้อมศีรษะให้เธอหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งออกไปจากเพนต์เฮาส์เพื่อจัดการเรื่องภายนอกตามคำสั่ง
ทันทีที่ดีแลนพ้นสายตา แอชตันก็หันมาตวัดสายตาดุใส่คนตรงหน้าทันที
"ใครสั่งให้เธอมายุ่ง ถอยออกไป" เขากัดฟันพูด พยายามเบี่ยงตัวหนีเมื่อเซลีนขยับเข้าใกล้
"ถ้าคุณไม่อยากช็อกเพราะเสียเลือดมากจนตายคาโซฟาราคาแพงตัวนี้ ก็อยู่นิ่งๆ ค่ะ" เซลีนตอบกลับเสียงแข็ง มือเล็กหยิบกรรไกรขึ้นมา "เสื้อสูทกับเสื้อเชิ้ตของคุณมันติดกับปากแผล ฉันต้องตัดมันออก"
"อย่ามาแตะตัวฉัน" แอชตันยกมือขึ้นปัดกรรไกรในมือเธอทิ้ง สัญชาตญาณระวังภัยทำงานอัตโนมัติเมื่อมีคนพยายามเข้าใกล้จุดตาย เขาเกลียดการถูกสัมผัสยามอ่อนแอที่สุด
เซลีนถอนหายใจแรง ความอดทนของเธอเริ่มหมดลง เธอวางกรรไกรลงบนโต๊ะ ขยับตัวลุกขึ้นยืนค้ำก้มหน้ามองผู้ชายดื้อด้านที่กำลังจะตายเพราะอีโก้ของตัวเอง
"ฟังฉันให้ดีนะคุณแอชตัน" เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเข้มที่กำลังวูบไหวเพราะความเจ็บปวด "ฉันคือนักกายภาพบำบัด ฉันเรียนเรื่องสรีระวิทยาและหลอดเลือดมาสี่ปีเต็ม การห้ามเลือดแผลเปิดขนาดนี้คือการปฐมพยาบาลพื้นฐานที่ฉันทำได้ดีกว่าบอดี้การ์ดของคุณ ถ้าคุณไม่ยอมให้ฉันทำแผล คุณก็ทนทรมานรอหมอของคุณไปเถอะค่ะ แต่ฉันจะไม่ยอมมานั่งดูคนตายต่อหน้าต่อตาแน่"
แอชตันจ้องหน้าเธอกลับ นัยน์ตาของเขาแข็งกร้าว แต่ลมหายใจกลับติดขัดมากขึ้นทุกที อาการหน้ามืดเริ่มจู่โจมเพราะสูญเสียเลือดมากเกินไป
"จะทำอะไรก็รีบทำ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วหักคอเธอทิ้ง" เขาเค่นเสียงตอบในที่สุด ยอมทิ้งแผ่นหลังพิงเบาะโซฟาอย่างจำนน
เซลีนไม่สนคำขู่ เธอทรุดตัวลงคุกเข่าอีกครั้ง หยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเนื้อผ้าสูทราคาแพงและเสื้อเชิ้ตสีดำตั้งแต่ชายเสื้อขึ้นไปจนถึงช่วงอกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นรอยแผลถูกฟันเป็นทางยาวประมาณห้านิ้วที่สีข้างด้านซ้าย แผลลึกพอสมควรแต่โชคดีที่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่
เธอดึงเศษผ้าที่ขาดออก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องที่เกร็งเขม็ง รอยสักสีหมึกพาดทับอยู่บนผิวหนังบางส่วน แต่ตอนนี้เซลีนไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่นนอกจากปากแผลที่กำลังมีเลือดไหลทะลักออกมา
"ฉันต้องทำความสะอาดรอบปากแผลก่อน มันจะแสบมากนะคะ กัดฟันไว้"
เซลีนเตือนล่วงหน้า เธอเทน้ำเกลือและแอลกอฮอล์ลงบนสำลีก้อนใหญ่ ก่อนจะกดซับลงไปรอบๆ บริเวณบาดแผลเพื่อเช็ดคราบสกปรกและเศษฝุ่นออก
แอชตันหลับตาแน่น สันกรามบดเบียดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ความแสบร้อนพุ่งริ้วจากสีข้างลามไปทั่วร่างกาย เขากำพนักวางแขนของโซฟาแน่นจนข้อศอกขาวซีด ความเจ็บปวดทางกายไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา เขาเคยโดนหนักกว่านี้มาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดคือสัมผัสจากมือของคนที่กำลังรักษาเขาอยู่
ในอดีต เวลาเขาบาดเจ็บ บอดี้การ์ดหรือหมอเถื่อนจะรีบเข้ามารุมล้อมด้วยความลุกลนและหวาดกลัว แต่ผู้หญิงที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขากลับนิ่งสนิท
มือของเซลีนสั่นน้อยๆ เขาสังเกตเห็นได้ชัดเจน เธอพยายามควบคุมจังหวะการกดสำลีให้คงที่ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งถูกแทรกด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์และกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่ดึงความสนใจของเขาออกจากความเจ็บปวดได้อย่างน่าประหลาด
"ลึกหน่อยนะคะ แต่เส้นเลือดใหญ่ไม่ขาด ฉันจะใช้ผ้าก๊อซกดห้ามเลือดไว้ คุณต้องช่วยฉันกดด้วย" เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงความเด็ดขาด
เซลีนคลี่ม้วนผ้าก๊อซหนา พับทบกันหลายชั้น แล้วกดอัดลงไปบนปากแผลอย่างแรง แอชตันเผลอครางในลำคอด้วยความเจ็บ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดเกร็ง
"กดมือคุณทับลงมาบนมือฉันค่ะ ออกแรงกดไว้แน่นๆ" เธอสั่ง
แอชตันลืมตาขึ้น สบตากับดวงตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างมุ่งมั่น เขาค่อยๆ ยกมือขวาที่สั่นเล็กน้อยมาวางทับลงบนฝ่ามือเล็กของเธอที่กำลังกดผ้าก๊อซอยู่ ออกแรงกดตามที่เธอสั่ง
ความอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านมาถึงหลังมือของเขา
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ประสานกัน แอชตันลอบมองใบหน้าของเซลีนในระยะประชิด หน้าผากเนียนมีเหงื่อซึม ปากเล็กๆ เม้มเข้าหากันแน่นขณะออกแรงกดบาดแผล เธอไม่ได้มองหน้าเขาเลย ดวงตาของเธอจดจ่ออยู่แค่ที่แผลและปริมาณเลือดที่ซึมออกมา
"พวกมันเป็นใคร" เซลีนเอ่ยถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอแผ่วเบาลงกว่าตอนแรก
"ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้" แอชตันตอบปัดเสียงห้วน ไม่ต้องการดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างเขากับริชาร์ดมากไปกว่านี้
