บทที่ 13 ตักเตือน

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา….

กลับเข้าสู่โหมดเลขาสาวที่ต้องคอยรองรับอารมณ์แปรปรวนของเจ้านายหนุ่มอย่างธาราเหมือนเก่า ยิ่งช่วงนี้ที่โรงงานเกิดปัญหาเครื่องจักรหลายตัวพังใช้งานไม่ได้ เครื่องไหนที่พอซ่อมได้ก็ไม่สามารถใช้งานหนักได้อีก ทำให้ขั้นตอนการผลิตล่าช้าทำให้สินค้าขาดตลาดเกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินไม่น้อย กว่าเครื่องจักรจะถูกส่งเข้ามาก็ใช้เวลานานอยู่เป็นเดือนเพราะปัญหานี้ทำให้ธาราเครียดหนัก หงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาและคนที่คอยรองรับอารมณ์เดือดดาลของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากภรรยาพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาอย่างแพรไหม

อย่างเช่นตอนนี้ที่แพรไหมยืนก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลายหลังจากที่โดนธาราตะคอกใส่เสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจเนื่องจากแพรไหมทำเอกสารผิดพลาดมาให้ธาราเซ็น แฟ้มงานขนาดใหญ่โดนเขาเขวี้ยงใส่โดนขาของเธอเต็ม ๆ แม้จะเจ็บมากจนน้ำตาคลอแต่แพรไหมก็ต้องยืนก้มหน้าฟังเขาพูดต่อไป กัดฟันทนความเจ็บไว้ แม้ชักไม่แน่ใจว่าแผลที่โดนเขาปาแฟ้มใส่กับแผลที่ใจ แผลตรงไหนมันเจ็บมากกว่ากัน

“ทำงานยังไงของเธอแพรไหม เธอไม่เช็กเอกสารก่อนเอามาให้ฉันเช็นเลยเหรอ ไม่เห็นข้อผิดพลาด ไม่เห็นความผิดปกติในเอกสารฉบับนี้เลยหรือไง หากฉันเชื่อใจเธอโดยไม่อ่านทวนอีกครั้งแล้วเซ็นไป คิดไหมว่ามันจะเป็นยังไง ทำงานมาหลายปีฉันคิดว่าฝีมือการทำงานของเธอจะพัฒนาขึ้นบ้างแต่ทำไมมันดูเหมือนว่าการทำงานของเธอถอยหลังลงไปทุกวัน หากเธอไม่พอใจที่จะทำงานกับฉัน หากไม่อยากทำมันก็ลาออกไป” ธาราตวาดเสียงกร้าวมองคนที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเดือดดาล

ธารายืนมองแพรไหมอยู่อย่างนั้นพลางยกมือนวดขมับตัวเองแรง ๆ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดมันปวดตุบ ๆ จนธาราเบ้หน้า มีแต่เรื่องเข้ามาไม่เว้นแต่ละวันคนตรงหน้ายังสร้างปัญหาเล็ก ๆ มากวนใจเขาอีก

เขาควรทำยังไงกับเธอดี

“ขอโทษค่ะ” เสียงสั่นเครือเปล่งออกมาอย่างรู้สึกผิด ครั้งนี้แพรไหมไม่มีข้อแก้ตัวเพราะเธอทำงานสะเพร่าจริง ๆ หากธาราเชื่อใจแล้วเซ็นเอกสารฉบับนั้นโดยไม่อ่านทวนอีกครั้ง แพรไหมก็ไม่อยากคิดเหมือนกันว่าจะเกิดความเสียหายอะไรต่อบริษัทของเราบ้าง “ดิฉันจะทำงานให้ดีกว่านี้ จะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ“

”เธอก็ดีแต่พูด ทุกครั้งที่ทำงานพลาดเธอก็พูดแบบนี้ทุกครั้งแต่ฉันไม่เห็นถึงความพัฒนาของเธอเลย ฉันพูดในฐานะเจ้านายที่ทำงานกับเธอมาหลายปีนะแพรไหม ช่วยทำงานให้มันดีกว่านี้หน่อย ช่วยตั้งใจมากกว่านี้ หากเธอยังเป็นแบบนี้อยู่ไม่ใช่แค่ที่นี่แต่ไม่ว่าจะที่ไหน ๆ ก็ไม่มีใครอยากรับคนไม่มีความรับผิดชอบอย่างเธอเข้าทำงาน เข้าใจที่ฉันพูดไหม”

น้ำเสียงของธาราอ่อนลงจากตอนแรกพอสมควร เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้วเอ่ยตักเตือนแพรไหมด้วยความหวังดี แพรไหมเป็นคนทำงานดีก็จริงแต่บางครั้งงานที่ดีของเธอก็ดูเหมือนงานที่ทำลวก ๆ ให้มันผ่าน ๆ ไป

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“ออกไปได้แล้ว” เห็นไหล่ที่สั่นไหวของหญิงาสาว เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังเล็ดลอดออดมาทำธาราส่ายหน้าระอา

อ่อนแอเหลือเกินนะแม่คุณ พูดนิด สอนหน่อยก็น้ำตาไหล แต่เมื่อสายตาคมกริบของธาราเหลือบเห็นขาของแพรไหมที่มีรอยฟกช้ำ ชายหนุ่มถึงขั้นชะงักแววตากระตุกวูบไหวแต่เพียงแวบเดียวเท่านั้นก็กลับมาเรียบนิ่งว่างเปล่า

“แพรขอตัวนะคะ”

“ดะ…..” ธารากำลังเอ่ยรั้งแพรไหมไว้แต่กลับไม่ทัน เธอก้มลงหยิบแฟ้มที่ธาราปาใส่แล้วเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องไปไม่พูดไม่จา ทิ้งความว้าวุ่นไว้ให้กับธาราแม้ในตอนหลับตาก็เห็นแต่แผลที่ขากับสีหน้าเจ็บปวดของเธอ

หลังจากที่ออกมาจากห้องทำงานของธารา แพรไหมก็เข้าไปสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ แพรไหมรู้และเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เธอผิดเต็ม ๆ และเธอเองก็พร้อมรับผิดทุกอย่าง แต่ที่แพรไหมไม่เข้าใจเลยก็คือทำไมธาราต้องทำรุนแรงกับเธอขนาดนั้น เธอไม่เสียใจเลยกับสิ่งที่เขาบอกเขาสอน เธอเต็มใจรับฟังมัน แต่เธอเสียใจในสิ่งที่เขาทำต่างหากล่ะ

”คนใจร้าย“ แพรไหมงึมงำทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจ

”คุณแพรทำอะไรอยู่ครับ ให้ผมช่วยไหม“ ขณะที่แพรนั่งทายาที่ขาของเธออยู่ ‘คุณภัทร’ ผู้จัดการฝ่ายขายก็เดินเข้ามานั่งลงยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ เขามองขาที่ฟกช้ำของเธอตาตื่น “โห เขียวมากเลยครับ คุณแพรโดนอะไรมาครับเนี่ย”

“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะคุณภัทร”

“มาครับผมทายาให้”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณภัทร แพรทำเองได้” แพรไหมปฏิเสธพัลวัลทั้งเกรงใจชายตรงหน้า ทั้งเกรงใจสามีตัวจริงที่อยู่ด้านในห้อง ไม่ใช่เรื่องดีนักหากเธอจะให้ชายอื่นถูกเนื้อต้องตัว

“มาเถอะครับ ผมเห็นคุณแพรนั่งทาอยู่นานแล้วมันดูลำบากชวนน่าสงสารให้ผมช่วยดีกว่า” แพรไหมยิ้มแหย ๆ กำลังจะยื่นหลอดยาในมือให้กับคุณภัทรแต่เสียงเย็นชาที่ดังขึ้นมาทำเธอรีบชักมือกลับเงยหน้ามองเจ้าของเสียงเย็นชาตาตื่น

“ว่างมากเหรอครับ” และเธอก็ได้เห็นว่าในมือของธารามีหลอดยาแบบเดียวกันกับที่เธอถืออยู่ “ไม่มีงานการทำหรือไง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป