บทที่ 2 เสน่ห์มธุรดา (2)
“ทำไมพี่ปราบต์ช้าจังนะ”
มธุรดาบ่นเป็นหมีกินผึ้ง พร้อมๆ กับดูเวลาที่ข้อมืออย่างว้าวุ่นใจ เพราะใจเธอยังไม่ลืมกับความตื่นตระหนกบนรถเมล์ได้ มันน่ากลัวและเป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ไม่อยากจะขึ้นรถเมล์อีกตลอดชีวิต นึกตำหนิตัวเองที่ไม่ยอมโทร.ให้คนที่บ้านมารับ ด้วยเห็นว่านั่งรถเมล์ไม่นานก็ถึง จึงได้ชวนพี่สาวขึ้นรถกลับบ้าน สาเหตุเพราะเธอกลัวคนขับแท็กซี่ เลยเลือกที่จะขึ้นรถเมล์แทน
“อ๊ะ! แพง ใช่เขามั้ย”
มธุรยาเบิกตากว้าง เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบกับชายหนุ่มคนเดิมอย่างบังเอิญ มธุรดามองไปตามที่พี่สาวพยักพเยิดแล้วต้องชะงักไป เพราะทำอะไรไม่ถูกกับการที่ได้รู้ว่า ชายคนเดิมยังวนเวียนอยู่ในห้าง ทั้งยังมองมาที่เธออีกด้วย ท่าทีของเขาช่างเหมือนกับคนโรคจิตในสายตาของเธอ ราวกับว่าในตัวเธอมีอะไรที่น่าสนใจ จนต้องตามกันชนิดหายใจรดเช่นนี้
“อีตาบ้า จะตามไปถึงไหน เราไปแจ้งตำรวจกันดีมั้ย”
มธุรดาลุกพรวดขึ้นอย่างหัวเสีย ฉุดรั้งแขนพี่สาวให้ลุกตามตนมา เพื่อที่จะหลีกหนีสายตาน่ารำคาญ ที่จ้องเธอจนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
“รอให้พี่ปราบต์มาก่อนเถอะ จะให้พาตำรวจมาจับไปนอนในห้องขังเสียเลย”
“แล้วเมื่อไหร่จะมา อ๊ะ!”
มธุรดาสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อหันรีหันขวางแล้วถอยไปปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของชายหนุ่มข้างหลังอย่างไม่ทันระวัง พร้อมๆ กับที่เขาคว้าข้อมือเธอเอาไว้ เมื่อเธอทำท่าจะขยับกายหนีเพราะตกใจ เพียงหันไปมองก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ความตื่นกลัวมลายหายไปสิ้น เพราะเขาเป็นคนที่อยากพบเจอมากที่สุดในตอนนี้
“พี่ปราบต์!”
“น้องแพง!”
“พี่ปราบต์ น้องแพงกลัว”
“เป็นอะไร ทำเหมือนกำลังหนีอะไรกันอยู่”
“นั่นไง คนนั้นที่น้องแพงเล่าให้ฟัง”
“ไหนครับ”
ปฐพีหันไปตามจุดที่มธุรดาชี้มือ แต่เขากลับไม่พบอะไรผิดปรกติมากกว่าคนเดินห้างทั่วไป สายตาคมกล้ามองสำรวจไปรอบกาย ตามนิสัยที่ชอบสังเกตสิ่งแปลกปลอมเป็นทุนเดิม
“เขาไปแล้ว”
มธุรยาสมทบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะเมื่อสักครู่เธอก็เห็นเต็มสองตา ไม่แน่ว่าพอเห็นปฐพีมา ชายคนดังกล่าวก็อาจจะชิงหายลับไปกับฝูงชนอย่างรวดเร็ว
“กลับบ้านกันเถอะ น้องแพงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
หญิงสาวทำน้ำเสียงออดอ้อน ขณะกอดแขนชายหนุ่มข้างกายเอาไว้ พร้อมเงยหน้ามองใบหน้าคมด้วยแววตาเว้าวอน ขณะเขาหรี่ตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะชักสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
มือหนายื่นไปดึงชายกระโปรงที่สั้นเต่อเพื่อให้รั้งลงมา เพราะรู้สึกจะขัดหูขัดตาเขายิ่งนัก มธุรดาช่างดื้อรั้นไม่ยอมฟังเอาเสียเลย ทั้งที่เขาเคยตำหนิไปหลายครั้ง เรื่องเธอชอบสวมกระโปรงสั้นอวดสายตาผู้ชาย มันเป็นสิ่งที่เขาหวงไม่อยากให้ใครจ้องมอง ชายหนุ่มคิดขณะจับจ้องใบหน้าสวยอย่างตำหนิ จนอีกฝ่ายต้องหลุบตาลงต่ำ เพราะรู้ดีว่าเขากำลังจะบอกอะไร
“ก็น้องแพงแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ ถูกลวนลามบนรถก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พี่บอกตั้งกี่ครั้งแล้ว เรื่องกระโปรงเนี่ย ทำไมไม่ฟังกันบ้าง ฮึ”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิ ขณะที่ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าเขากลับมาพลางกระพริบปริบๆ มันเป็นไม้ตายที่เธอชอบใช้ และได้ผลเสียทุกครั้ง น้ำเสียงอุบอิบพร้อมหน้าที่ม่อยลงไปของเธอ ทำให้เขาอดที่จะสงสารไม่ได้ จนต้องเปลี่ยนท่าทีให้เป็นปกติดังเดิม
“น้องแพงขอโทษ จะไม่ใส่ตัวนี้มาอีกแล้ว”
“เดี๋ยวพอพี่เผลอ ก็ใส่อีก”
“สาบานได้ ว่ากลับไปจะรื้อมาเผาทิ้งให้หมด ดีกันนะคะ นะๆ”
รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งมาให้ ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อน จนอดที่จะขยี้ศีรษะเล็กเล่นอย่างเอ็นดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาของมธุรยาที่ลอบมองมา ใจเธอกำลังสั่นไหวไปกับแววตาที่เขามองไปยังน้องสาวของเธอนั้น มันเป็นแววตาที่ไม่เหมือนเมื่อยามเขามองเธอ
เขามองเธอเป็นแค่น้องสาว แต่กับมธุรดาไม่ใช่ มันเป็นแววตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาวคนหนึ่งแบบคนรัก แม้เธอจะเจ็บปวดกับรักที่ไม่อาจเป็นจริง แต่เธอก็ยินดีถ้าหากมธุรดาก็รู้สึกเช่นเดียวกับคนที่เธอแอบรัก เพราะเป็นความปรารถนาดีที่พี่สาวคนหนึ่งมีให้น้องสาวอย่างบริสุทธิ์ใจ
“ถ้ายังเห็นใส่ตัวนี้มาอีก น้องแพงจะต้องถูกทำโทษ เข้าใจมั้ย”
“ทำเป็นดุ แค่นี้ก็กลัวจนไม่รู้จะกลัวยังไงแล้ว”
“ปลอดภัยมาก็ดีแล้ว หากพี่มาทันจะเป่าให้ร่วง ข้อหาที่มาแหย่หนวดเสือ”
การที่เขาเอาแต่คุยกระหนุงกระหนิงอยู่กับเธอ ทำให้มธุรดาต้องเอ่ยตัดบทแก้เก้อ เมื่อเห็นพี่สาวของตนเงียบไปถนัดใจ ตั้งแต่ที่ปฐพีมาถึง
“พี่ปราบต์ห่วงพี่เพื่อนบ้างก็ได้ เห็นมั้ย ยืนฟังเราคุยกันจนหลับไปแล้วมั๊ง”
“เอ่อ…พี่ก็ห่วงทั้งสองคน…เอ่อ รัก…รักเหมือนน้องเท่าๆ กันนั่นแหละ”
ปฐพียิ้มเฝื่อน เมื่อฝืนมันออกมาเพราะทำตัวไม่ถูก ขณะหันไปมองหน้ามธุรยาที่ยิ้มแหยๆ กลับมาเช่นกัน เขามัวแต่ห่วงใยมธุรดาจนออกนอกหน้า จนลืมไปเสียสนิท ว่ายังมีอีกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมา เธอคงตื่นตกใจไม่แพ้กัน
“น้องเพื่อนคงจะงอนแย่ เราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันก่อนมั้ย ถือว่าเป็นการปลอบขวัญ”
“พี่เพื่อนว่าไง”
“ตามใจแพง พี่ยังไงก็ได้”
“พี่ตัดสินใจเอง เอาเป็นว่า ไปหาอะไรทานก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน ตามนี้นะครับ”
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวสองคนสลับไปมา ก่อนจะคว้าข้อมือมธุรดาให้เดินตามตนไป ขณะอีกฝ่ายรีบแกะมือของเขาออก เพราะเริ่มจะสังเกตเห็นความไม่ปรกติในแววตาของพี่สาว และเธอก็ไม่อยากให้ใครต้องกลายเป็นส่วนเกินในวันนี้ด้วย ที่สำคัญเธอไม่ได้คิดอะไรกับปฐพีมากไปกว่านับถือเขาในฐานะพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น
