บทที่ 4 ความซับซ้อนของรัก (ต่อ)

สมควรกระทำ เพียงริมฝีปากนุ่มสัมผัสกับผิวแก้มสาก เลือดในกายหนุ่มก็วิ่งพล่าน พานให้ร้อนรุ่มอยู่ในหัวอก นึกอยากจับเธอมาทำโทษเสียให้หลาบจำ ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในภาวะแสนทรมานเช่นนี้

“น้องแพง…”

มือหนารั้งศีรษะเล็กเอาไว้ เมื่อเธอกำลังจะผละออกห่างด้วยรู้ตัวว่าไม่สมควร ชายหนุ่มพยายามสูดลมหายใจให้ลึกแล้วหลับตานิ่งเพื่อข่มความต้องการภายในเอาไว้ ไม่ให้ล่วงเกินกันมากไปกว่านี้ ทั้งที่เขาอยากจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้วกั้น ลิ้มลองให้สมกับที่เฝ้ารอมานาน แต่เพราะม่านบางๆ ของคำว่าพี่ชายและน้องสาวที่เธอได้นำมาขวางกั้นไว้ ก็ทำได้เพียงแนบหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากนวลเนียนอย่างแสนเสียดาย มันใกล้ชิดเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รุ่มร้อนของกันและกัน

“อย่าทำแบบนี้อีก รู้มั้ยครับ”

ปลายนิ้วแกร่งไล้กลีบปากนุ่มเล่นแผ่วเบา ขณะกระซิบเสียงเบาหวิว ความแนบชิดเพียงปลายนิ้วเอื้อมมีพลังรุนแรงที่ทำให้หัวใจหนุ่มเต้นแรง แต่เขาพยายามบอกตัวเองว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั้น เมื่อถึงเวลารสชาติของมันจะติดตราตรึงใจไม่รู้ลืม และเมื่อวันนั้นมาถึงเขาจะไม่ปล่อยให้เธอได้ห่างกายไปไหน

“แพงขอโทษค่ะ ที่ทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิด”

“พี่ไม่รับรองความปลอดภัย กลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ได้  แล้วรังแก

น้องแพงก่อนที่จะถึงเวลาอันเหมาะสม”

คำพูดนั้นมาพร้อมกับแววตาทอประกาย ที่คนฟังถึงกับใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็น เขาไม่เคยรุกหนักเท่าครั้งนี้มาก่อน การที่เขาจู่โจมกันเช่นนี้ ทำให้พิมพ์มาดาเริ่มหวาดหวั่น เพราะคิดว่าเขาคงไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปอยู่ในอ้อมกอดชายอื่นอย่างแน่นอน                         

“พี่ปราบต์พูดอะไรก็ไม่รู้ ไปดีกว่า”

หญิงสาวออกแรงยันกายออกห่าง เมื่อเขามองมาด้วยแววตาจริงจัง และยังรุกหนักด้วยคำพูดจองจำเอาไว้ ท่าทางของเธอทำให้เขามองมาพร้อมรอยยิ้มขบขัน มือบางคว้ากระเป๋าสะพายมาแนบอก รีบเปิดประตูรถลงไปทันที                                                                 

ปฐพีมองตามแผ่นหลังของคนที่รักจนสุดหัวใจ  อยู่รอให้เธอเดินเข้าบ้านไปจนลับสายตา แล้วจึงขับรถออกไปอย่างช้าๆ เนื่องจากมั่นใจว่าเธอเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว

พิมพ์ณาราทำทีเป็นอ่านหนังสือไม่สนใจกับสิ่งรอบกาย เมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งที่ใจนั้นไม่ได้สงบตามสีหน้าและแววตาที่แสดงออกมา เพราะเธอนำของไปเก็บที่ห้องแล้วลงมาข้างล่าง ก็พบว่ารถของปฐพียังคงจอดอยู่ที่เดิม เธอไม่อยากจะคิดให้ว้าวุ่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นในรถบ้าง แต่ขนาดไม่คิดใจก็สั่นไหวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจหักห้าม ยิ่งเห็นพิมพ์มาดามีท่าทีแปลกๆ คล้ายเด็กทำความผิด เมื่อยามเดินเข้าบ้านมาแล้วปะหน้ากับเธอนั้น ก็ทำให้เธอคิดจินตนาการไปไกล และอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทั้งสองคุยอะไรกันตอนที่เธอลงมาจากรถแล้ว

“อะ เอ่อ พี่…พี่เพื่อนรอเค้าเหรอ”

“คุยอะไรกันอยู่เหรอแพง นานจัง”

คนถามพยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น  เธอยิ้มหวานทำทีเป็นเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ทั้งที่ความจริงนั้นพอจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว และเธอเป็นแค่ส่วนเกินที่ปฐพีไม่ต้องการให้เธออยู่เป็นก้างขวางคอ ความจริงข้อนี้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงมัน

“เอ่อ…”

พิมพ์มาดายิ้มเฝื่อนพลางทำหน้าปั้นหน้ายากเพราะอึดอัดใจที่จะตอบ เพราะจะให้เธอบอกออกไปได้อย่างไรว่าคุยอะไรกันบ้าง เนื่องจากรู้อยู่เต็มอกว่าอะไรเป็นอะไร หญิงสาวทำหน้าเจื่อนอยู่สักพักเพราะไม่อยากบอกความจริง จึงนำเรื่องที่ปฐพีชวนไปชุมพรมาอ้างทันที

“อะ อ๋อ พี่ปราบต์เขาชวนไปเที่ยวชุมพร แล้วยังให้มาชวนตัวเองด้วยน่ะ”

“เหรอ พี่ปราบต์เขาบอกมาเหรอแพง”

“ชะ ใช่ ที่นานก็มัวคุยกันเรื่องนี้แหละ”

พิมพ์ณาราจับจ้องมองหน้าคนพูดอย่างจับผิดพิรุธในแววตา ด้านคนถูกมองรีบหลบสายตาวูบด้วยอึดอัดที่จะพูดคุยต่อ   เธอจึงรีบเดินเลี่ยง

เพื่อหนีหน้า เพราะกลัวว่าจะมีคำถามอื่นๆ ตามมา

“เค้าขอตัวนะ เหนียวตัวมากๆ เลย อยากอาบน้ำแล้วล่ะ”

“อืม…”

พิมพ์ณารามองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายไปท่ามกลางความเคลือบแคลง เธอไม่อาจรู้ภายในใจของพิมพ์มาดาได้ ความเป็นฝาแฝดไม่ได้ช่วยให้ล่วงรู้ในความคิดของกันและกันในทุกเรื่อง และความรู้สึกเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญนั้น อีกคนจะสัมผัสได้หรือไม่เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับความจริงคือ ปฐพีเลือกที่จะรักอีกคนที่ไม่ใช่เธอ ทั้งที่ความแตกต่างภายนอกนั้นแทบแยกไม่ออก แต่เพราะพิมพ์มาดามีบางสิ่งซ่อนอยู่ภายในที่เธอไม่มี ซึ่งต้องเป็นจุดที่ทำให้ปฐพีมองเห็น และเลือกที่จะรัก เป็นรักที่ต้องมีคนเป็นที่หนึ่ง ไม่มีใครแทนที่ใครได้

วันนี้ วันหน้า หรือวันไหนๆ เธอก็ไม่มีวันแทนที่พิมพ์มาดาได้ เพียงแค่คิดถึงรักที่ไม่อาจเป็นจริง น้ำตาก็รื้นออกมาอย่างไม่อาจหักห้ามไว้ได้อีกต่อไป จนต้องรีบวิ่งกลับขึ้นห้องเพื่อหลบไปอยู่เพียงลำพัง ด้วยไม่อยากให้ใครต้องมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้ โดยเฉพาะบิดามารดาที่กำลังจะกลับมาจากที่ทำงาน ซึ่งท่านทั้งสองทำงานอยู่ที่ธนาคารเอกชนชื่อดัง บิดาเป็นรองผู้จัดการธนาคารและมารดาเป็นหัวหน้าแผนกบัญชีอยู่ที่เดียวกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป