บทที่ 8 คนไม่มีสิทธิ์ (ต่อ)

นอกสองต่อสองกับเพื่อนชายของเธอ ทั้งๆ ที่รับปากเขาไว้เป็นอย่างดีว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับวาทิน ชายหนุ่มเดินครุ่นคิดไปจนถึงหน้าลอบบี้ว่าจะจัดการกับคนดื้อรั้นอย่างไรดี ลืมไปชั่วขณะว่าเขายังต้องกลับเข้าไปในงานเลี้ยง เพราะทุกอย่างยังไม่เลิกรา

“พี่ปราบต์!”

“น้องแพง!”

ราวโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างตกใจในความรู้สึกที่ต่างกัน เมื่อปฐพีเดินมาถึงตรงบริเวณที่พิมพ์มาดายืนอยู่ ซึ่งเป็นจังหวะที่เธอกำลังจะกลับพอดี โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะโคจรมาเจอคนที่ยังไม่อยากให้เขาโผล่หน้ามาในยามนี้ พิมพ์มาดานึกไปถึงว่าโลกช่างเล่นตลกกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่อยากคิดต่อว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นแววตาแข็งกร้าวจับจ้องมาอย่างคาดคั้นและเอาเรื่อง

‘แย่แล้วเรา’

หญิงสาวโอดครวญอยู่ในใจ เมื่อปฐพีปราดมาประชิดตัวชนิดไม่ทันได้ตั้งหลัก ดูท่าว่าเขาจะโกรธมาก และยังมองไปที่เพื่อนชายของเธออย่างไม่เป็นมิตรอีกด้วย

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้”

“เอ่อ…”

ปฐพีมองไปยังวาทินที่ยกมือไหว้อย่างเสียมิได้ แต่เขาไม่อยากรับไหว้เพราะไม่พอใจและอยากตะบันหน้าศัตรูหัวใจมากกว่า รู้ดีว่านั่นคือการทำไปเพราะมารยาท วาทินไม่ชอบหน้าเขาเช่นกัน ทุกอย่างสื่อผ่านออกมาจากแววตา ก่อนที่สายตาคมกล้าจะจับจ้องใบหน้าหญิงสาวคนกลางอย่างคาดคั้น

“น้องแพง ทำไมยังไม่กลับบ้าน แล้วมากับเขาได้ยังไง”

“พี่ปราบต์ แพงอธิบายได้ มีอะไรเราไปคุยกันที่บ้าน นะคะ”

หญิงสาวละล่ำละลัก พลางมองหน้าวาทินเลิกลั่ก เพราะกลัวว่าเขาจะเจ็บตัวเพราะเธอ ขณะวาทินเองนั้นรู้จักปฐพีดี แต่ในเมื่อหญิงสาวที่เขาควงนั้นยังไม่ตกลงใจที่จะเลือกใคร เขาย่อมมีสิทธิ์ วาทินคิดเช่นนั้น

“ฉันคิดว่า วันนี้หมดหน้าที่ของนายแล้ว ฉันจะไปส่งเธอเอง”

“จะดีหรือครับ”

“ดีสิ เพราะฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนี้”

“โบ๊ต กลับไปก่อนนะ แพงขอร้อง”

วาทินลังเลอยู่สักพัก แต่ก็ยอมที่จะเป็นฝ่ายล่าถอย

“ก็ได้…งั้น เดี๋ยวโบ๊ตโทร.หานะ”

พิมพ์มาดายิ้มเฝื่อน พลางขยิบตาให้วาทินรีบเดินหนีไป เพราะรู้ดีว่าหากอยู่ต่อจะต้องมีเรื่องราวกันอย่างแน่นอน และที่สำคัญตอนนี้ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนที่อยู่ในใจของปฐพี  เพียงเพราะคำพูดของวาทินแค่

ไม่กี่คำ แต่นั่นมันอาจฆ่าเธอได้ หญิงสาวรู้ดี

“กลับบ้าน!”

เพียงลับร่างวาทิน แววตาคมกล้าตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างขุ่นเคือง มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กให้เดินตามตนไป ที่จริงต้องเรียกว่าลากน่าจะเหมาะกว่า เพราะอารมณ์ที่เดือดดาลทำให้ปฐพีแทบเก็บกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ จึงฉุดกระชากลากถูให้พิมพ์มาดาไปขึ้นรถ ท่ามกลางความหวาดหวั่นของคนก่อเหตุ เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน

คนต้นเหตุก้มหน้างุด ไม้แม้แต่จะกล้าสบตา เพราะเธอรู้ดีว่าครั้งนี้ตนเองโกหก จากที่เคยรับปากว่าจะเลิกยุ่งกับวาทินตามที่ทางบ้านขอร้อง แต่เธอกลับทำไม่ได้ เมื่อวาทินยังคงเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเธอ

“พี่ไม่ชอบเพื่อนน้องแพง มองตาก็รู้ว่าหมอนี่คบไม่ได้”

“พี่ปราบต์ตัดสินคนที่ภายนอก รู้ได้ยังไงว่าโบ๊ตเป็นคนไม่ดี”

“หึ…”

“แพงไม่ชอบเลย ที่พี่ปราบต์ทำเสียงหัวเราะแบบหยันๆ อย่างนี้”       

“พี่กำลังหัวเราะให้กับความอ่อนต่อโลกของน้องแพง คนเรามีหลายมุม จะคบใครก็มองให้ลึกกว่านี้ ไม่ใช่เอาตัวไปเกลือกลั้ว ผู้ชายคนนี้จะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้”

“เป็นหมอดูเหรอคะ ถึงได้ทำนายอนาคตคนอื่นแบบนี้”

“น้องแพง! กล้าที่จะเถียงพี่แล้วเหรอ”

“อ๊ะ! ขับช้าๆ สิคะ”

การที่พิมพ์มาดากล้าต่อปากต่อคำ ฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดผึง ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งปาดซ้ายขวาท่ามกลางรถที่แล่นขวักไขว่ จนอีกฝ่ายต้องจับเบาะรถจนแน่น เพราะเธอกลัวว่าเขาจะเสยท้ายรถคันหน้าไปเพราะทำตามอารมณ์ และมุมนี้ของปฐพี เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มุมที่เขาโกรธเคืองเธอจนขาดสติเช่นนี้

“พี่ปราบต์ เบาหน่อยได้มั้ยคะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ”

“เดี๋ยวนี้เห็นคนอื่นดีกว่าพี่ จนย้อนยอกได้ทุกคำ น้องแพงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนี่นะ”

เขาไม่เพียงไม่สนใจคำทัดทานของเธอ ยังโต้กลับมาด้วยถ้อยคำแกมตัดพ้อ หากแต่ทว่ายังคงเจือความขุ่นเคืองในน้ำเสียงไปพร้อมๆ กัน

พิมพ์มาดายอมนิ่งเงียบ เพราะเธอกลัวที่เขาขับรถน่าหวาดเสียว หากแต่ทว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้ ว่ามันเป็นการนิ่งแบบคลื่นใต้น้ำ และนั่นยิ่งทำให้เขาอยากเอาชนะ ปราบม้าพยศให้อยู่หมัดเพื่อจะได้ไม่ไปซุกซนที่ไหน

เห็นทีเขาจะต้องตีตราจองด้วยการพาผู้ใหญ่ไปสู่ไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป และแน่นอนว่าทางบ้านเธอจะต้องไม่ติดขัด เนื่องจากเขาเองก็เป็นที่รักใคร่ของผู้ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปฐพีคิดวางแผนเอาไว้หวังผูกมัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป