บทที่ 9 คนไม่มีสิทธิ์ (ต่อ)
รถเคลื่อนมาจอดสงบนิ่งหน้าบ้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่มึนตึง
โดยไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาก่อน เมื่อเขาเงียบเธอก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอธิบาย หญิงสาวคิดเมื่อตัดสินใจว่าจะทิ้งความค้างคาใจไว้แบบนี้
“เดี๋ยว!”
หญิงสาวต้องชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู เมื่อแรงบีบจากฝ่ามือแกร่งได้รั้งเธอเอาไว้ แม้จะพยายามบิดท่อนแขนเพื่อให้พ้นจากพันธนาการ เขากลับออกแรงบีบเค้น เพื่อให้เธอยอมจำนน
“ปล่อยค่ะ วันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง”
“ไม่ จนกว่าน้องแพงจะตอบพี่มา เรื่องที่เราเคยคุยกัน”
“คะ?”
“เรื่องที่พี่เคยพูดไว้ เรื่องงานแต่งของเรา”
หญิงสาวอึ้งไปพักใหญ่ เพราะเธอไม่พร้อมจริงๆ
“พี่ปราบต์…คือ…มันเร็วไปในความคิดของแพง”
“นึกแล้วเชียว ว่าคำตอบต้องเป็นแบบนี้”
“มันเร็วไปจริงๆ นี่คะ“
“แต่พี่รอไม่ได้ คราวนี้พี่คงต้องเอาจริงให้ผู้ใหญ่มาคุยเรื่องนี้สักที”
“ไม่ได้นะคะ!”
“ทำไม ทำไมจะไม่ได้ ฮึ!”
“พี่ปราบต์ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้”
“อะไรนะ!”
ราวสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เมื่อคำพูดเพียงไม่กี่คำ ได้บีบคั้นใจของปฐพีให้เจ็บปวดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนชายหนุ่มลืมตัวไปชั่วขณะ ว่าถึงที่หมายนานแล้ว และนี่ก็คือหน้าบ้านของเธอ
“พี่ปราบต์ไม่มีสิทธิ์มาบังคับคนอื่น เรื่องหัวใจบังคับกันไม่ได้””
“ไม่มีสิทธิ์งั้นเรอะ!”
“อย่านะคะ!”
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เมื่อปฐพีโถมร่างเข้ามา ใช้สองมือยันเบาะรถเพื่อกักร่างเธอเอาไว้ แค่จะดิ้นรนหนีเธอแทบทำไม่ได้ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งอยู่ในพันธนาการอ้อมแขนของคนตัวโต ท่ามกลางหัวใจที่เต้นรัวอย่างไม่เคยเป็น
ดวงตากลมโตกลอกไปมาอย่างหวาดระแวง เพียงแววตาแข็งกร้าวจับจ้องมาเธอต้องหลบสายตาวูบ แล้วก้มหน้างุดอย่างยอมจำนน แสงไฟที่สาดส่องทำให้พอมองเห็นว่าใบหน้าของเขายามนี้แดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป หรือเพราะความกรุ่นโกรธจากถ้อยคำที่เธอเอ่ยออกไปเพราะความปากพล่อยของตัวเองกันแน่
“พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวน้องแพงใช่มั้ย ไหนพูดมาใหม่สิ ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงหวง ไม่มีสิทธิ์ที่จะรัก แล้วใครกันที่มันมีสิทธิ์ ไอ้หมอนั่นใช่มั้ย!”
“เจ็บนะ…”
หญิงสาวประท้วงเสียงขุ่น เมื่อเขาบีบปลายคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ความหวาดหวั่นเพราะไม่รู้ว่ายามนี้ปฐพีคิดอะไรอยู่ภายในใจ ทำให้เธอเลือกที่จะไม่พูด เพราะกลัวว่าจะยิ่งเป็นการเติมน้ำมันลงบนกองไฟ จนยากที่จะดับลงได้อย่างง่ายดาย
“หัวใจน้องแพงทำด้วยอะไร…”
คำถามมาพร้อมกับสายตาที่จ้องลึกมายังนัยน์ตาคู่ใส น้ำเสียงนั้นฟังดูตัดพ้อ เป็นประโยคเดียวสั้นๆ แต่ทว่าชัดเจนและกระทบใจคนฟังให้ต้องฉุกคิด จริงของเขาเพราะว่าเธอเหมือนคนใจร้าย ที่ไม่เคยเห็นค่าความรักของคนที่รักเธออย่างจริงจังและมั่นคง เมื่อมองข้ามหัวใจเธอจึงชาชิน และลืมไปว่าการกระทำของตัวนั้นจะไปทำร้ายเขาอย่างไม่รู้ตัว
“อย่า! อย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวที่บ้านออกมาเห็น”
“กลัวพี่เหรอ…”
“มะ ไม่ได้กลัว แต่ทุกคนจะสงสัยเอาได้”
“หัวใจผู้หญิงซับซ้อนยากที่จะหยั่งถึง หัวใจน้องแพงก็เช่นเดียวกัน”
“หัวใจผู้ชายก็ยากจะหยั่งถึงเหมือนกัน”
“ไม่…ไม่ใช่ทุกคน พี่เปิดใจแต่น้องแพงไม่คิดที่จะเดินเข้ามาสำรวจเอง”
ปลายนิ้วแกร่งทาบไปที่กลีบปากนุ่มเพื่อตัดปัญหาให้เธอหยุดพูด
พลางพิจดวงหน้าที่ทำให้เขาลุ่มหลงเนิ่นนาน อยากที่จะผละออกห่างแต่ช่างทำได้ยากเย็น ยิ่งเห็นดวงตากลมโตที่กระพริบปริบๆ คล้ายกำลังพยายามอ้อนวอนร้องขอความสงสาร ยามหลุบตาลงต่ำแพขนตางอนงามช่างรับกันกับดวงหน้าหวานอย่างลงตัว เหมือนจงใจจะฆ่ากันให้ตายเสียตรงนี้ เพียงเพราะเขาไม่อาจทำได้มากกว่านี้ทั้งที่ใจเรียกร้อง อยากเป็นเจ้าของทั้งตัวและหัวใจ
