บทที่ 1 เมียที่ไม่ต้องการ (1)
ร่างเปื่อยเปล่าของเฌอเอมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดใหญ่เธอพยายามลงน้ำหนักเท้าให้แผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกำยำที่นอนอยู่ด้านข้างรู้สึกตัวตื่น เธอเอื้อมมือไปคว้าชุดคลุมซึ่งตกอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังร่างกายที่ไร้อาภรณ์
หญิงสาวหันไปมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วได้แต่เม้มปากเข้าหากัน มันไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เธอกับเขาร่วมรักกัน เขาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นสามีที่เคยตอกหน้าเธอในวันแต่งงานว่าจะไม่ร่วมหลับนอนกับเธอ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ปีกว่าแล้วที่เธอแต่งงานกับพี่ภูภัทร
เฌอเอมเดินเข้ามาในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายให้ขาวสะอาดหลังจากผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน นิ้วมือเรียวลูบไปยังร่องรอยที่ภูภัทรได้ฝากเอาไว้เป็นจุดแดงอมม่วงทั่วบริเวณหน้าอกแล้วหวนนึกถึงวันนั้น
“ไม่แต่ง ยังไงผมก็ไม่แต่งงานกับยัยเอมแน่นอนผมไม่ได้รักเธอ”
น้ำเสียงยืนกรานหนักแน่นเอ่ยบอก ไม่สิ ต้องเรียกว่าตะโกนบอกกับบุพการีที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้นมากกว่า พร้อมกับกวาดดวงตาดุไปหาร่างเล็กที่นั่งก้มหน้างุดด้วยความตกใจ
“ไม่แต่งก็ต้องแต่งเพราะน้องอายุครบยี่สิบห้าปีแล้ว เราต้องทำตามสัญญาของปู่แกและปู่หนูเอมที่สัญญากันไว้” คนที่ตอบกลับมาเสียงเข้มคือลุงภูผาพ่อของภูภัทร
“ผมไม่แต่ง ทำไมผมต้องแต่งงานเพราะคำสัญญาและความเชื่อของหมอดูด้วย หมอดูก็คู่กับหมอเดานั่นแหละ อีกอย่างปู่ก็ตายไปตั้งนานแล้วทำไมเราต้องทำตามด้วยล่ะครับ”
ชายหนุ่มยังคงเถียงคอเป็นเอ็นไม่มีการลดลาวาศอกให้เลยสักนิดจนป้าโสภีซึ่งเป็นแม่ของภูภัทรต้องลุกขึ้นห้ามปรามทั้งคู่ให้เบาเสียงลง
“คุณแม่ก็ดูสิครับ อยู่ ๆ คุณพ่อก็จะให้ผมแต่งงานกับเฌอเอม”
เขายังคงชี้มือไปยังหญิงสาวที่นั่งห่างออกไปอยู่ไม่ไกลเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายที่กำลังโมโหอยู่ตอนนี้เสียด้วยซ้ำ
“มันจะอะไรกันนักหนากับอีแค่แต่งงาน หนูเอมไม่สวยตรงไหน ตูดก็มี นมก็โต หน้าตาแม่นึกว่าถอดแบบดาราเกาหลีมา”
คนเป็นแม่ไม่ได้เข้าข้างเขาเลยสักนิดกลับเห็นดีเห็นงามกับคนเป็นพ่อไปด้วยเสียอย่างนั้น ส่วนคนถูกยอตัวแทบลอยแต่ก็ต้องเก็บอาการซ่อนความเขินอายเอาไว้
“มันไม่ได้เกี่ยวกับสวยหรือไม่สวยครับ แต่มันเกี่ยวกับว่าผมไม่ได้รักยัยเอม ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว”
คนที่รัก? เฌอเอมที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เงยหน้าขึ้นมองภูภัทรครั้งแรกหลังจากที่ฟังอยู่นานอย่าเรียกว่าคนที่รักเลยต้องเรียกว่าคนที่แอบรักเสียมากกว่าเพราะคนที่ผู้ชายตรงหน้ากำลังเอ่ยถึงโดยไม่ได้ระบุชื่อเขาได้แต่งงานเป็นภรรยาคนอื่นไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง
“ถ้าแกมีคนที่รักอยู่แล้วก็พามาให้ฉันดูตัว”
“แต่ว่า...” เขาจะเอ่ยตอบโต้แต่แล้วก็ต้องหุบปากลงเม้มเข้าหากันเพราะเถียงไปก็ไม่มีวันชนะการที่พ่อเขาท้าทายแบบนี้ นั่นก็หมายความว่าท่านให้คนไปสืบเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขามาหมดแล้ว
ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตคู่ของเขาต้องมาลงเอยกับ ยัยเด็กผู้หญิงที่พ่อเขารับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กและเป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้าเสียสักเท่าไรอีกต่างหาก
การที่หญิงสาวไม่เอ่ยคัดค้านมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเธออยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่นต่างหากถึงได้นั่งเงียบไม่ไหวติงเป็นหินแกรนิตอยู่ตรงนั้น
ที่ภูภัทรรู้ก็เพราะว่าผู้หญิงตรงหน้าเคยสารภาพรักเขาเมื่อตอนเรียนมัธยมต่อหน้าคนอื่นแต่เขาไม่ได้รักเธอจึงเอ่ยปฏิเสธออกไป
แทนที่หล่อนจะสลดหรืออับอายแต่มันกลับตรงกันข้ามเพราะเธอดันตามตื้อเขามากขึ้นกว่าเดิมแถมยังไปป่าวประกาศว่าเป็นว่าที่ภรรยาเขาแล้วก็บอกทุกคนอีกว่าเราอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน
แม้ว่าเขาจะหนีไปเรียนไกลถึงต่างประเทศจนกลับมาบริหารบริษัทส่งออกอาหารแปรรูปแทนพ่อแล้วก็ตามก็ยังหนีไม่พ้นผู้หญิงคนนี้อยู่ดี
นึกว่าการที่โตขึ้นแล้วและตัวหล่อนไปร่ำเรียนที่อื่นได้เจอคนมากมายจะทำให้เธอเปลี่ยนใจหันไปรักคนอื่นเสียอีกแต่ทุกอย่างมันก็ยังคงเหมือนเดิม
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกก็ต้องแต่ง เพราะฉันสัญญากับครอบครัวหนูเอมไว้แล้วว่าจะดูแลเป็นอย่างดี และฉันก็สัญญากับปู่แกไว้แล้วว่าจะรักษาสัญญาที่จะให้พวกแกแต่งงานกัน”
“แต่ผมไม่แต่ง...”
“ถ้าไม่แต่งฉันจะยึดทุกอย่างของแกคืนรวมถึงตำแหน่งประธานบริษัทแกด้วย”พูดจบทั้งภูผาและโสภีก็เดินควงแขนกันขึ้นบ้านไปได้ยินเพียงเสียงลูกชายตะโกนเรียกชื่อตามหลัง
“คุณพ่อ!”
ภูภัทรได้แต่ยืนหัวเสียพร้อมตวัดสายตามองร่างบางที่ก้มหน้างุดแล้วตะคอกให้เธอไปให้พ้นหน้า เฌอเอมจึงรีบลุกออกไปจากตรงนั้นแล้วตรงไปยังห้องนอนทันที
เพราะไอ้หมอดูเส็งเคร็งนั้นแท้ ๆ ไปทำนายทายทักว่าเฌอเอมเป็นเนื้อคู่เขาต่อให้หนีกันไปนานแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องกลับมาครองคู่กันอยู่ดีแล้วปู่เขาก็ดันเป็นสายมูเตลูเสียด้วยก็หลับหูหลับตาเชื่อจนไปเกี่ยวก้อยสัญญากับปู่ของเฌอเอมว่าจะให้เราทั้งคู่แต่งงานกัน
...ไม่ถงไม่ถามหลานตัวเองสักคำว่าอยากแต่งไหม
