บทที่ 2 เมียที่ไม่ต้องการ (2)
หลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน
‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’
คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ตายจากไปหมดแล้วเหลือเธอให้สู้อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง
คนที่เธอรักเหมือนกับครอบครัวตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ลุงภูผาและ ป้าโสภีซึ่งตอนนี้กลับกลายมาเป็นพ่อแม่สามีของเธอแล้ว
หล่อนรู้ดีว่าถึงแม้จะได้ครอบครองร่างกายและทะเบียนสมรสแต่หัวใจเธอไม่มีวันได้ครอบครองเพราะนับจากวันที่แต่งงานกันเขาก็กลายเป็นคนเย็นชาทำตัวห่างเหินไม่เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำนอกจากเรื่องบนเตียง
เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเอ่ยปากขอหย่ากับเธอเป็นร้อยรอบได้แล้วจนตอนนี้เธอกลายเป็นภรรยาที่รอหย่าจากเขา หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทนได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่า ‘รัก’ มันจะเป็นคำตอบได้หรือเปล่า
วันที่เธอเสียทุกคนในครอบครัวไปหน้าโลงศพมีเพียงแค่เด็กน้อยวัยสิบขวบนั่งสะอื้นไห้ไม่มีแม้แต่ญาติที่ไหน
แต่แล้วก็มีมือจากเด็กชายคนหนึ่งยื่นมาให้เธอจับและปลอบใจเหมือนเป็นที่พึ่งเมื่อยามที่ไม่มีใคร เด็กคนนั้นก็คือสามีของเฌอเอมในวันนี้
“คุณพ่อกับคุณแม่หายไปไหนคะป้าไหม”
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเฌอเอมก็แต่งตัวลงมาเพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงาน แต่ว่าวันนี้โต๊ะอาหารกลับว่างเปล่าไม่เห็นภูผากับโสภีเหมือนเช่นทุกวัน
“คุณท่านไปทำบุญแล้วก็จำศีลที่จังหวัดอยุธยาค่ะ เมื่อวานท่านก็บอกคุณเฌอเอมไว้นะคะ ป้าได้ยิน” ป้าไหมบอกอีกครั้ง
“อืม จริงด้วย เอมลืมสนิทเลยค่ะ ช่วงนี้เครียดเรื่องงานนิดหน่อย”
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีเธอกินข้าวเช้าคนเดียวเพียงลำพัง
ข้าวต้มกุ้งถูกตักกินไปยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเสียด้วยซ้ำร่างสูงก็เดินลงมาจากเดินบนด้วยชุดสูทสีน้ำเงิน เฌอเอมชำเลืองมองเขาเล็กน้อยแล้วหันกลับมาก้มหน้ากินข้าวต่อโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันเธอมีหน้าที่ดูแลเขารวมถึงการจัดเตรียมชุดไปทำงานให้ด้วยแต่เขาก็ไม่เคยหยิบมันมาใส่เลยสักครั้งแล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าตัวอื่นแทน
“ช่วยบอกหัวหน้าเธอส่งแผนการตลาดมาด้วยล่ะ เหลือแค่ทีมเธอที่ยังไม่ได้ส่ง” ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามเกี่ยวกับงานเหมือนเดิม
“ค่ะ เอมจะบอกพี่ตรีให้”
เธอตอบรับสิ่งที่เขาถาม อย่างน้อยวันนี้เขาก็คุยกับเธอหนึ่งประโยคแล้วหลังจากหลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่เอ่ยปากคุยอะไรกับเธอเลย ไม่รู้ว่าเกลียดเธอมากหรือว่ากลัวดอกพิกุลทองจะร่วงกันแน่
“เรื่องของเราที่ทำงานไม่มีใครรู้ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับวางช้อนลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
“ไม่ค่ะ ก็พี่ภูไม่อยากให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอคะ” เธอเม้มปากเข้าหากันแล้วเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเพราะรู้สึกว่ากลืนไม่ลง
แม้จะแต่งงานกันมาเป็นปีแล้วแต่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าเธอเป็นเมียของเขา ก็อย่างว่าเมียที่ไม่ต้องการใครเขาอยากจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้กันล่ะ
“ก็ดี อย่าให้ใครรู้เพราะตอนที่เราหย่ากันจะได้ไม่มีปัญหาเวลาที่เธอแต่งงานใหม่” เป็นอีกครั้งที่เขาพูดเรื่องหย่าขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย
...แต่กลับเธอมันเจ็บลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
เขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วปรายตามองร่างเล็กตรงหน้าก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปแต่แล้วก็เดินกลับมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
“อย่าลืมกินยาคุมให้มันตรงด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองท้องเมื่อคืนฉันไม่ได้ใส่ถุง”
“ค่ะ” เธอตอบรับสั้น ๆ แล้วเขาก็เดินออกไปปล่อยให้เธอนั่งอยู่ที่เดิม
หยดน้ำใสร่วงเผาะลงสองแก้มจนเธอต้องรีบยกหลังมือเช็ดเพราะกลัวว่าแม่บ้านจะมาเห็นและนำไปฟ้องคุณท่าน เธอไม่อยากทำให้พวกท่านไม่สบายใจ
การเดินทางไปทำงานเฌอเอมก็ใช้ชีวิตแบบพนักงานทั่วไปคือเดินทางด้วยรถสาธารณะ แม้ว่าป้าโสภีจะให้นำรถที่บ้านมาใช้เธอก็บอกปฏิเสธเพราะเกรงใจแค่ที่ท่านเลี้ยงดูมาก็เป็นพระคุณมากจนไม่รู้จะแทนยังไงหมด
โชคดีมากที่บริษัทของภูภัทรอยู่ไม่ไกลจึงสามารถนั่งรถไฟฟ้าแค่ต่อเดียวก็ถึงแถมประหยัดเวลา ประหยัดเงินอีกต่างหาก
หญิงสาวมาถึงที่ทำงานทันเวลาพอดีและเดินผ่านกับภูภัทรและเหล่าผู้บริหาร เธอได้แต่หลบแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยเท่านั้นการที่ต้องมาเจอกันในที่ทำงานและไม่สบตากันเลยถือว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วเพราะมันคือความเย็นชาที่เธอได้รับ
“เอมมาถึงพอดีเลย มาดูนี้สิแผนการตลาดของเอมที่โปรโมตเกี่ยวกับผลไม้อบแห้งอ่าได้ผลเกินคาดเลยนะ ฝ่ายผู้บริหารชมเราใหญ่เลย”
น้ำขิงเพื่อนร่วมงานที่เธอสนิทด้วยรีบตรงเข้ามาหาแล้วคล้องแขนเอ่ยปากชมเสียยกใหญ่ จะว่าเธอไม่มีเพื่อนเลยก็ไม่ได้เพราะตั้งแต่มาทำงานที่นี่ตามคำขอของคุณท่านเธอก็ได้เจอน้ำขิงและด้วยนิสัยที่คล้ายกันจึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว
“พี่ตรีคะ คือเมื่อครู่ตอนที่เอมขึ้นลิฟต์มาบังเอิญเจอกับเลขาท่านประธานค่ะ เขาฝากเอมมาถามเรื่องแผนการตลาดของวีคที่แล้วค่ะ”
เฌอเอมเดินเข้าไปหาไมตรีหัวหน้างานที่หล่อนทำงานอยู่ด้วยพร้อมกับโกหกคำโตออกไป จะบอกว่าประธานบริษัทฝากถามด้วยตัวเองก็ไม่ได้อีก
“ว้ายตายแล้ว พี่ลืมสนิทเลยงานเยอะจนไม่รู้ว่าจะหยิบจับอันไหนก่อน ขอบใจมากนะน้องเอม”
พี่ไม่ตรีเป็นสาวประเภทสองที่ทำงานกับบริษัทนี้มานาน เจ้าหล่อนอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะรีบหันไปรื้อแฟ้มเอกสารซึ่งวางกองกันอยู่ด้านหลัง
“พวกแก ๆ เมื่อกี้ฉันเดินขึ้นมาเห็นท่านประธานควงสาวสวยที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นไปบนห้องทำงาน”
สาวหน้าหมวยปากแดงซึ่งอยู่อีกทีมเอ่ยเม้าท์กับเพื่อนในทีมแต่มันก็เป็นเรื่องที่เรียกความสนใจให้กับพนักงานเป็นอย่างดี
“ไม่จริงอ่า เป็นไปไม่ได้ที่ผ่านมาไม่เห็นคุณภูพาใครมาเลย ฉันไม่ยอม” น้ำขิงเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจเพราะเธอแอบชอบเขามาตั้งนาน
“ไม่ยอมแล้วแกทำอะไรได้หะ ยัยขิง ดูสภาพกับสถานะตัวเองด้วย กลับมาทำงานเลยไม่ต้องไปแส่เรื่องเจ้านาย”
พี่ไมตรีเอ่ยปากไล่น้องในทีมตัวเองและทีมอื่นไปทำงานก่อนจะหันกลับมาง่วนกับกองเอกสารของตัวเอง
เฌอเอมที่ได้ยินทุกอย่างก็แทบนั่งไม่ติดเพราะอยากรู้ว่าสาวสวยที่ว่านั้นเป็นใครกันแน่ เขาจะกล้านอกใจเหรอทั้งที่ตัวเองก็แต่งงานแล้ว แค่คิดหญิงสาวก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ทำได้เพียงเก็บงำไว้เพื่อที่ตอนเที่ยงเธอจะไปแอบดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร....
