บทที่ 3 คนที่อยู่ในใจ(1)
“พักเที่ยงแล้ว เอมไม่ไปกินข้าวเหรอ” น้ำขิงเดินมายังโต๊ะทำงานหลังสุดเมื่อยังเห็นว่าเฌอเอมนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
“เอมยังไม่หิวอ่า ขิงไปกินก่อนเลย แต่ว่าวานซื้อนมกับขนมปังมาให้หน่อยได้ไหม” หล่อนยื่นเงินให้ “ได้สิ งั้นขิงไปก่อนนะ” เธอพยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ
หญิงสาวมองเพื่อนร่วมงานจนลับสายตาก่อนจะรีบกุลีกุจอพับหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วตรงดิ่งไปยังลิฟต์ผู้บริหารทันที
สิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดตอนนี้ก็คือผู้หญิงที่เหล่าพนักงานพูดถึงเป็นใครกันแน่ ภูภัทรถึงกล้าพามาที่ทำงานเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาแทบจะไม่เฉียดใกล้ผู้หญิงคนไหนเลย
ชั้นบนสุดของตึกคือจุดมุ่งหมายของผู้หญิงบอบบาง หล่อนหอบเอาหัวใจที่แสนจะว้าวุ่นขึ้นไปด้วย
เสียงสัญญาณเตือนของลิฟต์บอกว่าได้เคลื่อนมาจอดยังชี้นที่ต้องการ เธอสูดลมหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ
“คุณรำภาคะ ฉันมาพบคุณภูภัทรค่ะ” เลขาหน้าห้องเงยหน้าขึ้นมองสาวสวยตรงหน้าแล้วถึงกับหน้าเจื่อน
จะบอกว่าทั้งบริษัทไม่มีใครรู้สถานะภรรยาของประธานบริษัทคงไม่ทั้งหมด เพราะรำภาเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อจึงรู้เกือบทุกเรื่องภายในบริษัทรวมถึงเรื่องครอบครัวของเจ้านาย
“เอ่อ คือว่าท่านประธาน ติดลูกค้าคนสำคัญอยู่ค่ะ”
“ลูกค้าคนสำคัญ?” เธอทวนประโยคนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปเองหรือเปล่าที่ไปฟังคำนินทาของเพื่อนร่วมงานจนตรงพิ่งมาที่นี่ แต่ท่าทีของคุณรำภามันก็ลุกลี้ลุกรนจนน่าสงสัยเหลือเกิน
“คุณเฌอเอม มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ รำภาจะได้แจ้งท่านประธานให้”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้มีอะไรสำคัญ งั้นเอมไปก่อนนะคะ” หญิงสาวยิ้มบางๆให้เพราะรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาหาเขาที่นี่เพราะถูกสั่งห้ามเอาไว้
หญิงสาว กำลังจะเก้าเท้าเดินออกจากตรงนั้นเธอก็เจอกับภาพบาดใจที่ทำเอาเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย
ประตูห้องทำงานผู้กุมบังเหียนของบริษัทนี้เปิดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับผู้หญิงคนนั้นคนที่ไม่เคยเลือนหายไปจากหัวใจของสามีเธอเลยสักนิด
รอยยิ้มแบบนั้น แบบที่เธอไม่เคยได้รับจากภูภัทรเลยแม้แต่ครั้งเดียว “เฌอเอม ขึ้นมาทำอะไรบนนี้”
ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่หายไปทันทีเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน รำภาเองที่รู้เรื่องราวทุกอย่างได้แต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“คือ...เอม เอ่อ” หญิงสาวหาคำแก้ตัวไม่ทัน จะบอกว่ามาดูให้เห็นกับตาว่าเขาพาผู้หญิงที่ไหนมาที่นี่ก็คงไม่ได้เพราะคำว่าหึงหวงเธอไม่มีสิทธิ์ใช้คำนั้นแม้แต่นิดเดียว
“คนนี้...ใครเหรอคะ” สาวสวยที่ยืนเคียงข้างกับเขาเอ่ยถามขัดจังหวะ
‘พิมดาว’ ชื่อนี้หล่อนจำได้เป็นอย่างดี เธอกลับมาประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร แล้วสามีเธอล่ะ อยู่ที่ไหน
“พนักงานฝ่ายการตลาดน่ะ สงสัยขึ้นมาติดต่องานกับคุณรำภา”
ภูภัทรปรายตามองเล็กน้อย ประโยคเฉยชาแบบนี้เธอควรชินแต่มันกลับไม่เคยชินสักที ริมฝีปากได้แต่เม้มเข้าหากันจนแทบจะห้อเลือด
“ผมว่าเราไปกันเถอะ เดี๋ยวเพื่อนๆรอ” ชายหนุ่มหันไปบอก เพื่อนสาวแล้วผายมือเชิญโดยไม่แยแสร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงนั้นสักนิด
สองมือกำเข้าหากันแน่น หัวใจปวดหนึบ ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“คุณเฌอเอม ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” รำภาห่วงความรู้สึกของลูกผู้หญิงด้วยกันมีใครบ้างจะไม่เจ็บที่เห็นสามีเดินไปกับหญิงอื่น
เฌอเอมได้แต่ยกหลังมือเช็ดน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ เอมโอเค”
หญิงสาวได้แต่ฝืนยิ้มให้ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน
“อ้าว เอมหายไหนมา ขิงก็มองหาตั้งนาน นมที่ฝากซื้อวางอยู่บนโต๊ะนะ” น้ำขิงเงยหน้าจากจอคอมฯแล้วเห็นเฌอเอมเดินกลับเข้าห้องมาพอดี
“อือ ขอบใจมากนะ เอมไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ” ร่างเล็กยอบตัวลงนั่งเก้าอี้เบาะหนังพร้อมกับหยิบนมกับขนมปังขึ้นมากิน
“ตาแดงๆ ไปโดนอะไรมาหรือเปล่า เอ๊ะ หรือว่าร้องไห้ ใครทำอะไรเธอ”
ใบหน้าหวานภายใต้กรอบแว่นตากลมมีสีหน้าตื่นเล็กน้อยพร้อมกับไถ่เก้าอี้ไปยังโต๊ะทำงานของเฌอเอมที่อยู่ไม่ไกล
“เปล่า เมื่อกี้ฝุ่นมันเข้าตาแล้วเอมเผลอเอามือไปขยี้นะ” คำแก้ตัวขุ่นๆบอกกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่ความจริงแล้วก็เป็นเหมือนที่หล่อนถามนั่นล่ะ
ถ้าเธอบอกไปว่าคนที่ทำเธอร้องไห้คือเจ้าของบริษัทนี้ น้ำขิงจะจัดการยังไง จะช่วยเธอไม่ให้เสียใจได้หรือเปล่า
“เออ เมื่อกี้เดินสวนกับคุณภูด้วย ผู้หญิงคนที่เขาเม้าท์กันเมื่อเช้าสวยดีนะ แต่ถ้าจะเอาคุณภูต้องไปต่อคิวย่ะ ป่านนี้หางแถวถึงดาวพลูโตแล้ยมั่ง”
น้ำขิงเชิดหน้าขึ้นและหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนตัวอิจฉาในละคร
“คุณภู มีอะไรดีเหรอ ดูท่าทางขิงจะชอบเขามากเลย” เฌอเอมวางขนมปังส่วนที่เหลือลงบนโต๊ะเพื่อที่จะตั้งใจฟังคำตอบ
“เอ้า มีใครบ้างจะไม่ชอบ หล่อ รวย นิสัยดี สูง หรือว่าเอมไม่ชอบ”
หล่อนหันขวับกลับมาถามทันทีทำเอาคนที่อยากฟังคำตอบมากกว่าถึงกับผงะเล็กน้อย
“ไม่รู้สิ”
คำตอบสั้นๆแต่ตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจ ‘ชอบสิ ชอบมานานแล้ว’
“จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นก็หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนกันนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง” แขนเรียวยกขึ้นเท้าคางพลางกรอกตาไปมาราวกับพยายามนึกว่าเห็นผู้หญิงที่เจ้านายควงมาเป็นใครกันแน่
“คุณพิมดาว” เฌอเอมเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมา
“เออ ใช่ ๆ”
“เธอเป็นดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับเอเชียน่ะ ไม่แปลกหรอกที่เธอจะคุ้นหน้า” เฌอเอมว่าพลางหยิบแฟ้มเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดไล่ดูทีละหน้าว่าบอร์ดบริหารเซ็นยินยอมครบหรือยัง
“อ่อ ก็ว่าอยู่ทำไมคุ้นหน้า แต่ว่านางแต่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงได้มาเดินควงแขนคุณภูเข้าบริษัทมาได้ล่ะ”
‘นั่นสิ เธอก็อยากรู้เหมือนกัน’
น้ำขิงยังคงตั้งข้อสังเกตและถามคำถามเหล่านั้นอยู่เนือง ๆ แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะนั่งฟังอย่างเดียว มีหือ มีอือ บ้างเล็กน้อยจนกระทั่งถึงเวลาทำงานช่วงบ่ายเจ้าตัวถึงได้ย้ายกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวเองได้
