บทที่ 8 แผลเป็นที่นึกไม่ออก(2)
หลังจากที่เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ท่อนบนเปื่อยเปล่ามีหยาดน้ำเกาะพรมไปทั่วอกแกร่ง ท่อนร่างพันด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ปกปิดของสงวนไม่ให้อุจาดตา
ร่างกำยำเดินมาหยุดยืนที่กระจกบานใหญ่เพื่อสำรวจร่างกายตัวเอง ส่วนมือก็ทำหน้าที่เช็ดผมเปียกชุ่มให้แห้งสนิท
เรียวนิ้วยาวสัมผัสโดนเนื้อนูนบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นรอยแผลเป็นขนาดยาวเกือบสองนิ้ว ดวงตากลมจ้องลึกผ่านกระจกใสว่ารอยแผลนี้เขาได้มาอย่างไร แต่นึกเท่าไรตัวเขาก็นึกไม่ออกเสียที
ชายหนุ่มจำได้แค่ว่าแผลนี้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่จำไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร ถามคนเป็นแม่แล้วแต่ท่านก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกสักที
เช้าของวันใหม่ เฌอเอมตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อช่วยป้าไหมเตรียมอาหารเช้า แม้ว่าแม่บ้านประจำบ้านหลังนี้จะสั่งห้ามแต่ด้วยเพราะเธอก็เป็นคนมาอาศัยบ้านหลังนี้เหมือนกันจึงไม่อาจงอมืองอเท้านั่งชี้นิ้วได้ จึงเลือกที่จะช่วยงานบ้านบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี
“วันนี้วันหยุด หนูเอมไม่ได้ไปไหนเหรอ” ภูผาหันแฮมเข้าปากพร้อมกับเอ่ยถามเพราะเห็นว่าวันหยุดทีไรลูกสะใภ้ก็แทบจะไม่ปลีกตัวไปไหน
“จะไปไหนได้ล่ะครับ ก็หนูเอมของคุณพ่อมีเพื่อนซะที่ไหน”
กำลังจะอ้าปากพูดก็มีคนไม่หวังดีตอบคำถามนั้นแทนทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะเดินลงมาจากข้างบน ก้นยังไม่หย่อนลงเก้าอี้เสียด้วยซ้ำ
สายตาดูแคลนของภูภัทรที่มองมามันเหมือนกับดูเย้ยหยันแต่ หญิงสาวก็ทำได้แค่เม้มปากเข้าหากันไม่ตอบโต้
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าไปถูกมนต์ดำศาสตร์ไหนเข้าร่างมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ หล่อนสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มพูดกับเธอบ่อยเหลือเกินทั้งที่แต่ก่อนสามวันก็ไม่พูดกับเธอครั้ง นอกจากวันไหนที่เขาต้องการเรื่องบนเตียงถึงจะยอมอ้าปากพูดกับเธอได้
“นี่แกเป็นอะไรตาภู แม่เห็นจิกกัดน้องเป็นไก่เลย” โสภีเอ็ดลูกชายเพียงคนเดียวแทนลูกสะใภ้ที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่ช่วงนี้สงสัยสุนัขในปากพี่ภูเพิ่มขึ้นก็เลยแข่งกันเห่า อีกหน่อยเอมก็คงชิน”
แต่ว่าไม่ใช่สำหรับครั้งนี้เพราะประโยคที่ตอกกลับเล่นเอาภูภัทรถลึงตาใส่คนเป็นเมีย จนภูผาต้องเอ่ยห้ามเพราะไม่อยากให้มื้อเช้าเสียบรรยากาศ
“แผลเป็นที่ท้ายทอย แม่เคยบอกผมว่าเกิดจากอุบัติเหตุ มันเป็นอุบัติเหตุอะไรเหรอครับ” มือที่หันไส้กรอกอยู่ถึงกับหยุดพร้อมกันทั้งโต๊ะอาหาร
ทั้งสามคนหันหน้ามองกันไปมาโดยเฉพาะเฌอเอมที่ถึงกับสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเขาถามเรื่องนี้อีกครั้ง
“เออ ก็อุบัติเหตุทั่วไปนั้นแหละ แม่เองก็จำไม่ได้เหมือนกัน มันก็นานมาแล้ว” คนเป็นแม่บอกปัด สายตาส่ายไปมาเหมือนกับว่าปิดบังอะไรไว้
“แผลใหญ่ขนาดนั้นทำไมผมถึงจำไม่ได้นะ”
สีหน้าของชายหนุ่มยังคงมีความสงสัยเกี่ยวกับแผลเป็นที่ท้ายทอยแต่ก็ถูกขัดจากคนเป็นพ่อให้กินข้าวต่อเขาจึงพยักหน้ารับแล้วก้มลงกินอาหารต่อเงียบ ๆ จนเสร็จ
เฌอเอมลอบมองคนเป็นสามีแล้วได้แต่พ่นลมหายใจออกมา หากวันหนึ่งเขารู้ว่าแผลเป็นได้มายังไงเขาจะยังคิดว่าเธออยากจะจับเขาเพราะเขารวยอยู่อีกหรือเปล่า แต่พูดไปก็เท่านั้นเพราะเหตุการณ์วันนั้นเขาจำมันไม่ได้สักอย่าง
เสียงก๊อกแก๊กของประตูดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดพรวดเข้ามาของภูภัทรทำให้เฌอเอมที่กำลังเปิดหลังหัวไหล่ดูรอยแผลเป็นของตัวเองเหมือนกันรีบปิดคอเสื้อทันที
"เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูคะ”
“ทำไมต้องเคาะ ก็นี่มันห้องฉัน” ภูภัทรว่าพลางเอาหมอนกับผ้าห่มไปวางไว้บนเตียงเหมือนเดิม
“จะห้องใคร มันก็ควรมีมารยาททั้งนั้นแหละ”
หญิงสาวได้แต่บ่นงึมงำแต่หารู้ไม่ว่าเขาได้ยินมันชัดถ้อยชัดคำทั้งประโยค มือที่กำลังจะติดกระดุมถูกกระชากอย่างแรงจนร่างเล็กเซไปซบอกแกร่งตามแรงดึง
“เมื่อกี้พูดอะไร ฉันได้ยินนะ”
“ได้ยิน แล้วจะมาถามอีกทำไม” หญิงสาวทำตาโตใส่เขา ปากเล็กยังคงทำหน้าที่เถียงได้เป็นอย่างดี
“เถียงคำไม่ตกฟาก แล้วแผลเป็นตรงหัวไหล่ไปโดนอะไรมา”
“รู้ได้ยังไงว่าเอมมีแผลตรงไหล่” หญิงสาวย่นคิ้วแต่ก้มหน้าไม่สบตาเพราะรู้ว่าตัวเองโกหกคนไม่ค่อยเก่งหากเขาซักไซ้ขึ้นมาเธอนั่นแหละที่จะจนมุมเสียเอง
“ร่างกายเธอมีส่วนไหนบ้างที่ฉันไม่เคยเห็น” ช่างเป็นประโยคชวนอายจนใบหน้านวลแดงก่ำ
“ทะลึ่ง พูดได้ไม่อายปาก”
“หรือมันไม่จริง” น้ำเสียงห้วนเมื่อครู่หายไปเปลี่ยนเป็นแหบพร่าพัดผ่านใบหูจนขนลุกซู่ตามร่างกาย
“ปล่อยค่ะ เอมหายใจไม่ออก” หญิงสาวขืนตัวออกจากอ้อมกอดเขา
“ไม่ปล่อย เพราะวันนี้เป็นวันหยุด” คิ้วเรียวย่นเข้าหากันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันหยุด
“ก็วันหยุดฉันไม่ทำงาน ก็ต้องหาอย่างอื่นทำสิ” ดวงตาฉายแววความหื่นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เมื่อก่อนชายหนุ่มยอมรับว่าเป็นคนพูดแล้วไม่คืนคำแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ก็คงมีเรื่องบนเตียงนี่แหละที่เขากลับคำ
วันนั้นเขาประกาศกร้าวว่าจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาดแต่พอได้ลองสัมผัสแค่ครั้งเดียวกลับกลายเป็นว่าเขาเสพติดเรือนร่างเธอเสียอย่างนั้น
“ไม่เอา วันนี้เอมไม่ให้พี่ภูเอา” ใครอยากจะให้กันเมื่อวานยังทำหน้าหน้าระรื่นไปกับหญิงอื่น วันนี้จะมาขอเอา
“แล้วคิดว่าห้ามได้เหรอ” ชายหนุ่มผลักร่างเล็กลงบนเตียงแล้วเดินไปลงกลอนประตูป้องกันคนมาขัดจังหวะ
เฌอเอมคลานลงจากเตียงแต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่ก้าวแค่สองก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว
“เป็นอะไร ทำไมวันนี้ขัดขืนจัง” ปากถามแต่มือกลับสอดผ่านกางเกงตัวจิ๋วใต้กระโปรง ปลายนิ้วสะกิดตุ่มเนื้อนาสามเหลี่ยมจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
“มะ ไม่” ใบหน้าสั่นระรัวแต่ปากกลับซูดเพราะสัมผัสเพราะความสะท้าน หล่อนรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานตันหาที่เขาสนองได้
“ไม่เอาสดนะ สะ ใส่ถุง” ในเมื่อไม่สามารถห้ามได้ก็ต้องเอ่ยขอทางป้องกันเพราะเธอไม่อยากท้องตอนนี้ ตอนที่เขาตราหน้าว่าเป็นแค่นางบำเรอ มอบความสุขให้เขาแค่บนเตียง
“ไม่ จะเอาสด ไม่ชอบใส่ถุง” คำขอร้องเปล่าประโยชน์เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็ง บรรยากาศเป็นไปตามที่เขาต้องการทุกอย่างโดยเฉพาะร่างกายเธอที่ตอบสนองเขาทุกครั้งเวลาที่ต้องการ...
