บทที่ 10 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 9

“แล้วนั่นเสื้อฉันไปอยู่บนตัวเธอได้ไง” พูดจบ ซินอวี้ก็ก้มมองเสื้อโอเวอร์ไซซ์ตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจังมากพอควร

“อี้เฉินบอกถ้าใส่ชุดเดิมแล้วอ้วกขึ้นมาจะซักยาก ฉันก็เลยตัดปัญหาด้วยการใส่เสื้อนายแทน”

“ไอ้เวร!” ไป๋เฮ่อสบถออกมาเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นกดขมับตัวเองเหมือนเริ่มปวดหัวอีกรอบ แล้วจ้องคนตัวบางเขม็ง

“เธอย้ายเข้ามาทำไม ที่ตกลงคือหลังตรวจ DNA ไม่ใช่เหรอ ถ้าผลออกว่าใช่ก็ค่อยมา” ไป๋เฮ่อพูดจบ ซินอวี้ก็เลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไรแม้แต่นิดเดียว ก่อนเธอจะยกมือขึ้นมากอดอกแน่น

“แล้วถ้าระหว่างรอตรวจฉันแพ้ท้องจนเป็นลมอยู่คอนโดคนเดียวล่ะ”

“ก็เรียกรถไปโรงพยาบาลสิ”

“โอ้โห ใจร้ายจังนะคุณพ่อ”

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น!”

“ทำไม กลัวแก่เหรอ”

“ซินอวี้!” เธอหัวเราะออกมาอย่างพอใจทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเริ่มหัวเสียจริงจัง จากนั้นมือเรียวก็หยิบสตรอว์เบอร์รี่อีกลูกขึ้นมากัดอย่างสบายอารมณ์

“อีกอย่างนะ ที่นี่ทั้งกว้าง ทั้งเงียบ มีของกินครบ เตียงก็นุ่ม ฉันว่ามันเหมาะกับคนท้องมาก” หญิงสาวพูดต่อพลางชี้ส้อมเล็กไปทั่วห้องกวน ๆ

“นี่ก็ดี นี่ก็ดี ตรงนั้นก็มองแล้วสบายตา”

“นี่เธอรีวิวโรงแรมอยู่รึไง”

“ถ้าต้องจ่ายหรือรีวิวนะ ฉันให้ห้าดาวเลย” ซินอวี้พูดจบ ฉงไป๋เฮ่อถึงกับหลับตาลงแวบหนึ่งเหมือนพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจหรือมากกว่านั้น ก่อนเขาจะเดินเข้าไปใกล้โซฟาแล้วมองกระเป๋าเดินทางอีกสองใบใหญ่ของเธอ

“นี่อย่าบอกนะว่าเธอขนของมาหมดแล้ว”

“ยัง”

“ยัง?”

“เหลือเครื่องสำอางอีกกล่องที่คอนโด พรุ่งนี้ว่าจะให้อี้เฉินไปเอาให้”

“ทำไมต้องใช้อี้เฉินเหมือนเป็นคนรับใช้เธอด้วย!”

“ก็เขาใจดีกว่านาย อี้เฉินนะใจดี ดูแลก็ดี” คำตอบนั้นทำเอาไป๋เฮ่อเงียบไป ก่อนจะหัวเราะออกมาสั้น ๆ แบบคนหมดแรงเถียง

“สุดท้ายคนซวยคือฉัน งั้นเหรอ?”

“ไม่หรอกคนซวยคือเด็กในท้องต่างหาก ที่มีพ่อปากหมา ตัวจริงไม่เหมือนในจอเลยสักนิด ต่างกันฟ้าเหว”

“เธอ!”

ยังไม่ทันที่ไป๋เฮ่อจะพูดจบ จู่ ๆ เสียงท้องร้องเบา ๆ ก็ดังขึ้นกลางห้อง และเสียงนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ชะงักพร้อมกันทันที

“เมื่อกี้เสียงอะไร”

“ไม่มีอะไร”

ซินอวี้ก้มมองท้องตัวเองเงียบ ๆ ส่วนไป๋เฮ่อเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อ

ครืดดด…

เสียงดังขึ้นอีกรอบ คราวนี้ชัดกว่าเดิมจนเธอเม้มปากแน่นด้วยความเสียหน้า ขณะที่ไป๋เฮ่อเริ่มมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ

“เธอหิวเหรอ?”

“นิดหน่อย”

“แล้วเมื่อกี้ทานสตรอว์เบอร์รี่ไปเป็นกล่อง”

“คนท้องหิวบ่อย นายไม่รู้รึไง”

“…”

“แล้วมองอะไร”

“มองคนที่บุกบ้านคนอื่นแล้วยังจะสั่งอาหารได้หน้าตาเฉย”

“งั้นนายจะให้ฉันอดเหรอ” ซินอวี้เอนตัวพิงโซฟา ก่อนเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ด้านไป๋เฮ่อเขามองเธอนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจออกมายาวมากเหมือนคนแพ้อีกแล้ว

“ทานอะไร”

“หืม?” ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ทันทีเมื่อได้ยินคำถาม

“ถามว่าทานอะไร เดี๋ยวสั่งให้”

ซินอวี้มองเขาอยู่พักหนึ่งเหมือนพยายามจับผิด ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ

“เป็นห่วงฉันอีกแล้ว”

“ฉันเป็นห่วงลูก ถ้าใช่จริงอะนะ”

“อ๋อออ~” เธอลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท จนไป๋เฮ่อแทบอยากโยนโทรศัพท์ใส่หน้า แต่สุดท้ายร่างสูงก็ยังยืนกดสั่งอาหารอยู่ดี พร้อมเสียงบ่นเบา ๆ อย่างคนยอมแพ้ชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ฉันอยากได้ชานมไข่มุกร้านนั้น ห้างที่นายไปอีเวนต์เมื่อวาน อร่อยดี ลูกนายชอบนะ สั่งมาไว้สิ”

ไป๋เฮ่อที่กำลังกดโทรศัพท์อยู่ชะงักนิ้วทันที ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองคนบนโซฟาช้า ๆ

“เธอใช้อะไรสั่ง”

“ปาก”

“ซินอวี้”

“อะไร ฉันแค่เสนอเมนู” หญิงสาวตอบหน้าตาใส ก่อนเธอจะตัดสินใจเอนตัวกอดหมอนนุ่มเข้าหาตัวอย่างสบายใจ

“แล้วร้านนั้นก็อร่อยจริงนี่ ฉันเห็นนายทานตอนงานอีเวนต์เมื่อวานด้วย”

“เธอตามดูฉันด้วยเหรอ”

“เปล่า รายการมันเด้งขึ้นฟีดเอง”

“โกหกเก่ง”

“นายหลงตัวเองเก่งมากกว่า” สิ้นเสียงซินอวี้ ฉงไป๋เฮ่อก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากต่อปากต่อคำ แต่สุดท้ายก็กดค้นหาร้านชานมร้านนั้นจริง ๆ

“ไข่มุกเอาแบบหนึบ ๆ นะ”

“เรื่องมาก”

“แล้วไม่เอาหวานน้อย ฉันอยากได้หวานปกติ”

“คนท้องทานหวานเยอะได้เหรอ” คำถามนั้นหลุดออกมาเร็วมาก เร็วจนเจ้าตัวเองยังชะงักไปนิดหนึ่ง

ส่วนซินอวี้ เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ อย่างคนเริ่มจับทางได้อีกแล้ว

“นายไปแอบอ่านอะไรมา”

“เปล่า”

“งั้นจะรู้ได้ไงว่าคนท้องทานของหวานมากไม่ดี”

“ก็เดาเอา!”

“อ๋อออ~ เดาเก่งจังเลยคุณพ่อ”

“หยุดเรียกแบบนั้นสักที!” คำพูดนั้น ทำให้ซินอวี้หัวเราะออกมาอย่างสะใจ ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดอีกแล้ว ขณะที่ไป๋เฮ่อได้แต่ถอนหายใจแรง ๆ แล้วกดโทรศัพท์ต่อ

“เอาอะไรอีก”

“เฟรนช์ฟรายส์”

“ไม่มีประโยชน์”

“งั้นนักเก็ต”

“ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน”

“นายจะสั่งข้าวหรือจะเปิดคลินิกโภชนาการ”

“ฉันไม่อยากให้เด็กในท้องเป็นโรคเพราะแม่มันชอบทานอะไรมั่วซั่ว”

ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงไปแวบหนึ่งก่อนซินอวี้จะมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ อยู่พักเดียว แล้วหลุดฉายยิ้มกวนประสาทออกมาบนใบหน้าสวย

“อะไรอีก”

“เปล่า”

“ยิ้มอะไร”

“ก็แค่” เธอลากเสียงเบา ๆ ก่อนจะก้มมองท้องตัวเองแวบหนึ่ง

“นายเริ่มเหมือนพ่อเด็กขึ้นทุกวันแล้วอะ”

ไป๋เฮ่อชะงักไปทันที ดวงตาคมหลุบลงมองเธอเงียบ ๆ เหมือนคำพูดนั้นดันพุ่งเข้ามากลางอกแบบไม่ทันตั้งตัว แต่สุดท้ายเขาก็ยังปากแข็งเหมือนเดิม

“ถ้าผลตรวจไม่ใช่ขึ้นมา ฉันไล่เธอออกทั้งแม่ทั้งลูกแน่”

“ได้สิ” ซินอวี้ตอบสบายมาก ก่อนหยิบสตรอว์เบอร์รี่ลูกสุดท้ายเข้าปาก

“แต่ตอนนี้นายก็ยังสั่งชานมให้อยู่ดี”

“ก็น่ารำคาญ”

“แล้วไง?”

“เธอนี่มันจริง ๆ หยุดยิ้มกวนประสาทได้ไหม”

“ไม่ได้ ตลกดี เวลาซุปตาร์ปากหมาโดนฉันปั่น”

“ตัวปัญหาชัด ๆ”

“ขอบคุณ”

“ไม่ได้ชม”

“แต่ฉันรับหมด” ซินอวี้ตอบกลับทันทีแบบไม่สะทกสะท้าน พร้อมขยับตัวนอนตะแคงกอดหมอนต่ออย่างสบายใจ ราวกับนี่เป็นห้องตัวเองมานานแล้ว

ส่วนไป๋เฮ่อ เขาได้แต่มองภาพนั้นเงียบ ๆ ผู้หญิงปากจัดในเสื้อของเขา นอนอยู่บนโซฟาในเพนต์เฮาส์เขา กำลังใช้น้ำเสียงเหมือนอยู่กับเขามานานหลายปี ทั้งที่จริง ๆ ทั้งคู่พึ่งรู้จักกันไม่นานด้วยซ้ำ

แม่งประหลาดชิบหาย…

ครืด…

โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นพอดี เป็นข้อความแจ้งว่าอาหารกำลังจัดส่ง

“อีกยี่สิบนาทีถึง เธอลงไปรับด้วย”

“ชานมด้วยไหม”

“เออ”

“ไข่มุกเยอะไหม”

“เธอสั่งเองไม่ใช่รึไง” ไป๋เฮ่อเอ่ยจบ ซินอวี้ก็ยิ้มทันที ก่อนเธอจะยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองเขาเหมือนพึ่งนึกอะไรได้

“อ้อ จริงสิ”

“อะไรอีก”

“ห้องนอนฉันอยู่ห้องไหน”

“เดี๋ยวนะ” ไป๋เฮ่อขมวดคิ้วเหมือนสมองประมวลผลไม่ทัน

“อะไรคือห้องนอนฉัน”

“ก็ห้องนอนฉันไง”

“นี่เธอคิดจะย้ายเข้ามาจริงเหรอ”

“อ้าว ขนของมาขนาดนี้ คนอย่างซินอวี้ไม่เคยล้อเล่นนะ” หญิงสาวตอบกลับหน้าตาเฉย ก่อนลุกขึ้นยืนช้า ๆ พร้อมกอดหมอนในอ้อมแขนไว้แน่น เสื้อยืดตัวใหญ่ของเขายิ่งทำให้เธอดูตัวเล็กลงไปอีก

“นี่ ไป๋เฮ่อ ฉันถามแค่ว่านอนห้องไหน ไม่ได้จะขอนอนกับนายซะหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า อีกอย่างนะ ฉันไม่จับนายปล้ำแน่ ตอนนั้นถ้าไม่ติดว่าเมา คนอย่างนาย ไม่ได้เห็นขาอ่อนฉันหรอก :P”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป