บทที่ 14 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 13
เช้าวันต่อมา…
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมอ่อนเข้ามาภายในห้องใหม่ของซินอวี้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผ้าปูที่นอนใหม่ยังติดอยู่จาง ๆ ขณะที่ร่างบางยังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดวงตาปรือเล็กน้อยเพราะไม่อยากตื่น
แต่แล้ว…
ครืดดด~
เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นเบา ซินอวี้ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วก็ต้องนิ่งไปสองวินาทีเมื่อพบว่าเสียงนั้นมาจากท้องเธอเอง
“หิวอีกแล้วเหรอ” เธอพึมพำเสียงแหบพลางยกมือลูบท้องตัวเองอย่างหมดแรง
ตั้งแต่เธอตั้งท้องมา เธอเองก็รู้สึกเหมือนตัวเองหิวได้ตลอดเวลา ทั้งที่เมื่อคืนก่อนนอนยังอัดชาไข่มุกแก้วใหญ่ไปอีกแก้วแท้ ๆ
ซินอวี้ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผมยาวยุ่งนิดหน่อยจากการนอน ก่อนสายตาจะกวาดมองรอบห้องใหม่ของตัวเองแล้วหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ก็โอเคแฮะ” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างน้อย ก็ยังดีกว่าที่เธอคิดไว้ตอนแรกมาก หลังจากนั้นมือเรียวก็คว้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา
เวลา 07:12 น.
“เช้าขนาดนี้ หมอนั่นคงยังไม่ตื่นมั้ง หรือไม่ก็คงไปทำงานแล้ว” พูดจบเธอก็สาวก้าวเดินไปเปิดประตูแล้วออกจากห้อง ตั้งใจจะหาอะไรกินเงียบ ๆ โดยไม่รบกวนเจ้าของบ้าน
แต่ทันทีที่เดินลงมาชั้นล่าง กลิ่นกาแฟหอม ๆ ก็ลอยเข้าจมูกทันที
ซินอวี้ชะงักฝีเท้านิดหนึ่ง ก่อนหันไปมองทางห้องครัว แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ฉงไป๋เฮ่อยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีเทา ผมยังดูยุ่งเล็กน้อย เหมือนเพิ่งตื่นไม่นาน มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือกำลังเลื่อนดูอะไรบางอย่างในไอแพด
ลุคตอนนี้ต่างจากซุปตาร์บนหน้าจอแทบคนละคน ธรรมดา… แต่กลับดูดีชะมัด เหมือนคนอาบน้ำวันละสิบรอบเป็นขั้นต่ำ แต่เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมองอยู่ ดวงตาคมจึงเงยขึ้นมาทันที
“ตื่นแล้วเหรอ?” คนที่ยืนอยู่ถึงขั้นหลุดออกจากพะวง พร้อมกับตั้งสติแล้วตอบกลับไป
“อื้ม วันนี้นายไม่ไปถ่ายละครหรอกเหรอ?”
ดวงตาคมมองร่างบางที่ยืนงัวเงียอยู่ปลายบันไดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ
“ไปสิ แต่วันนี้ฉันเข้ากองบ่าย”
“อ๋อ…” ซินอวี้พยักหน้ารับเบา ๆ สองเท้าเดินตรงไปยังห้องครัวแบบไม่เกรงใจเจ้าของบ้านแม้แต่น้อย แล้วเปิดตู้เย็นสำรวจทันที
“เธอทำเหมือนอยู่บ้านตัวเองเลยนะ”
“ก็ฉันหิวอ่ะ” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับหยิบนมกล่องออกมาถือไว้ แล้วหลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจพูดขึ้นต่อเหมือนเพิ่งนึกได้
“อื้อ ฉันลืมบอกไป เมื่อวานฉันปรึกษาหมอเรื่องตรวจ DNA หมอบอกว่า ถ้าอายุครรภ์ครบเจ็ดถึงสิบสัปดาห์ก็สามารถตรวจได้เลยนะ” ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกมา บรรยากาศในห้องครัวก็เงียบลงนิดหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด มือใหญ่ที่กำลังถือแก้วกาแฟชะงักไปเล็กน้อย พร้อมกับใช้ดวงตาคมเงยขึ้นมองเธอ
“หมอบอกว่าตรวจจากเลือดได้เลย ไม่อันตรายกับเด็ก ฉันว่าก็โอเคนะลูกนายจะได้ไม่ต้องรับอันตราย” ซินอวี้เองกลับยังคงยืนพิงตู้เย็นอยู่เหมือนเดิม สีหน้าปกติราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศทั่วไป ก่อนเธอเปิดนมกล่องดูดไปหนึ่งอึกแล้วพูดอีก
“ถ้านายอยากตรวจเร็ว ๆ ก็ได้ ฉันไม่มีปัญหา”
“เธอรีบตรวจขนาดนั้นเลย?”
“ก็จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่ายไง นายจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดทุกวันว่าเด็กใช่ลูกตัวเองหรือเปล่า”
ประโยคนั้นทำให้ดวงตาคมนิ่งไปเล็กน้อย เพราะตั้งแต่ซินอวี้เข้ามาในชีวิตเขา เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรเกินจำเป็นเลยจริง ๆ ไม่มีดราม่า ไม่มีร้องไห้ฟูมฟายไม่มีบังคับให้เขารับผิดชอบด้วยความรัก เธอแค่พูดทุกอย่างตรง ๆ จนน่าปวดหัวเท่านั้นเอง
“แล้วถ้าผลออกมาใช่ล่ะ”
“ก็ใช่ไง”
“เธอนี่ตอบอะไรให้มันลุ้นหน่อยไม่ได้หรือไง”
“ทำไมต้องลุ้นฉันมั่นใจอยู่แล้ว ว่าคือลูกนายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกสองสัปดาห์ถ้านายไม่มีคิวงาน ก็เตรียมตัวไปโรงพยาบาลกับฉันก็แล้วกัน” จบคำพูดนั้น ซินอวี้ก็ปิดกล่องนมดังแปะ ก่อนเดินรอบเคาน์เตอร์ครัวไปเปิดตู้หาอะไรกินต่อ เหมือนสิ่งที่เธอพูดเมื่อกี้เป็นแค่การนัดหมายธรรมดาทั่วไป
ทิ้งไว้เพียงฉงไป๋เฮ่อที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงเดิม ดวงตาคมมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธออยู่พักหนึ่งอย่างเงียบงัน
แปลกดี ทั้งที่ผู้หญิงคนนี้กำลังพูดเรื่องตรวจว่าเขาเป็นพ่อเด็กหรือไม่ เหมือนเธอมั่นใจในตัวเองมากจริง ๆ
“ฉันมีข้อตกลงจะคุยกับเธอ เรื่องการอยู่ร่วมกันในระหว่างนี้” เสียงทุ้มดังขึ้น จนซินอวี้ที่กำลังเปิดตู้หาอะไรกินชะงักมือไปนิดหนึ่ง ก่อนหันกลับมามองเขา
“หืม?” ฉงไป๋เฮ่อวางแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ช้า ๆ สีหน้าของเขาจริงจังกว่าตอนคุยเล่นเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด
“ระหว่างที่เรื่องนี้ยังไม่เคลียร์ ฉันไม่อยากให้เธอออกไปไหนคนเดียว”
“ทำไม?”
“เพราะฉันไม่อยากให้เป็นข่าว”
“นายกลัวคนรู้ว่าฉันท้อง?”
“ฉันกลัวนักข่าวรู้ว่าเธออยู่กับฉัน ตอนนี้นักข่าวตามฉันหนักมาก ถ้ามีใครเห็นเธอขึ้นลงคอนโด หรือหลุดภาพไปโรงพยาบาลพร้อมกัน ทุกอย่างจบแน่”
หญิงสาวนิ่งฟังอยู่เงียบ ๆ ส่วนร่างสูงก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นอีกนิด
“รวมถึงหมอคนเดิมด้วย”
“คือ?”
“เปลี่ยนโรงพยาบาล หมอที่เธอไปตรวจเมื่อวาน ฉันไม่สบายใจ”
“นายระแวงขนาดนั้นเลย?”
“ฉันอยู่ในวงการนี้มานาน ข่าวหลุดครั้งเดียว มันไม่ใช่แค่ฉันที่ชื่อเสียงพัง เธอกับเด็กก็โดนลากไปด้วย” ประโยคนั้นทำให้ซินอวี้เงียบลงไปนิดหนึ่ง เพราะถึงเธอจะไม่แคร์ข่าววงการบันเทิงมากนัก แต่ก็รู้ดีว่า ถ้าเรื่องนี้หลุดขึ้นมาจริง ๆ คนที่โดนหนักที่สุดอาจไม่ใช่ไป๋เฮ่อด้วยซ้ำ แต่อาจเป็นเด็กในท้อง ซ้ำไปกว่านั้นครอบครัวของเธอก็จะรู้เรื่องนี้อีกด้วย
“แล้วจะเอายังไง”
“เดี๋ยวฉันให้อี้เฉินหาหมอใหม่ให้ โรงพยาบาลเอกชนที่ไว้ใจได้ ปิดข้อมูลคนไข้แน่นที่สุด”
“โห นี่ฉันกำลังใช้ชีวิตแบบสายลับอยู่เหรอ”
“เธอยังมีอารมณ์เล่นอีก?”
“แล้วจะเครียดทำไม คนท้องเขาไม่ให้เครียดนายไม่รู้หรือไง” ซินอวี้พูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ก็จริงอย่างที่เธอพูด เพราะตั้งแต่เธอติดต่อไป๋เฮ่อได้ความเครียดทั้งหมดก็แทบยกออกไปหมดทั้งอก
“เธอนี่แปลกดีนะ”
“ตรงไหน?”
“คนส่วนใหญ่ถ้าเจอเรื่องแบบนี้คงเครียดไปแล้ว”
“ก็ฉันเครียดไปแล้วไง ก่อนหน้านี้น่ะ” หญิงสาวยักไหล่นิดหนึ่ง ก่อนหยิบขนมปังแผ่นออกมาจากตู้
“แต่พอหาตัวนายเจอ มันก็เหมือนมีคนช่วยรับผิดชอบแล้วครึ่งหนึ่ง”
“แล้วอีกครึ่งล่ะ” เขาถามเสียงปกติ ก่อนซินอวี้หันมามองทันที แล้วยิ้มบาง ๆ
“อีกครึ่งก็ลูกนายไง”
“เอาเถอะ” ร่างสูงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เดี๋ยวฉันจะให้อี้เฉินจัดเรื่องโรงพยาบาลใหม่ แล้วก็เรื่องตรวจ DNA ด้วย”
“โอเค”
“แล้วช่วงนี้ ถ้าอยากได้อะไร บอกฉันหรืออี้เฉินก่อน ห้ามออกไปไหนเอง”
“รับทราบค่ะ คุณพ่อซุปตาร์สายลับ เพิ่งรู้ว่านอกจากหมึกสายลับ ปลาโลมาสายลับแล้วยังมีซุปตาร์สายลับอีกด้วย”
“ตลก! แล้วก็เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว”
“ไม่ได้! นายต้องเริ่มชินได้แล้วนะ เพราะอีกไม่นานเด็กคนนี้ก็เรียกนายว่าพ่อจริงแล้ว”
ซินอวี้ตอบทันที ก่อนยิ้มกวน ๆ ใส่เขา คำว่า เด็กทำให้บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งเบา ๆ
ซึ่งฉงไป๋เฮ่อเอง ก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า แต่พักหลังมานี้ ทุกครั้งที่ซินอวี้พูดถึงเด็ก เขากลับไม่ได้รู้สึกต่อต้านเหมือนวันแรกแล้ว
“อ๊ะ!”
จู่ ๆ เสียงของซินอวี้ก็ดังขึ้นกะทันหัน จนฉงไป๋เฮ่อเงยหน้าจากจอไอแพดทันที
ดวงตาคมเบิกขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นซินอวี้ยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว มีดปอกผลไม้ตกอยู่ข้างเขียง ส่วนปลายนิ้วเรียวของเธอมีเลือดซึมออกมานิด ๆ
“ไป๋เฮ่อ… นิ้วฉัน!”
⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️
เอ็นดูยัยซินอวี้ หมึกสายลับ โลมาสายลับ ตอนนี้มีซุปตาร์สายลับแล้วนะ ><
Next episode spoilers…
“พูดอะไรดูไม่น่าเชื่อเลยสักอย่าง”
