บทที่ 2 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 1

ใครจะไปคิดว่า เพียงคืน ๆ เดียวที่อยากลองของ จะทำให้ซุปตาร์ตัวท็อปของวงการ ต้องกลายเป็นพ่อคนโดยไม่ทันตั้งตัว…

“ไป๋เฮ่อ”

“ฉงไป๋เฮ่อ... กรี๊ดดดด หล่อมาก ไป๋เฮ่อ หว่อ อ้าย หนี่” เสียงแฟนคลับดังกระหึ่มรอบด้านเมื่อคนตัวสูงปรากฏตัวภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง กล้องโทรศัพท์ถูกยกขึ้นแทบจะพร้อมกัน แสงแฟลชวูบวาบไม่ขาดสาย

ร่างสูงในเชิ้ตสีขาว ทับด้วยสูทผูกไท เรือนผมสีเข้มถูกเซ็ตอย่างเป็นธรรมชาติรับกับใบหน้าคมคายได้รูป คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตา จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบได้รูปเม้มเล็กน้อย ดูดีมีเสน่ห์ ราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสาร

‘ฉงไป๋เฮ่อ’ นักแสดงหนุ่มวัย 29 ปี ซุปตาร์ระดับแนวหน้าที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

“ไป๋เฮ่อ มองกล้องทางนี้หน่อย กรี๊ดดดด”

“So cute…” เสียงแฟนคลับดังขึ้นไม่ขาดสาย สองขายาวเดินก้าวเข้ามาไม่รีบไม่ร้อน ท่าทางสบาย ๆ แต่กลับดึงดูดทุกสายตาในพื้นที่โดยอัตโนมัติ ไป๋เฮ่อมือล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวเดินต่อไป ก่อนที่จะชะลองฝีเท้าลง ยกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยฉายร้อยยิ้มพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นโบกเบา ๆ ให้แฟนคลับด้านหน้าท่าทางเป็นกันเอง

“อ๊ายยยยย เขามองมาทางนี้”

“ I love you ฉงไป๋เฮ่อ” เสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิมทันทีที่รอยยิ้มนั้นเผยออกมา แต่ทว่าไป๋เฮ่อก็ไม่ได้หยุดนาน เขาเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อยทักทายแล้วก้าวต่อ

“เชิญทางนี้ครับคุณไป๋เฮ่อ” การ์ดเอ่ยบอกทางกับคนตัวสูง พลางกันฝูงชนเพื่อเปิดทางให้เขาเดินผ่านได้สะดวก และไป๋เฮ่อก็พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวเข้าสู่โซนห้องรับรองพรีเซนเตอร์ภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งทันทีที่ประตูปิดลง ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงโซฟานุ่ม จากนั้นก็เอนตัวหลังพิงอย่างคนหมดแรงจากอีเวนต์หลายอีเวนต์ติดต่อกันในวันเดียว

พลึบ!

“อี้เฉิน งานอีเวนต์ช่วงเย็นวันนี้เริ่มกี่โมงนะ” ไป๋เฮ่อเปล่งน้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นผะแผ่วในที่สุด พร้อมกับดึงเนกไทออกหลวม ๆ อย่างไม่ใส่ใจนักเหมือนคนเพิ่งผ่านสิ่งที่ใช้พลังไปเกินขีดจำกัด

“เริ่มตอนหกโมงเย็น ตอนนี้มึงมีเวลาพักแค่สามชั่วโมงรวมเดินทาง แล้วก็พรุ่งนี้มีสองอีเวนต์ วันถัดไปมีถ่ายละครตีห้าเพื่อนรัก”  คนที่ถูกเรียกหันมามองพร้อมกับเปิดตารางงานในไอแพดแล้วบอกกำหนดการ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋เฮ่อก็พูดขึ้นต่อพลางเหลือบสายตามองอีกฝ่าย

“ฟู่… นี่รับงานกะจะรวยภายในปีเดียวเลยรึไง ใจคอจะไม่ให้พัก ไปดื่มไปเที่ยวบ้างเลยว่างั้น ผู้จัดการส่วนตัวหรือเครื่องขายวิญญาณวะเนี่ย!”

‘อี้เฉิน’ เป็นผู้จัดการของไป๋เฮ่อได้ปีเศษด้วยความจำเป็นบางอย่างและก่อนหน้านั้น สองหนุ่มหล่อคือเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่มัธยมจนกระทั่งจบปีสี่

‘วิศวะโยธา’ และ ‘ว่าที่ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่’ คือเส้นทางที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายไป๋เฮ่อกลับเลือกเดินออกมา เพื่อความฝันที่ต้องใช้ทั้งแรงและชีวิตเข้าแลก ซึ่งก็คือการเป็นซุปตาร์แนวหน้า แต่ใครมันจะรู้ว่าจะเหนื่อยขนาดนี้!

“เอาน่า อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ให้พ่อแม่และพี่สาวมึงเห็น ว่ามึงทำตามความฝันมึงสำเร็จ หรือมึงจะกลับไปทำงานบริษัทพ่อมึงละ สบาย ๆ เอาไง?”

“เฮ่อ!” ไป๋เฮ่อถอนลมหายใจสมชื่อ ก็จริงอย่างอี้เฉินว่า กลับไปก็โดนพี่สาวบ่นว่าไม่เอาไหนอีก แบบนี้ก็เหมือนคนไม่มีทางเลือกสินะ

“เออ ทำก็ทำ”

“แต่ครั้งหน้า ถ้ามึงจะรับงานอีก มึงต้องถามกูนะ กูเหนื่อยจะไม่ไหวแล้วนะเว้ย ให้กูพักสักเดือนไม่ได้รึไง” ปากบางยังคงบ่นไปตามประสา แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น ไป๋เฮ่อก็ยังคงทำตามหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาตลอด

“ไปซื้อกาแฟมาให้กูเลย โทษฐานที่มึงรับงานมาให้กูเยอะขนาดนี้” เสียงบ่นยังไม่ทันจางหาย โลกอีกด้านหนึ่ง กำลังมีใครบางคนตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

ในขณะเดียวกัน @ภายในคลินิกสูตินรีเวชเอกชนแห่งหนึ่ง

“หมอคะ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงเปล่งออกมาสั่นกว่าที่คิด ดวงตาคู่สวยลืมตาขึ้นทันทีเหมือนเพิ่งนึกได้เพียงเพราะบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว 

ไม่ใช่ใบหน้าของพ่อเด็กในท้องของเธอ แต่หากเป็นความคิดสั้น ๆ ที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกแรง ‘เด็กคนนี้ ยังไม่เคยมีโอกาสเลือกอะไรเลย เขาไม่ได้ผิดอะไรเลยสักนิด’

“หยุดก่อนค่ะ ฉันขอเปลี่ยนใจ”

“?”

ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยสีเขียวแสดงท่าทีงุนงงชัดเจน เมื่อได้ยินเสียงของคนบนขาหยั่งเอ่ยออกมา และในขณะเดียวกันขาเรียวยาวของเธอก็พลางขยับยันตัวลุกขึ้นยืนพลวดเดียวเหยียบยันพื้นเย็นเฉียบ

“ฉันขอเปลี่ยนใจ ฉันเก็บเด็กคนนี้ไว้ ยังทันใช่ไหมคะ”

“ทันค่ะ” สิ้นเสียงนุ่มรับคำถาม มือที่ซึ่งถืออุปกรณ์บางอย่างอยู่ก็ลงทันที โดยมีเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งถึงสองคนยืนคอยให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนต่อ ๆ ไป ซึ่งทันทีที่หมอวางอุปกรณ์ลงถึงผ้าสะอาดสีเขียว ร่างบางที่ยืนอยู่ในชุดลำลองของคลินิกก็รีบเดินออกไปด้านนอกด้วยความรวดเร็วอย่างไม่คิดลังเลอีก…

“ไม่ได้ เด็กในท้องไม่ผิดอะไร แกต่างหากกับผู้ชายคนนั้นที่ผิด” เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นพึมพำกับตัวเองราวกับกำลังรู้สึกผิดอะไรบางอย่าง

‘ซินอวี้ หลิน’ หญิงสาววัย 23 ปี ลูกสาวคนเดียวของนายพลที่บ้านมั่งคั่งเพียบพร้อมทุกอย่าง เงินที่มีอยู่ใช้จนตายก็ไม่หมด

หลังจากเรียนจบปีสี่ ยังไม่ทันจะได้เริ่มทำงาน  เธอขออนุญาตพ่อออกมาใช้ชีวิตแบบตามใจสักสองสามปี ซินอวี้เป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตสุดทุกด้าน เสียงเพลง แสงไฟ และค่ำคืนในผับหรู คือสิ่งที่เธอคุ้นเคยมากกว่าความเงียบ ทว่ายังไม่ถึงครึ่งทาง

อยู่ ๆ คืนหนึ่งที่เธอเมาหนัก ความอยากรู้อยากลองก็บังเกิด คืนนั้นเองเมื่อเดือนก่อน เธอหลวมตัวเข้าไปพัวพันกับผู้ชายคนหนึ่ง คนที่คนทั้งประเทศกำลังคลั่งไคล้เขาในตอนนี้

“ยังไงฉันก็ต้องคุยกับนายให้ได้ เรื่องอะไรที่ฉันต้องมาแบกรับคนเดียว” เธอกำหมัดแน่น พลางเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุด แม้ปากจะพูด แต่กลับกัน ในหัวของเธอภาพในคืนนั้นไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเธออย่างชัดเจน

มันแค่คืนเดียว คืนเดียวเท่านั้น!

“โหยยย ไอ้ขี้เก๊ก! ทำไมเนี่ย ทำไมต้องแบบนี้ พลาดได้ยังไง” ซินอวี้สบถออกมาเบา ๆ คิดว่าป้องกันดีแล้วแท้ ๆ ทำไมเป็นแบบนี้ได้ แถมเรื่องการตั้งครรภ์ในครั้งนี้

“พ่อกับแม่ต้องดุฉันตายห่าแน่ ไหนจะย่าฉันอีก แล้วแบบนี้ ฉันมีทางเลือกอะไรได้บ้าง” เสียงบ่นกระปอดกระปอดเปล่งออกมาเป็นระยะ ๆ เมื่อคืนยังเต้นในผับอยู่ดี ๆ เช้ามาลองตรวจครรภ์กลับโชว์ขึ้นสองขีดซะงั้น

“หรือจะกลับไป ให้หมอเอาออกให้ดี บาปหน่อย แต่มันก็เพิ่งเป็นก้อนเลือดไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่สิ ไม่ได้!”

“หรือยังไงดี ไม่สิซินอวี้ ไม่ ไม่ ไม่” เสียงในหัวนึกดีไม่ได้เลยในตอนนี้ มันผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนซินอวี้สับสน ก่อนเธอจะยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแน่น

“ตั้งสติซินอวี้! ตั้งสติก่อน” ซินอวี้พยายามตั้งสติครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่เห็นผลตรวจในครั้งแรก จนถึงตอนนี้… เธอก็ยังต้องตั้งสติและตัดสินใจใหม่อยู่ดี

โดยปกติซินอวี้เป็นผู้หญิงเฟียส ๆ ที่ไม่เคยต้องวิ่งตามหรือง้อใคร แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

คราแรกเธอคิดว่าเธอจะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวของเธอเอง ไม่ติดต่อกลับไปหาฝ่ายชาย เพราะมีหลายอย่างที่เธอต้องคิด แต่ในตอนนี้สิ่งที่เธอคิดจะทำ เธอกลับทำไม่ลง!  เพียงเพราะคำเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ‘เด็กมันไม่ได้ผิดอะไรเลย’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป