บทที่ 3 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 2
หลังจากร่างบางตั้งสติและเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ซินอวี้ก็เดินไปยังลานจอดรถทันที ก่อนจะใช้มือเรียวสวยที่แต่งแต้มด้วยเล็บเจลล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าราคาแพง เพื่อค้นหาช่องทางติดต่อของฉงไป๋เฮ่อ
“นายต้องรับผิดชอบร่วมกับฉัน!” เรียวปากสีหวานขยับพูด คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันยุ่ง ๆ อย่างคนคิดเรื่องนี้ไม่หลุดจากหัว
“ว่าแต่ฉันควรเริ่มจากตามนายที่ไหนดี กองถ่าย งานอีเวนต์ หรือที่ไหน?” ซินอวี้ใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยรถ จะมีวิธีไหนที่เข้าหาไป๋เฮ่อได้ดีที่สุด เธอไม่ใช่สายติ่งดาราเลยไม่ค่อยจะมีความรู้ด้านนี้มากนัก
“หรือจะติดต่อผ่านช่องทางผู้จัดการส่วนตัวดี” พูดจบ ใบหน้าสวยก็ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวกดจิ้มค้นหาข้อมูลต่อ
“นี่ค่าตัวเหรอ ซื้อรถเป็นคันได้เลยแฮะ ไม่สิ! รับหนึ่งงานใช้ชีวิตสบาย ๆ ได้ทั้งชาติ” ทันทีที่เธอกดเข้าไปข้อความอัตโนมัติก็เด้งกลับขึ้นมาไวทันตาเห็น ซึ่งแน่นอนว่าซินอวี้เองก็ไม่รอช้าที่จะพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งไป
[สวัสดีค่ะ ซินอวี้นะคะ รบกวนคุณผู้จัดการแจ้งให้ฉงไป๋เฮ่อติดต่อกลับหาฉันด่วนได้ไหมคะ พอดีมีธุระสำคัญจะคุยกับเขา]
[เบอร์ XXXXX]
[ขอโทษที่รบกวน]
เธอพิมพ์ส่งไปอย่างคนมีมารยาทพอควร ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้าที่ คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วขับรถออกจากลานจอดของคลินิก
อีกด้าน…
ขณะที่ไป๋เฮ่อกำลังงีบพักสายตาอยู่บนโซฟา รอเวลาแต่งตัวไปงานอีเวนต์ อี้เฉินก็นั่งเช็กข้อความอยู่ในร้านกาแฟไม่ไกลจากห้องรับรองพอดี
ร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาสัดส่วนพอ ๆ กับไป๋เฮ่อขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย เมื่อเห็นข้อความที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาใหม่
“ติดต่อกลับเหรอ?” ริมฝีปากหนาพึมพำคนเดียวพลางกดเข้าดูโปรไฟล์ปลายทางที่ส่งข้อความมา รูปร่างดูสวยสะดุดตาแทบจะเรียกว่าดารา แต่ก็ไม่คุ้นตาในวงการ
“ใคร แฟนคลับเหรอ” เขาพูดก่อนจะกดส่งข้อความกลับไปอย่างมีมารยาทเช่นกัน ไม่นานหลังจากนั้น ซินอวี้ก็ตอบกลับมาราวกับว่าเธอรอเขาตอบข้อความนี้อยู่ตลอดเวลา
อีกทั้งเธอยังไม่พูดอะไรกับอี้เฉินมากนัก เพราะเธอมีจุดประสงค์หลักของเธอข้อเดียวชัดเจน ‘เธอต้องการคุยกับฉงไป๋เฮ่อคนเดียวเท่านั้น’
หลังจากจบบทสนทนาผ่านแชตของอี้เฉินและซินอวี้ ร่างสูงจึงมองเวลาก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากร้านกาแฟแล้วกลับเข้าไปยังห้องรับรองที่ไป๋เฮ่อพักอยู่
“เฮ่อ ตื่นยังวะ” อี้เฉินเอ่ยขึ้นหลังจากก้าวเข้ามาในห้องยังไม่ทันจะถึงโซฟาด้วยซ้ำ
“ช่างแต่งหน้าจะมาแล้วนะเว้ย”
“อือ รู้แล้วน่า” ไป๋เฮ่อพึมพำเสียงผะแผ่วโดยไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามอง ร่างสูงยังคงนอนพาดอยู่บนโซฟาเช่นเคยพลางเอ่ยต่อ
“กาแฟที่สั่ง ได้รึเปล่า ช่างมาถึงค่อยปลุกได้ไหมวะ วันนี้กูง่วงชิบหาย”
“เวลางานนี่ง่วงจริง ทีแอบไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ไม่เห็นจะบ่นง่วง กูละอยากให้พี่หนานกลับมาจัดการมึงได้ไว ๆ ซะจริง”
“จะบ่นไรวะ หยุดเอาชื่อพี่หนานมาขู่กูได้แล้ว” ไป๋เฮ่อจิ๊ปากพลางพูด ไม่เพียงแค่นั้น ร่างสูงยังยันตัวลุกขึ้นนั่งอีกด้วย แล้วพี่หนานที่พูดถึงไม่ใช่ใครเลย คือผู้จัดการส่วนตัวไป๋เฮ่อตัวจริงนั่นเอง อย่างที่บอกอี้เฉินเป็นแค่ผู้จัดการจำเป็นชั่วคราวรอพี่หนานเท่านั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพี่หนานจะกลับมาตอนไหน
“ลุกไวเลยนะมึง”
“ไม่ต้องพูดมาก โทรตามช่างแต่งหน้าเลย รำคาญมึงสัส ๆ” พูดจบ ร่างสูงก็ลุกขึ้นเดินถือผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าให้สดชื่น จากนั้นก็เดินออกมากินกาแฟแก้ง่วงนั่งรอช่างแต่งหน้า
“เออเฮ่อ มีคนติดต่อกูมา ให้กูบอกมึงติดต่อกลับ” อี้เฉินพูดในระหว่างที่รอช่าง ซึ่งคำพูดนั้นทำให้คนที่นั่งอยู่หน้ากระจกใสยกคิ้วดกดำขึ้นเล็กน้อย
“ใครวะ”
“นั่นแหละ คือคำถามที่กูจะถามมึงครับ”
“คงจะพวกแฟนคลับที่ชอบป่วนเหมือนเดิมรึเปล่า หรือไม่ก็… พวกนักข่าวเรียกเงิน มีเรื่องอะไรให้คิดมากเหรอ?” ไป๋เฮ่อพูดหน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ จนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
“ดูก่อนครับ คนนี้สวยนะ แน่ใจว่ามึงไม่ได้ไปทิ้งอะไรไว้ที่ไหน” ริมฝีปากหนาขยับพร้อมกับยื่นไอแพดให้เพื่อนดูเต็ม ๆ ตา ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่ไป๋เฮ่อได้อ่านข้อความนั้น ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปของเขาก็หยุดดูดหลอดกาแฟ
“เดี๋ยวกูลืมไปเลย” ไป๋เฮ่อพูดเหมือนนึกอะไรได้ ก่อนจะยันแผ่นหลังหนาที่พิงเก้าอี้ขึ้นแล้ววางแก้วกาแฟลง แต่แทนที่เขาจะพูดอะไรต่อเขากลับดันไอแพดกลับไปให้อี้เฉิน
“วันนี้วันเกิดหนิงเหนียงหนิ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนไว้ทักมาอีกรอบค่อยมาบอกกูก็แล้วกัน เหมือนว่าวันนี้กูจะไม่ว่างรับข่าวสารไร้สาระจากใคร”
“จะทำอะไร”
“กูจะสั่งดอกไม้ไปขอโทษหนิงเหนียง งานเยอะวันนี้คงไม่ได้ไปฉลองวันพิเศษของเธอ” ไป๋เฮ่อพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะกดสั่งดอกไม้ส่งไปให้ ‘หนิงเหนียง’ ดาราสาวคู่จิ้นแห่งปีของเขา อีกทั้งอีกทั้งยังเป็นสาวที่ต้นสังกัดอยากให้ไป๋เฮ่อพัฒนาความสัมพันธ์อีกด้วย
“ช่อนี้เป็นไง” เขาพูดพร้อมกับยื่นให้คนที่ยืนอยู่ไม่ไกลช่วยเลือก ก่อนอีกฝ่ายจะพยักหน้าเห็นด้วย และไม่นานนักช่างแต่งหน้าก็เดินทางมาถึง ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง ไป๋เฮ่อก็แต่งตัวเสร็จพร้อมออกงานอีเวนต์
อีกด้าน…
ซินอวี้ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอฉงไป๋เฮ่อติดต่อกลับมาตามที่เธอบอกกับอี้เฉินไว้ จนกระทั่งเวลาเกือบสี่ทุ่ม ก็ยังไร้วี่แวว ซินอวี้จึงตัดสินใจดีเอ็มไปหาฉงไป๋เฮ่อเอง
แต่แล้วฉงไป๋เฮ่อก็ไม่ตอบกลับเธอเช่นเคย ไม่เพียงแค่นั้น เขายังอ่านแล้วไม่ตอบกลับอีกด้วย ทำอย่างกับข้อความของเธอนั้นเป็นอากาศที่ผ่านสายตาไป
“นายจะหยิ่งไปถึงไหนกัน! ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย” ซินอวี้ย่นคิ้วเข้าหากันอย่างหัวเสีย จนคนที่ฉีดฟิลเลอร์มาแพง ๆ อย่างเธอแทบอยากจะกรี๊ด
“ฉันไม่น่าพลาดท่าให้กับนายเลย ไอ้ดาราขี้เก๊ก! เจอหน้าเมื่อไหร่ฉันจะวีนนายให้หน้าเสียแน่!” ร่างบางนั่งลงกับพื้นที่นอนด้วยความโกรธในตัวใช่น้อย นั่งแรงจนลืมไปเลยว่าตัวเธอเองมีแก้วตาดวงใจที่ไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ในท้อง
แต่เมื่อเธอสงบสติอารมณ์ได้เธอจึงคิดหาวิธีติดต่อไปหาฉงไป๋เฮ่อใหม่
“งานอีเวนต์เหรอ พรุ่งนี้ จะโอเคเหรอ นี่ฉันต้องแบกสังขารสวย ๆ ของฉันไปรอเพื่อเจอนายจริง ๆ เนี่ยนะ” จมูกเล็กถอนหายใจยาว แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว นี่ยังต้องแบกสังขารแข่งกับแฟนคลับอีกฝ่ายเพื่อไปเจออีก แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น สุดท้ายแล้วซินอวี้ก็ต้องเลือกทำอยู่ดี
ไม่ใช่ว่าเธอยอมแพ้ แต่เพราะเธอจนมุมและต้องทำแล้วต่างหาก หากวู่วามโพสต์ลงโซเซียลมีหวังครอบครัวเธอรู้แน่ เผลอ ๆ โดนทัวร์ลงอีก
ดวงตาคู่สวยก้มลงมือโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะกดเข้ากลุ่ม ‘ฉงไป๋เฮ่อแฟนคลับ’ เพื่อติดตามอัปเดทงานอีเวนต์ เมื่อได้ข้อมูลอะไรเสร็จเรียบร้อยเธอจึงลงขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพื่อเก็บแรงไปสู้กับพลังแฟนคลับในวันพรุ่งนี้
…
เช้าวันต่อมา…
ซินอวี้ตื่นไวกว่าปกติ จะเรียกว่าเช้ามาก ๆ เลยก็ว่าได้สำหรับตัวเธอ
ร่างบางในชุดนอนแขนยาวยืนอยู่หน้ากระจกใสภายในห้องน้ำ ซินอวี้ยืนอยู่นิ่ง ๆ ขณะความคิดในหัวของเธอเรื่องการทำลายเด็กในท้องก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“หรือสุดท้ายแล้ว ถ้าแกเข้าถึงไอ้ขี้เก๊กนั่นไม่ได้ แกต้องยอมเป็นคนใจร้ายแล้วจริง ๆ ซินอวี้” เธอพึมพำคนเดียว ริมฝีปากยู่เล็กน้อยพร้อมจะใช้มือเรียวลูบหน้าท้อง
“แต่ถ้าแกไม่อยากเป็นปุ๋ย แกก็ช่วยให้พ่อแกติดต่อฉันกลับมาบ้างสิ ได้ไหมเจ้าเด็กน้อย” เธอพูดเหมือนจะดุแต่ยังแฝงความน่ารักอยู่ในตัวก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลงแล้วหยิบแปรงสีฟันขึ้นมาแล้วพูดต่อ
“เฮ่อ! พูดไปแกเข้าใจไหมนะ แกยังเป็นก้อนเลือดอยู่หนิ”
