บทที่ 6 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 5
“ไซด์ไลน์เหรอ!”
หมับ!
“โอ๊ย!” ไป๋เฮ่อสะดุ้ง เมื่อมือเรียวของซินอวี้กระชากผมที่เซ็ตมาอย่างดีเต็มแรง จนศีรษะเขาแทบหงาย อี้เฉินถึงกับผวาหันกลับมาอย่างตกใจ
“เฮ้ย ๆ ๆ! ใจเย็นคนสวย!”
“ใจเย็นบ้านนายสิ!” ซินอวี้สวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์
“ฉันอุตส่าห์มาบอกดี ๆ แต่นายดันมองฉันเป็นผู้หญิงแบบนั้น?”
“ปล่อยก่อน เจ็บ!” ไป๋เฮ่อพยายามดึงมือซินอวี้ออก แต่ยิ่งดึงซินอวี้ยิ่งกระชากแรงกว่าเดิม
“ก็สมควร!”
“ใครใช้ให้นายพูดหมา ๆ ใส่ผู้หญิงก่อน!”
“โอ๊ย เจ็บนะเว้ย”
อี้เฉินแทบอยากเปิดประตูรถหนี ถ้าไม่ติดว่ากำลังขับรถ นี่มันไม่ใช่การคุยเรื่องท้องแล้ว แต่มันเหมือนคู่ผัวเมียทะเลาะกันมากกว่า
สุดท้ายไป๋เฮ่อจึงคว้าข้อมือซินอวี้ไว้แน่นแล้วดึงออกจากผมตัวเองสำเร็จ เส้นผมสีเข้มยุ่งไปหมดจนแทบหมดสภาพซุปตาร์
“นายคิดว่าฉันต้องลดตัวมาหลอกจับผู้ชายด้วยวิธีนี้?”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”
“แล้วนายหมายความว่าอะไร ผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่ ดื่มเหล้า เที่ยวบาร์ แล้วนอนกับผู้ชายคืนเดียว ต้องเป็นผู้หญิงขายตัวงั้นเหรอ?”
“…”
ไป๋เฮ่อเงียบไปทันที เพราะคำถามของซินอวี้แทงเข้ากลางหน้าแบบตรง ๆ จนเขาเถียงไม่ออก ภายในรถเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ กับเสียงลมหายใจของคนสามคน
ซินอวี้จ้องเขานิ่ง ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความโมโห ตอนนี้กลับมีบางอย่างที่คล้ายความน้อยใจปนอยู่ด้วย
“ตอบสิ”
“…”
“ผู้หญิงแบบฉัน ในสายตานายมันก็ดูง่ายขนาดนั้นเลย?”
ไป๋เฮ่อเม้มปากแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาอยากเถียง แต่พอลองคิดดูจริง ๆ เขาก็ดันตัดสินเธอจากภาพลักษณ์ภายนอกไปแล้วเรียบร้อย ชุดเดรสเซ็กซี่ บาร์ เหล้า คืนเดียวจบ เขาเอาทุกอย่างมารวมกัน แล้วสรุปเธอทันที
“ฉัน” ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นาน ไป๋เฮ่อก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ
“ฉันแค่ระวังตัว”
“ระวังตัว? คำพูดสวยดีนะ แต่ความหมายจริง ๆ ก็คือนายดูถูกฉัน”
“ฉันไม่ได้”
“นายคิดว่าถ้าผู้หญิงคนหนึ่งท้อง แล้วเดินมาหาผู้ชาย เธอต้องหวังเงินก่อนเป็นอย่างแรก เคยตัวไปหน่อยไหม” ประโยคนั้นทำให้ไป๋เฮ่อเงียบลงอีกครั้ง อี้เฉินที่นั่งขับรถอยู่ด้านหน้าถึงกับไม่กล้าพูดแทรกเลยสักคำ
เพราะต่อให้เขาเข้าข้างเพื่อนแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าครั้งนี้ไป๋เฮ่อพูดแรงเกินจริง ๆ
“ฟังนะฉงไป๋เฮ่อ ถ้าฉันอยากจับผู้ชายรวย ฉันคงไม่เลือกคนที่แทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบนายหรอก”
“…”
“แล้วถ้าฉันอยากขายตัวจริง ฉันคงไม่มานั่งเครียดเรื่องเด็กในท้องอยู่แบบนี้ด้วย” คำพูดนั้นทำให้สายตาของไป๋เฮ่อไหววูบ เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มรู้ตัวว่า ตั้งแต่ซินอวี้ขึ้นรถมา เธอไม่เคยพูดเรื่องเงินเลยสักครั้ง ไม่เคยเรียกร้องอะไรเกินเลย ไม่เคยขอแม้แต่คำสัญญา เธอแค่มาบอกเขาว่าเด็กคนนี้ต้องมีพ่อก็แค่นั้น
ฉงไป๋เฮ่อเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าแรง ๆ เหมือนเริ่มหงุดหงิดตัวเอง
“โอเค”
“โอเคอะไร”
“ฉันพูดเหี้ยเอง” คำพูดนั้น ทำให้อี้เฉินแทบหันมองเพื่อนด้วยสีหน้าเหมือนเห็นหิมะตกกลางทะเลทราย และในวินาทีต่อมาฉงไป๋เฮ่อก็ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนพูดต่อ
“ขอโทษ”
ดวงตาคู่สวยมองเขา ก่อนจะเบือนหน้าหนีช้า ๆ แล้วพึมพำเบา ๆ
“ขอโทษแล้วผมที่ฉันดึงจะกลับมาเหมือนเดิมไหมล่ะ”
“ไม่กลับหรอก”
“สมควร”
“แต่เธอก็ทำแรงเกินไปปะวะ”
“ก็นายปากหมาก่อน”
“เหอะ!”
อี้เฉินที่ฟังอยู่ด้านหน้าถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขาเห็นฉงไป๋เฮ่อโดนผู้หญิงข่มจนเถียงแทบไม่ออกแบบนี้แถมยังกล้าลดอีโก้ขอโทษอีกซะด้วย
“มึงขำอะไร” ไป๋เฮ่อหันไปมองเพื่อนทันที สีหน้าหงุดหงิดนิด ๆ เพราะผมด้านหน้าที่ยุ่งอยู่ยังไม่เข้าที่
“กูแค่ตื่นเต้น” อี้เฉินตอบพลางไหล่สั่น
“ปกติมึงปากดีใส่คนอื่นไปทั่ว ไม่คิดว่าจะมีคนถอนขนเสือได้จริง ๆ”
“เดี๋ยวกูถอนมึงอีกคนไหม”
“โอเค กูเงียบ”
ซินอวี้แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ เหมือนอารมณ์เริ่มเย็นลงนิดหน่อย
อย่างน้อย… มันก็เริ่มเหมือนคนที่กำลังพยายามคุยกันจริง ๆ มากกว่าเดิม
ไป๋เฮ่อมองเธออยู่เงียบ ๆ สายตาไล่ผ่านใบหน้าสวยคมสวย ผมสีแดงไวน์ แล้วก็หยุดลงตรงมือที่กำลังลูบท้องตัวเองเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว จังหวะนั้นเองที่บางอย่างในอกเขากระตุกแปลก ๆ
“แล้วเธอท้องกี่สัปดาห์แล้ว” คำถามนั้นทำให้ซินอวี้ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบากว่าเดิม
“เกือบสองเดือนมั้ง”
“เกือบสองเดือน ? แล้วแพ้ท้องไหม” คราวนี้แม้แต่อี้เฉินยังหันกลับมามองเพื่อนตัวเองทันที เพราะน้ำเสียงของไป๋เฮ่อเปลี่ยนไป แล้วซินอวี้เองก็ดูเหมือนจะรู้ตัว เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“นิดหน่อย”
“นิดหน่อยของเธอคือ?”
“ก็เวียนหัว เหม็นกลิ่นน้ำหอมบางที แล้วก็…”
“แล้วก็?”
“เหม็นขี้หน้านายไง!” ซินอวี้หันขวับกลับมาแล้วตอบเสียงแข็ง ซึ่งแน่นอนว่าเสียงนั้นทำให้อี้เฉินหลุดหัวเราะดังพรืดจนแทบต้องยกมือปิดปากตัวเอง ส่วนไป๋เฮ่อถึงกับนิ่งไปชั่ววินาทีเหมือนไม่คิดว่าจะโดนสวนแบบนี้
“เธอนี่ด่าฉันตลอดเลยนะ”
“ก็สมควรโดนไหมล่ะ”
“ฉันเพิ่งขอโทษเธอไปเมื่อกี้ไหม”
“แล้วไง ฉันยังหมั่นไส้อยู่” ไป๋เฮ่อมองเธอค้างไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แบบห้ามไม่อยู่
“หัวเราะอะไร”
“เปล่า”
“นายกำลังขำฉันเหรอ?”
“เปล่า ฉันแค่…” เขาหยุดไปนิดหนึ่งก่อนยกมือขึ้นลูบคิ้วตัวเอง
“ไม่คิดว่าคนท้องจะปากจัดได้ขนาดนี้”
“อ้อ งั้นครั้งหน้าฉันจะเอาส้นสูงฟาดแทนคำพูดดีไหม” คิ้วเรียงสวยยังคงย่นเข้าหากันราวกับคนหัวเสียไม่เลิก แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้ตกลงกันเรื่องเด็กในท้อง
“ฉันยังไม่รับปากว่าฉันจะยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง ต่อให้เธอจะบอกว่าเอากับฉันแค่คนเดียว” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี ซินอวี้ก็เตรียมตัวจะยกมือจิกหัว ซึ่งแน่นอนว่ารอบนี้ ไป๋เฮ่อรู้ทัน
“เดี๋ยวสิ เธอฟังฉันพูดให้จบก่อน”
“ฉันจะรับผิดชอบทั้งหมด ต่อเมื่อสามารถตรวจได้ว่าเด็กในท้องคือลูกฉันจริง ๆ แล้วเธอไปฝากท้องรึยัง”
“ยัง”
“แล้วเธอเป็นแม่คนประสาอะไร?”
“เดี๋ยว แล้วนายเป็นพ่อคนประสาอะไร!?” ซินอวี้สวนกลับทันทีจนไป๋เฮ่อชะงัก ส่วนอี้เฉินด้านหน้าถึงกับหลุดหัวเราะอีกครั้ง
“รอบนี้กูเข้าข้างคนสวย”
“มึงเงียบไปเลย” ไป๋เฮ่อหันไปถลึงตาใส่เพื่อน ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ แล้วหันกลับมามองซินอวี้
“ฉันไม่ได้ด่านะ”
“แต่น้ำเสียงนายมันด่า”
ไป๋เฮ่อถึงกับยกมือขึ้นกดขมับตัวเองเหมือนเริ่มปวดหัวจริง ๆ เพราะตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ขึ้นรถมา เขาพูดอะไรผิดหมดทุกอย่าง
แต่พอมองเธอดี ๆ เขาก็เริ่มสังเกตเห็นความเหนื่อยบนใบหน้าสวยนั้นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะยังปากเก่ง ยังด่าเขาฉอด ๆ ได้ทุกสามนาที แต่ใต้ตาเธอมีรอยล้าจาง ๆ
“แล้วทำไมถึงยังไม่ไปฝากท้อง” คราวนี้น้ำเสียงของฉงไป๋เฮ่อเบาลง จนซินอวี้เงียบไปนิดหนึ่งก่อนตอบ
“ก็พึ่งตรวจเจอไม่นาน”
“แล้ว?”
“แล้วฉันก็ต้องจัดการชีวิตตัวเองก่อนรึเปล่า”
“…”
“อยู่ ๆ ก็มีเด็กขึ้นมาในท้องนะ ไม่ใช่ปลูกต้นไม้แล้วพรุ่งนี้จะโตเลยสักหน่อย ฉันก็ต้องคิดเหมือนกันไหมว่าจะเอายังไงต่อ” ซินอวี้พูดพลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ประโยคนั้นทำให้ไป๋เฮ่อเงียบลง
อี้เฉินที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็เริ่มเงียบลงเหมือนกัน ปล่อยให้บรรยากาศในรถสงบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายไป๋เฮ่อจะพูดขึ้นช้า ๆ
“งั้นพรุ่งนี้ไปโรงพยาบาล”
“อะไรนะ”
“ไปตรวจใหม่ ฝากท้อง แล้วก็ตรวจทุกอย่างที่ต้องตรวจ”
“นายสั่งฉัน?”
“ฉันไม่ได้สั่ง” เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“แต่ถ้าเด็กคือลูกฉันจริง อย่างน้อยฉันก็ต้องดูแล” คำพูดนั้นทำให้ซินอวี้นึกคิด ดวงตาคู่สวยมองเขาค้างอยู่หลายวินาที เหมือนกำลังพยายามแยกว่าเขาพูดจริง หรือแค่พูดเพราะรู้สึกผิด
“แล้วงานนายล่ะ”
“งานก็เรื่องงาน”
“แต่นายเป็นดารา”
“แล้วไง”
“ถ้าหลุดขึ้นมา นายพังแน่” สิ้นเสียงนั้น ไป๋เฮ่อก็เอนตัวพิงเบาะแล้วหัวเราะออกมา
“เธอนี่แปลกดีนะ”
“อะไรอีก”
“ก่อนหน้านี้ยังด่าฉันเหมือนจะเอาให้ตาย ตอนนี้กลับห่วงฉัน”
“ใครห่วง!”
“งั้นเมื่อกี้คืออะไร”
“ฉันแค่ไม่อยากให้ฉันกับลูกโดนด่าไปด้วยต่างหาก แฟนคลับนายใช่ย่อยที่ไหน” สิ้นประโยคนั้น ทั้งรถก็เงียบลงทันที แม้แต่ซินอวี้เองก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป
ส่วนไป๋เฮ่อ…
ดวงตาคมของเขาค่อย ๆ มองลงไปที่ท้องของซินอวี้อีกครั้งช้า ๆ ‘ลูกงั้นเหรอ’ คำคำนี้… เริ่มฟังดูจริงขึ้นมาทีละนิดแล้วจริง ๆ แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็คงทำอะไรได้ไม่เยอะนอกเสียจากยอมรับไปก่อน ผลตรวจออกมาค่อยหาทางว่ากันอีกที
