บทที่ 8 ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป ตอนที่ 7
ด้านไป๋เฮ่อ…
ภายในกองถ่ายละครที่วุ่นวายตั้งแต่เช้ามืด เสียงทีมงานเดินสวนกันไปมาไม่เคยหยุด ไฟสปอร์ตไลต์ดวงใหญ่ส่องสว่างทั่วเซ็ตจนแทบแสบตา
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ฉงไป๋เฮ่อกลับนั่งเงียบอยู่คนเดียวตรงมุมพักนักแสดง มือข้างหนึ่งยังถือโทรศัพท์ค้างไว้หลังวางสายจากอี้เฉินไปแล้วพักใหญ่
“ไป๋เฮ่อ! เตรียมเข้าซีนครับ!” เสียงผู้กำกับตะโกนเรียกดังมาจากอีกฝั่ง แต่เจ้าตัวกลับยังนั่งนิ่งเหมือนสมองลอยไปไกลแล้ว
“พี่ไป๋เฮ่อ เข้าซีนได้แล้ว” หญิงสาวร่างอวบในชุดทีมงานเดินเข้ามาเตือนอีกครั้ง พร้อมยื่นบทในมือมาให้เบา ๆ ไป๋เฮ่อจึงพยักหน้ารับ ก่อนลุกขึ้นเดินตามอีกฝ่ายไปยังเซ็ตถ่ายทำ
ซึ่งซีนนี้ก็เป็นซีนสารภาพรัก โดยปกติซีนแบบนี้เขาเล่นได้ง่ายมาก แค่ยิ้ม พูดตามบท มองตาอีกฝ่าย ทุกอย่างก็จบ แต่วันนี้กลับแปลกออกไป เพราะจู่ ๆ สมองเขาก็ดันนึกถึงผู้หญิงปากจัดคนหนึ่งคู่กับหนิงเหนียงนางเอกคู่จิ้นตรงหน้าแทน
“พร้อมนะครับ!” เสียงผู้กำกับดังขึ้น ก่อนกล้องเริ่มเดิน
“Action!”
ไป๋เฮ่อเงยหน้าขึ้นตามคิว สายตาสบเข้ากับนางเอกของเรื่องตรงหน้า ก่อนจะพูดบทออกไป
“ไม่จริง!” ทันทีที่พูดจบ ทั้งกองกลับเงียบไปชั่ววินาที เพราะน้ำเสียงนั้นมันดูจริงเกินไป แถมที่สำคัญมันไม่ใช่บท
“?” หนิงเหนียงกระพริบตาปริบ ๆ มองคนตรงหน้างง ๆ ขณะที่ผู้กำกับก็ค่อย ๆ ลดบทลงช้า
“เดี๋ยวนะ ไป๋เฮ่อ”
ทีมงานเริ่มหันมองหน้ากัน ส่วนไป๋เฮ่อเองก็พึ่งรู้ตัว ว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดความคิดในหัวออกมา
“Cut!!” เสียงผู้กำกับดังลั่นกอง ก่อนเจ้าตัวจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างงุนงง
“เฮ่อ! เล่นนอกบทอะไรเนี่ย!”
ไป๋เฮ่อยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นลูบหน้าแรง ๆ เหมือนอยากดึงสติกลับมา แล้วพูดขึ้นเบา ๆ
“โทษที สงสัยผิดคิว”
“เมื่อกี้ยังไม่ทันเข้าบทสารภาพเลยนะ อยู่ ๆ นาย ‘ไม่จริง!’ ใส่นางเอกเฉย!” ทีมงานบางคนเริ่มหลุดขำออกมาเบา ๆ แล้ว ส่วนหนิงเหนียงเองก็มองเขาอย่างสงสัย แต่ก่อนจะถ่ายทำต่อช่างแต่งหน้าก็รีบวิ่งเข้ามาเติมหน้าให้อย่างชำนาญ
“เป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูเหม่อ ๆ นะ”
“เปล่า” คนตัวสูงตอบเสียงแผ่ว ก่อนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ปกติไป๋เฮ่อไม่เคยเลยที่จะพลาดเรื่องแบบนี้ และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาพูดบทผิดคิว
“พักก่อนไหม ไม่สบายรึเปล่า” ไม่เพียงแค่พูด หนิงเหนียงยังใช้หลังมือแตะลงบนหน้าผากเพื่อเช็คดูอุณหภูมิ แน่นอนว่าพฤติกรรมนั้นทำให้คนทั้งกองฟินไปตาม ๆ กัน จนลืมไปเลยว่าไป๋เฮ่อพูดผิดคิว
ไม่ใช่ว่าเขาคิดมากเพราะเป็นห่วงซินอวี้ แต่หากคิดมากว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกเขาจริง ๆ แล้วแบบนี้ จะทำยังไงต่อ
“โอ๊ยยย คู่จิ้นฉันนน”
“เมื่อกี้หวานมาก!”
“หนิงเหนียงดูเป็นห่วงจริงอะ” เสียงทีมงานดังแซวกันไปทั่วเซ็ต ขณะที่กล้องเบื้องหลังยังคงถ่ายอยู่ไม่หยุด
ส่วนไป๋เฮ่อ…
เขากลับยืนนิ่งไปชั่วครู่เมื่อหลังมือเย็น ๆ ของหนิงเหนียงแตะลงบนหน้าผาก ก่อนจะค่อย ๆ ถอยออกมาแบบสุภาพ
“ไม่เป็นไร” หนิงเหนียงชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังยิ้มเหมือนเดิม จากนั้นเธอจึงพูดต่อ
“แน่ใจ”
“อืม ช่วงนี้คงพักผ่อนน้อย”
“งั้นพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยถ่ายต่อ”
“ไม่ต้องหรอก” ฉงไป๋เฮ่อรีบตอบทันทีเร็วกว่าปกติ จนผู้กำกับหันมอง ก่อนสูดหายใจเข้าปอดหนัก ๆ แล้วพูดต่อ
“ถ่ายต่อเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาคนในกอง” สิ้นเสียง ผู้กำกับมองหน้าเขาอยู่แป๊บหนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจ สุดท้ายจึงพยักหน้า
“โอเค งั้นเอาใหม่ รอบนี้ตั้งสติดี ๆ ล่ะ”
“อื้ม”
ทีมงานเริ่มกลับเข้าตำแหน่งอีกครั้ง เสียงจัดไฟ ขยับกล้องดังขึ้นรอบเซ็ตเหมือนทุกอย่างกลับเข้าสู่ปกติ แต่ความจริงแล้ว มีแค่ไป๋เฮ่อคนเดียวที่ไม่ปกติ…
ไป๋เฮ่อกลับมายืนอยู่กลางเซ็ตถ่ายทำอีกครั้ง ร่างสูงยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าและเสียงทีมงานที่ยังเดินกันวุ่นวาย แต่ในหัวกลับอื้อไปหมด
เขาพยายามบอกตัวเองว่าต้องตั้งสติ ต้องเล่นละครให้จบ ต้องกลับไปเป็น ‘ฉงไป๋เฮ่อ’ ซุปตาร์ที่ทุกคนรู้จักให้ได้เหมือนเดิม
“เริ่มเลยนะคะ” หนิงเหนียงพูดเบา ๆ ตรงหน้าก่อนคำสั่งจากผู้กำกับจะดังขึ้น แล้วทั้งคู่ก็เล่นตามบทที่ควรจะเป็นอย่างง่ายดาย
จนกระทั่งเวลาผ่านไป บทสุดท้ายพูดจบลง ผู้กำลังสั่งพักอีกครั้ง!
“สุดยอด สมแล้วกับเป็นคู่จิ้นแห่งปี อย่างกับแฟนกันจริง ๆ เล่นบทได้แตกมาก”
คำชมของผู้กำกับทำให้ทีมงานรอบเซ็ตพากันพยักหน้าเห็นด้วย บางคนถึงขั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายเบื้องหลังเก็บไว้ เพราะเคมีของไป๋เฮ่อกับหนิงเหนียงวันนี้มันดีเกินปกติ
“สายตาแม่งโคตรใช่”
“เมื่อกี้ตอนมองกัน ฉันขนลุกเลย”
“ถ้าไม่ได้คบกันจริงก็คือเล่นเก่งเกินอะ”
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน หนิงเหนียงเองก็หัวเราะออกมานิด ๆ อย่างเขิน ๆ ก่อนหันไปมองไป๋เฮ่อที่ยืนอยู่ข้างกัน
“เห็นไหมคะ ทุกคนชมใหญ่เลย” แต่คนถูกชมวันนี้ กลับไม่ได้ดูดีใจเท่าไรนัก และไป๋เฮ่อก็ยิ้มออกมาบาง ๆ พร้อมยกขวดน้ำขึ้นดื่มเงียบ ๆ สายตาคมหลุบต่ำเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา
“ไป๋เฮ่อ”
“หืม?”
“ขอบคุณสำหรับดอกไม้ช่อใหญ่ในวันเกิดที่ผ่านมาอีกครั้งนะ ฉันชอบมากค่ะ”
“อืม ไม่เป็นไร” เขาตอบกลับ พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง เหมือนพยายามเลี่ยงสายตาอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ด้านหนิงเหนียงเธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มบาง ๆ
“ตอนนั้นฉันตกใจมากเลยนะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็นายไม่เคยให้ดอกไม้ผู้หญิงคนไหนในกองนี่คะ” คำพูดนั้นทำให้ทีมงานแถวนั้นเริ่มหันมองกันอีกครั้งแบบมีพิรุธทันที
“จริงดิ?”
“เฮ่อไม่เคยให้ใครจริงนะ”
“โอ๊ยยย ฟีลแฟนชัดมาก!” เสียงแซวดังขึ้นรอบด้านอีกครั้ง ส่วนไป๋เฮ่อได้แต่หลับตาลงแวบหนึ่งเหมือนเริ่มปวดหัวอีกรอบ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงแซวกลับ ขำกลับ หรือไม่ก็ปล่อยให้ทุกคนจิ้นกันต่อแบบสบาย ๆ
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกลับอึดอัดไปหมด หรืออาจจะเพราะเขาคงมีเรื่องเครียดภายในใจ
“พวกพี่ก็แซวเกินไป” หนิงเหนียงหัวเราะเขิน ๆ พลางหันไปห้ามทีมงาน หากแต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับดูมีความสุขจริง ๆ และนั่นยิ่งทำให้ไป๋เฮ่อรู้สึกหนักในอกแปลก ๆ
“ไป๋เฮ่อ” เสียง ๆ หนึ่งดังขึ้น ทำให้ไป๋เฮ่อหันใบหน้าหล่อไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงใครเลยนอกจากไอ้เพื่อนตัวดีอย่างอี้เฉิน
“เออ” ไป๋เฮ่อขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะมองโทรศัพท์มือถือที่อี้เฉินยื่นมาให้แบบงง ๆ
“อะไรของมึง”
“ดูก่อน” อี้เฉินพูดสั้น ๆ แต่สีหน้ากลับดูจริงจังกว่าปกติ จนไป๋เฮ่อเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา ดวงตาคมเลื่อนลงมองหน้าจอช้า ๆ และทันทีที่เห็นภาพอัลตราซาวด์…
ร่างสูงก็เงียบไปทันที ภาพสีขาวดำเบลอ ๆ ในจอไม่ได้ชัดมากนัก แต่ตรงกลางมีจุดเล็ก ๆ อยู่จุดหนึ่ง พร้อมเส้นตัวหนังสือทางการแพทย์เต็มไปหมด
“…” ไป๋เฮ่อจ้องภาพนั้นนิ่ง จนอี้เฉินเริ่มมองหน้าเพื่อนตัวเองเงียบ ๆ
“หมอบอกว่าหัวใจเริ่มเต้นแล้ว” เสียงของอี้เฉินเบาลงนิดหนึ่งแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
“ซินอวี้นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เลย” คำพูดนั้นทำให้ปลายนิ้วของไป๋เฮ่อที่จับโทรศัพท์อยู่ค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หัวใจเต้นแล้วงั้นเหรอ เด็กตัวเล็ก ๆ นั่น อาจเป็นลูกเขาจริง ๆ ทั้งที่เมื่อเดือนก่อน ทุกอย่างยังเป็นแค่คืนเมา ๆ คืนหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับมีชีวิตเล็ก ๆ เกิดขึ้นมา
“ไอ้เฮ่อ!”
อี้เฉินเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบเกินไป ส่วนไป๋เฮ่อ ไป๋เฮ่อไม่ตอบทันที ดวงตาคมยังคงจ้องภาพอัลตราซาวด์นั้นนิ่ง ๆ ราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่สุดท้ายเขาจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“เล็กชิบหาย”
“เอ้า”
“นี่คนจริงดิวะ”
“มึงจะให้ลูกในท้องเดือนต้น ๆ ตัวเท่าควายรึไง” สิ้นเสียงอี้เฉิน ไป๋เฮ่อไม่ได้ตอบกลับ เขายังคงมองรูปในจออยู่แบบนั้น และไม่รู้ทำไม จู่ ๆ หน้าอกเขากลับแน่นขึ้นมาแปลก ๆ ความรู้สึกมันประหลาดมากทั้งกลัว ทั้งงง ทั้งหนักหัว
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางอย่างอ่อนยวบลงในใจแบบที่เขาอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ถึงจะรู้สึกอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยังคงพูดออกมาปฏิเสธหน้าตาย
“ลูกกูจริง ๆ รึเปล่าก็ไม่รู้”
“มึงนี่นะ ปากแข็งชิบหาย”
“ก็ยังไม่ได้ตรวจ DNA ปะวะ” ไป๋เฮ่อพึมพำเสียงต่ำ แม้สายตาจะยังไม่ยอมละจากภาพในหน้าจอเลยก็ตาม
“อืม แล้วมึงจะจ้องรูปจนทะลุจอทำไมก่อน”
“กูก็ดูเฉย ๆ”
“เฉย ๆ บ้านมึงดิ มือกำโทรศัพท์แน่นจะแตกละ” คำพูดนั้น ทำให้ไป๋เฮ่อชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้อี้เฉินเหมือนไม่อยากให้จับพิรุธได้
“เลิกพูดดีกว่า เดี๋ยวคนในกองได้ยิน”
“มึงเพิ่งนึกได้รึยังไง ปล่อยให้ไปด้วยกันครึ่งวัน มึงเข้าข้างยัยนั่นเหรอ?”
