บทที่ 1 ตอนที่ 1 ภรรยาที่ถูกซ่อน
ตอนที่ 1
ภรรยาที่ถูกซ่อน
แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ ละลายหายไปหลังแนวตึกสูงระฟ้า กระจกใสบานใหญ่ภายในคอนโดมิเนียมหรูสะท้อนภาพท้องฟ้าสีส้มอมม่วงราวกับภาพวาดที่ถูกแต้มด้วยความเหงา เมืองทั้งเมืองเบื้องล่างยังคึกคักด้วยเสียงรถรา แสงไฟจากถนนเริ่มสว่างเรียงรายเหมือนดวงดาวที่ตกลงมาอยู่บนพื้นดิน
แต่ภายในห้องชุดชั้นสูงสุดแห่งนี้ กลับเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเดินทีละจังหวะ
ม่านไหมยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารทรงยาวที่จัดไว้อย่างประณีต ผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดถูกรีดจนเรียบ
แจกันแก้วทรงสูงปักดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่เธอออกไปเลือกเองตั้งแต่เช้า จานกระเบื้องสีงาช้างวางคู่กันสองชุด แก้วไวน์ใสสะอาดสะท้อนแสงไฟอุ่นจากโคมระย้าเหนือศีรษะ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ
เสียจนความว่างเปล่าบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามยิ่งชัดเจนขึ้น
หญิงสาวก้มมองอาหารที่ตนเองตั้งใจทำด้วยมือทั้งวัน ซุปครีมเห็ดถ้วยเล็ก สเต็กเนื้อระดับสุกพอดีที่ภาคินเคยบอกว่ารับประทานได้ สลัดผักสดกับน้ำสลัดรสอ่อน และพาสต้าไวท์ซอสที่เธอฝึกทำอยู่หลายครั้งกว่าจะได้รสชาติใกล้เคียงร้านโปรดของเขา
ท้ายโต๊ะมีเค้กก้อนเล็กวางอยู่ในกล่องใส ด้านบนเขียนด้วยตัวอักษรสีขาวเรียบง่ายว่า
สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีแรก
ม่านไหมมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มบาง หนึ่งปีแล้ว ที่เธอได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของภาคิน อัครเดชาธรหนึ่งปีที่เธออยู่ในห้องนี้ ใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงของเขา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นอะไรกับเขา ไม่เคยมีงานแต่งงาน ภาพคู่ หรือแหวนที่เขาสวมให้ต่อหน้าผู้คน ไม่มีแม้แต่คำประกาศจากปากของเขาว่าเธอคือภรรยา มีเพียงทะเบียนสมรสหนึ่งใบที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลึกที่สุดของห้องทำงาน และคำสั่งเรียบเย็นจากเขาในวันที่จดทะเบียนกันว่า
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้”
วันนั้นม่านไหมไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร เธอเพียงพยักหน้าเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักของเขา
สำหรับภาคิน เธออาจเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งในพินัยกรรม เป็นภาระที่เขาจำเป็นต้องรับไว้ หรือเป็นผู้หญิงที่ครอบครัวของเขาต้องตอบแทนเพราะบุญคุณเก่าของบิดาเธอ แต่สำหรับเธอ เขาคือสามีและเป็นผู้ชายคนเดียวที่หัวใจของเธอรักอย่างเงียบงันมาตลอด
เสียงโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ดังขึ้น ม่านไหมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบเดินไปหยิบขึ้นมา หัวใจที่เงียบเหงามาทั้งวันเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
ภาคิน
เธอกดรับสายโดยไม่ปล่อยให้มันดังซ้ำเป็นครั้งที่สอง
“คุณคิน…” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ใกล้ถึงหรือยังคะ ไหมเตรียมอาหาร...เอ่อ”
“คืนนี้ฉันมีงานด่วน”คำพูดสั้น ๆ จากปลายสายตัดประโยคของเธอขาดลงอย่างง่ายดาย
ม่านไหมนิ่งไป ดวงตาที่เคยมีประกายค่อย ๆ หม่นลง แต่เธอยังฝืนยิ้มทั้งที่รู้ว่าเขามองไม่เห็น
“งานด่วนหรือคะ”
“อืม ไม่ต้องรอ”ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีแม้แต่คำถามว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
ม่านไหมกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย มองอาหารบนโต๊ะที่ยังร้อนอยู่ แล้วกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงคอ
“ค่ะ ไหมเข้าใจ คุณทำงานเถอะค่ะ”
ปลายสายเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที คล้ายภาคินกำลังจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอได้ยินกลับมีเพียงน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม
“พักผ่อนเถอะ”แล้วสายก็ตัดไป
หญิงสาวยังคงยืนอยู่ที่เดิม โทรศัพท์แนบอยู่ข้างหูอีกหลายวินาที ทั้งที่หน้าจอดับสนิทแล้ว เธอค่อย ๆ ลดมือลง ก่อนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ
ไม่เป็นไร...เธอบอกตัวเองเหมือนที่บอกมาตลอดหนึ่งปี
ภาคินเป็นคนงานยุ่ง เขาเป็นประธานบริษัทใหญ่ มีเรื่องให้รับผิดชอบมากมาย งานของเขาสำคัญกว่าวันครบรอบเล็ก ๆ ที่อาจมีความหมายกับเธอเพียงคนเดียว
