บทที่ 2 ตอนที่2 ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท

ตอนที่2

ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท

ม่านไหมเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร ใช้ฝาครอบอาหารทีละจานอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากมือสั่นมากกว่านี้ จานสวย ๆ เหล่านั้นอาจหลุดลงแตก เหมือนหัวใจของเธอที่กำลังร้าวอยู่เงียบ ๆ

เธอนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งของตัวเอง มองเก้าอี้ว่างตรงข้าม แล้วพยายามหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกไหม…เขาแค่ยุ่ง”คำปลอบใจหลุดออกจากริมฝีปาก แต่กลับไม่อาจปลอบหัวใจได้เลย

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า อาหารที่เคยร้อน   ค่อย ๆ เย็นชืด กลิ่นหอมจางลงจนเหลือเพียงความเงียบ ดอกกุหลาบในแจกันยังคงสด แต่มันดูเหงาไม่ต่างจากเจ้าของห้อง

ม่านไหมเก็บจานอาหารบางส่วนเข้าครัว เหลือไว้เพียงเค้กก้อนเล็กบนโต๊ะ เธอเปิดกล่องออก ใช้มีดตัดเค้กแบ่งเป็นสองชิ้น ชิ้นหนึ่งวางไว้บนจานของภาคิน อีกชิ้นวางไว้ตรงหน้าตัวเอง

เธอจุดเทียนเล่มเล็กบนเค้ก ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครร้องเพลงให้ ไม่มีใครอธิษฐานร่วมกัน ไม่มีใครยื่นมือมาจับมือเธอเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป เปลวไฟสีส้มไหวระริกในความเงียบ ม่านไหมมองมันอยู่เนิ่นนาน ก่อนหลับตาลง

“ขอให้ปีต่อไป…” เธอกระซิบเบามาก เบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ “เขามองเห็นไหมบ้างก็พอ”

เธอลืมตาขึ้น เป่าเทียนจนดับ ควันสีเทาจาง ๆ ลอยขึ้นเหนือเค้ก แล้วหายไปในอากาศ เหมือนคำอธิษฐานที่ไม่มีวันไปถึงใคร

ม่านไหมหยิบช้อนขึ้นมาตักเค้กชิ้นเล็กเข้าปาก รสหวานของครีมควรทำให้รู้สึกดี แต่สิ่งที่เธอรับรู้กลับมีเพียงความฝืดขมในลำคอ เธอกินไปได้เพียงคำเดียวก็วางช้อนลง

โทรทัศน์บนผนังเปิดอยู่โดยไม่มีเสียง เธอหยิบรีโมตขึ้นมา ตั้งใจจะปิดมัน แต่ภาพในจอกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอหยุดชะงัก

รายการข่าวบันเทิงธุรกิจกำลังถ่ายทอดภาพงานเลี้ยงหรูของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล้องจับไปยังผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท เขายืนสง่างามอยู่ท่ามกลางแสงแฟลช ใบหน้าคมคายเรียบเฉยตามแบบฉบับของเขา ทว่าความสุขุมเย็นชานั้นกลับยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขาม ม่านไหมตัวแข็งทื่อ

ข้างกายเขามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ รตีรัตน์ในชุดราตรีสีแดงเข้มดูงดงามโดดเด่น ผมยาวถูกเกล้าอย่างประณีต เครื่องเพชรบนลำคอส่องประกายระยิบระยับ เธอคล้องแขนภาคินอย่างแนบเนียน ยิ้มให้กล้องด้วยท่าทีของผู้หญิงที่มั่นใจในตำแหน่งของตนเอง

พิธีกรหญิงในรายการพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

“ต้องบอกเลยนะคะว่าคืนนี้คู่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นคุณภาคิน อัครเดชาธร ประธานหนุ่มแห่งอัครเดชาธรกรุ๊ป กับคุณรตีรัตน์ ว่าที่ทายาทกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่มีข่าวใกล้ชิดกันมาสักพัก หลายคนบอกว่าทั้งคู่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียวค่ะ”

กล้องซูมเข้าไปในจังหวะที่รตีรัตน์เอียงหน้าไปพูดอะไรบางอย่างกับภาคิน เขาไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี และไม่ได้ปฏิเสธการแตะต้องของเธอ

ม่านไหมมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ราวกับถูกดึงวิญญาณออกจากร่างที่แท้ งานด่วนของเขาคืองานเลี้ยงที่มีรตีรัตน์ยืนอยู่ข้างกาย ที่แท้ที่เขาบอกว่า ไม่ต้องรอ หมายถึงไม่ต้องรอ เพราะคืนนี้เขามีผู้หญิงอีกคนอยู่เคียงข้างแล้ว

เธอก้มมองจานเค้กสองใบตรงหน้าใบหนึ่งของเธออีกใบของสามีที่กำลังยืนอยู่ข้างผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าสังคม

หญิงสาวพยายามหายใจเข้า แต่ลมหายใจกลับติดอยู่ในอก ความเจ็บไม่ได้รุนแรงเหมือนมีใครใช้มีดแทง หากค่อย ๆ กดลึกลงมาเหมือนมือที่มองไม่เห็น บีบหัวใจเธอช้า ๆ จนชาไปทั้งร่าง

เธอปิดโทรทัศน์ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความเงียบหนักกว่าเดิมหลายเท่า

ม่านไหมยกมือขึ้นปิดหน้า น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่ตอนรับโทรศัพท์ไหลลอดออกมาตามร่องนิ้ว เธอไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากทำให้วันครบรอบแต่งงานปีแรกของตัวเองน่าสมเพชไปมากกว่านี้

แต่สุดท้ายเธอก็ทำไม่ได้

เธอร้องไห้อยู่เงียบ ๆ หน้าโต๊ะอาหารที่จัดไว้สำหรับสองคน ในห้องชุดที่งดงามเกินกว่าจะเป็นสถานที่เก็บความทุกข์ของผู้หญิงคนหนึ่งไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงประตูห้องจึงดังขึ้น

ม่านไหมรีบเช็ดน้ำตา เก็บจานเค้กของตัวเองออกจากโต๊ะ เหลือไว้เพียงเค้กอีกชิ้นที่ยังไม่มีใครแตะ เธอจัดผมให้เรียบร้อย พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

ประตูเปิดออก ภาคินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงปะปนกับกลิ่นไวน์จาง ๆ สูทสีดำของเขายังคงเรียบกริบ เนกไทคลายออกเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังเย็นชาเช่นเคย ดวงตาคมกวาดมองโต๊ะอาหารเพียงแวบเดียว

“ยังไม่นอนอีกหรือ”

ม่านไหมยืนอยู่ข้างโต๊ะ มือทั้งสองประสานกันแน่นจนปลายนิ้วซีด

“ไหมรอคุณค่ะ”

ภาคินถอดนาฬิกาข้อมือวางลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนเดินผ่านเธอไปยังมุมเครื่องดื่ม

“ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องรอ”คำตอบของเขาเรียบง่าย ราวกับเธอเป็นคนดื้อรั้นเองที่ไม่เข้าใจคำสั่ง

ม่านไหมเม้มริมฝีปากเบา ๆ เธอมองแผ่นหลังกว้างของเขา มองผู้ชายที่เพิ่งกลับจากงานเลี้ยงซึ่งทั้งเมืองอาจกำลังพูดถึงว่าเขาเหมาะสมกับผู้หญิงอีกคนเพียงใด แล้วรวบรวมความกล้าถามออกไป

“งานด่วน…คืองานเลี้ยงของสมาคมหรือคะ”

มือของภาคินที่กำลังรินน้ำหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวตามปกติ

“เธอเห็นข่าวแล้วเหรอ”

“ค่ะ”ในห้องเงียบลงอีกครั้ง

ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้วหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมนิ่งลึก อ่านความรู้สึกได้ยาก

“เป็นงานที่จำเป็นต้องไป”

ม่านไหมพยักหน้า ทั้งที่ในอกเจ็บจนแทบยืนไม่ไหว“แล้วคุณรตีรัตน์ก็จำเป็นต้องไปกับคุณด้วยใช่ไหมคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป