บทที่ 3 ตอนที่3 หัวใจที่โง่งม
ตอนที่3
หัวใจที่โง่งม
ภาคินวางแก้วลงช้า ๆ“รตีรัตน์เป็นตัวแทนครอบครัวของเธอ งานคืนนี้มีนักลงทุนหลายฝ่าย การที่เธอไปด้วยทำให้การเจรจาง่ายขึ้น”
เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงของนักธุรกิจ อธิบายเหตุผลอย่างมีระบบ ชัดเจน และไร้ช่องโหว่แต่ไม่มีประโยคใดพูดถึงความรู้สึกของเธอ
ม่านไหมยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มนั้นบางจนแทบไม่ใช่รอยยิ้ม“ค่ะ ไหมเข้าใจ”
ภาคินมองเธอนิ่ง ดวงตาของเขาเคลื่อนลงไปยังโต๊ะอาหารที่มีฝาครอบจานวางเรียงอยู่ และเค้กก้อนเล็กที่ถูกตัดแล้วหนึ่งชิ้น เขาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“วันนี้มีอะไรหรือเปล่า”
ม่านไหมรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เขาลืมจริง ๆ ทั้งที่เธอเคยบอกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน ทั้งที่เธอเคยถามเขาว่าจะกลับมากินข้าวด้วยกันได้ไหม ทั้งที่เธอรอเขามาทั้งวันแต่เขาลืม
หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามซ่อนแววตาที่กำลังร้าวลึก“ไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ”
ภาคินขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายไม่พอใจคำตอบที่ไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ซักต่อ เขาเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างจากกระเป๋า แล้วพูดโดยไม่มองหน้าเธอ
“ต่อไปถ้าฉันบอกว่าไม่ต้องรอ ก็ไม่ต้องรอ จริง ๆ เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้”
หญิงสาวมองอาหารบนโต๊ะ มองดอกไม้ มองเค้ก มองทุกสิ่งที่เธอตั้งใจทำด้วยหัวใจที่โง่งม สำหรับเขา สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็น สำหรับเขา ความรักของเธอคงเป็นเพียงความยุ่งยากอย่างหนึ่ง
“ไหมแค่อยากทำอาหารให้คุณค่ะ”
“ฉันไม่ได้ขอ”คำพูดนั้นไม่ได้ดัง ไม่ได้รุนแรง แต่กลับทำให้เธอเจ็บเหมือนถูกตบหน้า
ม่านไหมนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้า ๆ“ค่ะ ไหมขอโทษ”
ภาคินเหลือบมองเธอ คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นเสียก่อน ชื่อของรตีรัตน์ปรากฏบนหน้าจอ
ม่านไหมเห็น ภาคินก็รู้ว่าเธอเห็น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดรับสาย แล้วเดินออกไปทางระเบียงโดยไม่อธิบายอะไร
“ครับ คุณรตี…”
ประตูระเบียงเลื่อนปิดลง เสียงของเขาถูกกั้นไว้ด้านนอก เหลือเพียงภาพแผ่นหลังกว้างที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ท่ามกลางแสงไฟเมือง
ม่านไหมยืนอยู่ที่เดิม ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแทรกผ่านผิวกาย แต่ไม่เย็นเท่าความรู้สึกในอก
เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรร้องไห้อีกหรือควรหัวเราะให้กับความน่าสมเพชของตัวเองดี เธอเป็นภรรยาของเขา แต่เมื่อผู้หญิงอีกคนโทรมา เขาเดินออกไปคุยโดยไม่ลังเล เธอเป็นภรรยาของเขาแต่วันครบรอบแต่งงานของทั้งคู่ เขากลับไปยืนเคียงข้างผู้หญิงอีกคนต่อหน้าผู้คน เธอเป็นภรรยาของเขาแต่ไม่มีใครรู้ แม้แต่เขาเอง บางครั้งก็เหมือนลืมไปแล้วว่าเธอมีสถานะนั้นอยู่จริง
ม่านไหมค่อย ๆ เก็บจานอาหารทีละใบเข้าครัว เธอเทซุปที่เย็นชืดลงถังขยะ ห่อสเต็กที่เขาไม่ได้แตะเก็บใส่กล่อง ทั้งที่รู้ว่าพรุ่งนี้คงไม่มีใครกิน พาสต้าที่เคยหอมกรุ่นจับตัวเป็นก้อน เธอมองมันนิ่ง ๆ ก่อนปิดฝากล่องอาหารอย่างเงียบงัน สุดท้ายเหลือเพียงเค้กวันครบรอบ
ม่านไหมหยิบกล่องเค้กขึ้นมา ชิ้นที่เธอตัดไว้ให้ภาคินยังวางอยู่ครบถ้วน ครีมสีขาวเริ่มอ่อนตัวเล็กน้อยจากอุณหภูมิห้อง ตัวอักษรบนหน้าเค้กยังอ่านได้ชัด สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีแรก
น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนฝากล่องพลาสติกใส
เธอรีบใช้หลังมือเช็ดออก ราวกับกลัวว่าแม้น้ำตาก็ไม่ควรทิ้งร่องรอยไว้ให้ใครเห็น
ม่านไหมเดินไปยังตู้เย็น เปิดประตูออก แสงสีขาวด้านในส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดของเธอ เธอวางเค้กเข้าไปอย่างระมัดระวัง ตั้งไว้บนชั้นกลาง ข้างขวดน้ำแร่และกล่องผลไม้ที่ภาคินแทบไม่เคยเปิดกิน
เค้กก้อนเล็กดูโดดเดี่ยวเหลือเกินเหมือนเธอ
หญิงสาวปิดตู้เย็นช้า ๆ เสียงประตูปิดดังแผ่วเบา แต่ในความรู้สึกของเธอ มันเหมือนเสียงบางอย่างในหัวใจถูกปิดลงพร้อมกัน
ภาคินเดินกลับเข้ามาจากระเบียงพอดี เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง มองเธอที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็นเพียงครู่เดียว
“ฉันมีเอกสารต้องดูต่อ เธอนอนไปก่อน”
ม่านไหมหันกลับมา ยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่ฝึกจนชำนาญ“ค่ะ”
ภาคินพยักหน้ารับ แล้วเดินผ่านเธอไปยังห้องทำงาน ผ่านไปเหมือนที่เขาเดินผ่านหัวใจเธอมาโดยตลอด
ม่านไหมมองตามแผ่นหลังของเขา จนประตูห้องทำงานปิดลง เธอจึงค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ครัว
ในห้องยังคงมีกลิ่นดอกกุหลาบจาง ๆ กลิ่นอาหารที่เย็นชืด และกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอีกคนซึ่งติดมากับเสื้อสูทของสามีเธอ
ม่านไหมก้มมองมือของตัวเอง มือที่ทำอาหารทั้งวัน มือที่จัดดอกไม้ มือที่จุดเทียน มือที่ตัดเค้ก และมือเดียวกันนี้ที่ต้องเก็บทุกอย่างกลับคืนโดยไม่มีใครเห็นคุณค่า
เธอกำมือเข้าหากันแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา เพราะห้องนี้ผนังบางเกินไปสำหรับความลับของเธอ และชีวิตแต่งงานนี้ก็เปราะบางเกินไปสำหรับน้ำตาอีกหยดหนึ่ง
คืนนั้น ม่านไหมนอนอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง ฝั่งข้างกายว่างเปล่าเหมือนทุกคืนที่ภาคินเลือกนอนในห้องทำงาน เธอหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มองแสงไฟเมืองที่ไม่เคยดับ
หนึ่งปีของการแต่งงานผ่านไปแล้ว แต่เธอกลับยังไม่รู้เลยว่า ระหว่างเธอกับภาคิน มีอะไรที่เรียกว่า “เรา” อยู่จริงหรือไม่ บางทีสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในที่ลับ เป็นภรรยาที่ไม่มีตัวตน เป็นคนที่ไม่ควรยืนข้างเขาในแสงสว่าง
ม่านไหมยกมือแตะตำแหน่งหัวใจของตัวเองเบา ๆ น้ำตาไหลลงสู่หมอนอย่างเงียบงัน
“ไหมควรอดทนได้อีกนานแค่ไหนคะ คุณคิน”
ไม่มีคำตอบจากความมืด มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่ยังคงเดินต่อไปอย่างเย็นชาเหมือนชีวิตแต่งงานของเธอที่เดินต่อไปโดยไม่มีใครถามเลยว่า หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งยังไหวอยู่หรือไม่
