บทที่ 5 ตอนที่5 ไม่มีชื่อในระบบ

ตอนที่5

ไม่มีชื่อในระบบ

ม่านไหมเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนำเอกสารมาส่งให้คุณภาคินค่ะ”

พนักงานหญิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตาสุภาพแต่ประเมินอย่างรวดเร็ว ไล่ตั้งแต่ใบหน้า เสื้อผ้า กระเป๋าถือใบเล็ก ไปจนถึงรองเท้าคู่เรียบที่ไม่ใช่แบรนด์หรูสะดุดตา

“ได้นัดไว้ไหมคะ”

“เลขาของคุณภาคินโทรให้ดิฉันนำเอกสารมาส่งค่ะ”

“ขอทราบชื่อค่ะ”

ม่านไหมชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเบา “ม่านไหมค่ะ”

พนักงานก้มลงตรวจข้อมูลในคอมพิวเตอร์ คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ “ไม่มีชื่อในระบบผู้มาติดต่อค่ะ”

ม่านไหมกำแฟ้มเอกสารแน่นขึ้น ไม่มีชื่อ แน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่เคยมีชื่ออยู่ในชีวิตเปิดเผยของเขา

“รบกวนโทรขึ้นไปแจ้งเลขาของคุณภาคินได้ไหมคะ เอกสารนี้ด่วนมาก”

พนักงานถอนหายใจเบา ๆ อย่างสุภาพจนแทบจับไม่ได้ ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นโทรภายใน ระหว่างนั้นมีพนักงานสองสามคนเดินผ่านไป บางคนหันมอง              ม่านไหมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ใครน่ะ”

“ไม่รู้สิ เอาเอกสารมาส่งให้ท่านประธาน”

“แต่งตัวเรียบจัง เป็นคนของบริษัทคู่ค้าหรือเปล่า”

“หรือจะเป็น…” เสียงกระซิบหนึ่งเบาลง แต่ก็ยังไม่เบาพอที่ม่านไหมจะไม่ได้ยิน “ผู้หญิงที่ท่านประธานเลี้ยงไว้”

ปลายนิ้วของม่านไหมเย็นวาบเธอแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ทว่าทุกถ้อยคำกลับเหมือนเข็มเล็ก ๆ ทิ่มซ้ำลงบนผิวใจ ผู้หญิงที่ท่านประธานเลี้ยงไว้ ในสายตาคนอื่น เธอคงดูเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้หญิงที่ไม่ใช่พนักงาน ไม่ใช่คู่ค้า ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีชื่อในระบบ แต่กลับนำเอกสารส่วนตัวของท่านประธานมาส่งถึงบริษัท

จะมีสถานะใดน่าอับอายไปกว่านี้

“คุณม่านไหมคะ”เสียงพนักงานประชาสัมพันธ์ดึงเธอกลับมา

“เลขาแจ้งให้ขึ้นไปที่ชั้นสามสิบสองค่ะ เดี๋ยวดิฉันออกบัตรผู้มาติดต่อให้”

“ขอบคุณค่ะ”

ม่านไหมรับบัตรคล้องคอมา เส้นพลาสติก             บาง ๆ สัมผัสผิวบริเวณลำคอเย็นเฉียบ ตัวอักษรบนบัตรเขียนว่า Visitor ผู้มาติดต่อ ไม่ใช่ภรรยา

ไม่ใช่คนในครอบครัวเป็นเพียงผู้มาติดต่อคนหนึ่ง

ลิฟต์โดยสารพาเธอขึ้นสู่ชั้นสามสิบสองอย่างรวดเร็ว ตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนไปทีละชั้น ม่านไหมมองเงาของตัวเองบนผนังลิฟต์สเตนเลส เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนกอดแฟ้มเอกสารไว้แน่น ดวงตาหวานแฝงความกังวล แต่ยังพยายามรักษาความสงบนิ่งเอาไว้

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอก้าวเข้าสู่โถงชั้นผู้บริหาร ทุกอย่างบนชั้นนี้เงียบและหรูหรากว่าชั้นล่าง พรมสีเทาเข้มซับเสียงฝีเท้า ผนังตกแต่งด้วยภาพศิลปะราคาแพง ห้องทำงานกระจกเรียงรายไปตามทางเดิน ม่านไหมเดินตามป้ายไปยังส่วนเลขานุการหน้าห้องประธาน

เลขาสาวคนหนึ่งลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอ

“คุณม่านไหมใช่ไหมคะ ขอบคุณมากค่ะที่นำเอกสารมาให้ ท่านประธานกำลังประชุมอยู่ด้านใน รอสักครู่นะคะ”

ม่านไหมยื่นแฟ้มให้ “ถ้าด่วนมาก ฝากคุณส่งให้เขาเลยก็ได้ค่ะ”

เลขามีท่าทีลังเล “ท่านประธานสั่งว่าถ้าคุณมาถึง ให้รอพบด้วยค่ะ”

หัวใจของม่านไหมเต้นสะดุด ภาคินสั่งให้เธอรอพบ...ทำไม เธอไม่ทันได้ถาม ประตูห้องประชุมด้านข้างก็เปิดออก เสียงพูดคุยของผู้บริหารหลายคนดังตามมา กลุ่มคนในชุดสูททยอยเดินออกมา บางคนถือเอกสาร บางคนคุยโทรศัพท์

ม่านไหมถอยไปยืนชิดด้านข้างอย่างสุภาพ แล้วเธอก็เห็นภาคิน

ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องประชุมพร้อมผู้บริหารอีกสองคน เขาสวมสูทสีเทาเข้มตัดเย็บพอดีตัว ใบหน้าคมคายเรียบเฉย ดวงตาคมมองเอกสารในมือขณะฟังผู้บริหารรายงาน น้ำเสียงของเขาต่ำ นิ่ง และมีอำนาจโดยไม่ต้องขึ้นเสียง ในโลกใบนี้ เขาคือท่านประธานผู้สง่างาม เป็นผู้ชายที่ทุกคนรอฟังคำสั่ง

เป็นคนที่ยืนอยู่บนที่สูงจนใคร ๆ ต้องเงยหน้ามอง

และเธอ…คือผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นภรรยาของเขา

ภาคินเงยหน้าขึ้น เห็นม่านไหมยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาหยุดที่เธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหันไปสั่งงานต่อราวกับไม่มีอะไรพิเศษ

“ส่งรายละเอียดทั้งหมดเข้าห้องผมก่อนเที่ยง”

“ครับ ท่านประธาน”

ผู้บริหารทั้งสองโค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินจากไป ภาคินจึงหันมาหาเธอเต็มตัว

“เอกสารอยู่ไหน”ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำถามว่าเดินทางลำบากหรือไม่

ม่านไหมส่งแฟ้มที่เลขาถืออยู่ให้เขาอีกที “อยู่ตรงนี้ค่ะ”

ภาคินรับไป เปิดตรวจอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเอกสารครบ เขาก็พยักหน้าสั้น ๆ

“ขอบใจ”

ม่านไหมยิ้มบาง “ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป