บทที่ 8 ตอนที่ 8 แม่ที่ป่วยกับเงินที่ถูกตีราคา

ตอนที่ 8

แม่ที่ป่วยกับเงินที่ถูกตีราคา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึก แทรกผ่านความเงียบของคอนโดหรูเหมือนเสียงมีดคมที่กรีดผ่านผืนผ้าไหมบาง ๆ

ม่านไหมสะดุ้งตื่นจากหลับตื้น เธอนอนอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เพราะคืนนี้ภาคินกลับดึกและเข้าห้องทำงานไปตั้งแต่หัวค่ำ หลังจากพูดกับเธอเพียงไม่กี่ประโยคเกี่ยวกับเอกสารบริษัท เขาก็ปิดประตูเงียบ ทิ้งเธอไว้กับความรู้สึกที่ยังค้างอยู่จากเหตุการณ์ตอนกลางวัน

เธอควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะกลาง พอเห็นชื่อโรงพยาบาลบนหน้าจอ ความง่วงทั้งหมดก็หายไปในทันที

“สวัสดีค่ะ ม่านไหมพูดค่ะ”ปลายสายเป็นเสียงพยาบาล น้ำเสียงสุภาพแต่รีบร้อน “คุณม่านไหมใช่ไหมคะ คุณแม่ของคุณมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก ทางเรากำลังพาเข้าห้องฉุกเฉินค่ะ รบกวนญาติมาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดนะคะ”

หัวใจของม่านไหมเหมือนหล่นวูบ “แม่…แม่เป็นอะไรมากไหมคะ”

“ตอนนี้แพทย์กำลังประเมินอาการค่ะ คุณม่านไหมรีบมานะคะ”

สายถูกวางไปแล้ว แต่มือของม่านไหมยังสั่นอยู่ เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว รีบหยิบกระเป๋า เสื้อคลุม และกุญแจห้อง ความตกใจทำให้เธอเกือบสะดุดขาโต๊ะ แต่ยังฝืนตั้งสติไว้ได้

แม่ของเธอป่วยเรื้อรังมานาน ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ หลังการผ่าตัดใหญ่เมื่อปีก่อน แม้ช่วงหลังอาการดูทรงตัวขึ้น แต่หมอก็เคยเตือนว่า หากมีภาวะแทรกซ้อนต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที

ม่านไหมวิ่งไปหยุดหน้าห้องทำงานของภาคิน ยกมือขึ้นจะเคาะประตู แต่เสียงสนทนาด้านในทำให้เธอชะงัก

“พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าประชุมกับผู้ถือหุ้นเอง เรื่องครอบครัวคุณรตี ผมจัดการได้” เสียงของภาคินต่ำและหนักแน่น เขากำลังคุยโทรศัพท์เรื่องงาน

ม่านไหมกลืนก้อนแข็งในลำคอ เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบถูกขัดจังหวะเวลาทำงาน โดยเฉพาะเวลาคุยเรื่องสำคัญ แต่ครั้งนี้แม่ของเธอกำลังอยู่ห้องฉุกเฉิน

เธอเคาะประตูเบา ๆ เสียงด้านในหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนประตูจะเปิดออก ภาคินยืนอยู่ตรงนั้นในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก ใบหน้าคมคายยังเย็นชาเหมือนเดิม โทรศัพท์ยังแนบอยู่ข้างหู

“มีอะไร”

ม่านไหมพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “โรงพยาบาลโทรมาค่ะ แม่อาการทรุด ไหมต้องรีบไป”

คิ้วเข้มของภาคินขยับเล็กน้อย ทว่าเขายังไม่ทันพูด เสียงปลายสายก็ดังลอดออกมาอย่างแผ่วเบา ม่านไหมได้ยินไม่ชัด รู้เพียงว่าเป็นเสียงผู้หญิง และเธอจำได้ว่าเป็นเสียงของรตีรัตน์

ภาคินหันกลับไปพูดกับปลายสาย “เดี๋ยวผมโทรกลับ”

เขาวางสาย แล้วมองเธออีกครั้ง“ตอนนี้หรือ”

“ค่ะ ตอนนี้ค่ะ”

ม่านไหมกำสายกระเป๋าแน่น “ไหมจะไปโรงพยาบาล คุณคิน…ถ้าคุณสะดวก...”

“ฉันมีประชุมสำคัญแต่เช้า”ประโยคนั้นตอบทุกอย่างก่อนที่เธอจะพูดจบ

ม่านไหมนิ่งไปชั่วขณะ แต่เธอไม่มีเวลาเสียใจนานกว่านั้น แม่ของเธอกำลังรออยู่

“ค่ะ ไหมเข้าใจ”

ภาคินมองใบหน้าซีดเผือดของเธอ ท่าทางคล้ายจะพูดอะไร แต่สุดท้ายเขาก็เพียงหยิบกระเป๋าสตางค์จากโต๊ะทำงานออกมา ดึงบัตรเครดิตใบหนึ่งยื่นให้

“เอาไปใช้ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มให้โทรบอก”

ม่านไหมมองบัตรในมือเขา ความเจ็บบางอย่างแล่นผ่านกลางอกอย่างเงียบงัน

ในวินาทีนั้น เธอไม่ได้ต้องการบัตรเครดิต

เธอไม่ได้ต้องการเงินเป็นสิ่งแรก

เธอแค่อยากให้เขาถามว่าแม่เธอเป็นอย่างไรบ้าง หรือบอกว่าจะไปส่งเธอ หรือแม้เพียงยื่นมือมาจับไหล่แล้วบอกให้เธอใจเย็น แต่สิ่งแรกที่ภาคินคิดถึงคือเงิน เหมือนทุกครั้ง เหมือนในสายตาเขา ปัญหาทุกอย่างของเธอเริ่มต้นและจบลงที่เงินเท่านั้น

ม่านไหมยกมือขึ้นรับบัตรอย่างจำยอม เพราะเธอไม่อยากเสียเวลาโต้เถียง

“ขอบคุณค่ะ”

เธอหันหลังเดินออกจากห้องทันที ภาคินยืนมองตามแผ่นหลังบอบบางของเธอ ดวงตาคมมีแววบางอย่างไหวผ่าน แต่เพียงชั่วครู่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชื่อของรตีรัตน์ปรากฏบนหน้าจอ

เขาก้มมองมัน สีหน้ากลับมาเรียบนิ่งดังเดิม

ม่านไหมมาถึงโรงพยาบาลเกือบตีหนึ่ง แสงไฟสีขาวในแผนกฉุกเฉินสว่างจ้าเสียจนทำให้ดวงตาแสบ เสียงล้อเตียงเข็น เสียงประกาศเรียกชื่อผู้ป่วย และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันคุ้นเคยปะปนกันในอากาศ เธอเดินเร็วไปยังเคาน์เตอร์พยาบาล ขาทั้งสองข้างเหมือนจะหมดแรงอยู่หลายครั้ง แต่หัวใจที่เป็นห่วงแม่บังคับให้เธอยืนอยู่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป