บทที่ 1 ครบรอบ 2 ปี
ตอนที่ 1 : ครบรอบ 2 ปี
ณ เพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ฯ หากกรุงเทพ ฯ คือศูนย์รวมความศิวิไลซ์ เพ้นท์เฮ้าห์แห่งนี้ก็คงจะเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความมั่งคั่ง เกียรติยศ ความรุ่งเรืองของผู้ที่ได้เข้ามาอยู่อาศัย
“ฮือ…ฮึก”
แต่ทว่าในจุดที่สูงที่สุดบนชั้นสุดท้ายของเพ้นท์เฮ้าส์ กลับเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวที่เป็นภรรยาเจ้าของตึกสูงระฟ้านี้
ใบหน้าที่สวยงามราวกับสิ่งทรงสร้างที่พระเจ้าตั้งใจปั้นอย่างประณีต ดวงตากลมใสที่น่าหลงใหลจนยากจะตัดใจ บัดนี้ได้เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวที่หนักหนาเกินจะทน
เธอทนมา 2 ปีแล้ว ต้องร้องไห้คนเดียว ถูกทำลายความหวังและความรู้สึกซ้ำ ๆ ในพื้นที่ชั้นบนสุดที่ถูกประดับประดาไปด้วยสิ่งของหรูหราประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่กลับอ้างว้างและเต็มไปด้วยความเย็นชา
หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างงดงามไร้ที่ติ แต่กลับประดับด้วยใจที่เหี่ยวเฉาคนนี้ยกขวดไวน์ที่ราคาสูงยิ่งกว่าค่าแรงของแม่บ้าน 10 คนรวมกัน เธอกระดกดื่มซ้ำ ๆ จนหมดขวด และเมื่อมันได้สำแดงฤทธิ์ ความเมามายนั้นก็ทำให้ได้พรั่งพรูความเสียใจออกมาทางคำพูด
“ไม่ว่ายังไง วันนี้ฉันก็ต้องคุยกับเขาให้ได้”
อันดา คือชื่อของเธอ เป็นชื่อใหม่และชื่อปัจจุบันที่ได้รับมาในปีที่อายุ 10 ขวบ
ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มตรงและปกติสามีไร้หัวใจของเธอจะกลับถึงบ้านเวลานี้ ชนายุส นี่คือชื่อจริงของเขา ส่วนชื่อเล่นคือ ขุนเขา ไม่ว่าจะชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็สื่อไปถึงเกียรติยศ ความแข็งแกร่งและมั่นคงที่เหมาะกับเจ้าตัวเหลือเกิน
เมื่อเห็นว่าเข้มของนาฬิกาชี้บอกเวลาที่เขาควรจะกลับมาแล้ว อันดาที่นั่งเมาอยู่ในห้องนั่งเล่นก็จดจ่อไปยังประตูทางเข้า ไม่นานเธอก็พบเข้ากับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาตรึงใจเธอตั้งแต่แรกพบ
“เธอดื่มเหรอ”
และนี่คือคำทักทายแรกของคนที่ไปทำงานก่อนที่เธอจะตื่นนอน และมักจะกลับมาในเวลาที่เธอเข้านอนแล้วเสมอ เขาไม่เคยแม้แต่จะพูดว่า อรุณสวัสดิ์หรือฝันดี สองปีในชีวิตแต่งงานที่เพ้นท์เฮ้าส์ชั้นสุดท้ายนี้ ชนายุสและอันดามีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินยิ่งกว่าเพื่อนบ้าน
ในขณะฝ่ายหญิงพยายามทำทุกอย่างเพื่อเชื่อมต่อความสัมพันธ์ ฝ่ายชายกลับทำตัวห่างเหิน เขาแทบจะไม่มองเธอเป็นสิ่งมีชีวิตเลยด้วยซ้ำ
“เธอดื่ม งั้นเหรอ… นี่มันคือคำทักทายของสามีที่ควรจะพูดกับเมียในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 2 หรือไง”
อันดาที่เมาเต็มที่ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนจะเดินข้ามขวดไวน์ที่กลิ้งอยู่บนพื้นเข้าไปหาเขา ชนายุสที่ปกติไม่เคยสนใจเมียตัวเอง ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจ อย่าว่าแต่ดื่มเหล้าเลย ปกติภรรยาคนนี้ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเขาเลยด้วยซ้ำ คำที่เธอมักจะพูดเป็นประจำ คือ ค่ะ/ได้ค่ะ
“ 2 ปี แล้วเหรอ เร็วดีเนอะ”
และนั่นก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้วันนี้เขายอมหยุดคุยกับเธอ ทั้งที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เธอเป็นบุคคลที่เขาสนทนาด้วยน้อยที่สุดแล้ว
“ใช่ เป็นสองปีที่คุณไม่เคยทำหน้าที่สามีเลย คิดว่าแค่จ่ายค่าสินสอด จัดงานแต่งให้ก็จบแล้วงั้นเหรอ คุณเห็นฉันเป็นเหมือนเนคไทเส้นนึงของคุณหรือไง ที่แค่ซื้อมาประดับเล่นให้ชาวบ้านรู้ว่ามีน่ะ”
หญิงสาวที่ปกติไม่เคยกล้าแม้แต่จะสบตาเขา ตอนนี้ใจกล้าขึ้นเยอะ เธอกล้าสบตา กล้าเดินเข้ามาใกล้ ๆ แถมยังกล้าใส่ชุดนอนซีทรูที่บางจนมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในเป็นรูปเป็นร่าง
“เธอก็ช่างเปรียบเทียบให้ได้เห็นภาพชัดดีเนอะ ก็แล้วทำไมล่ะอันดา ฉันผิดหรือไง ก็ตั้งแต่ตอนดูตัวเราก็ได้ทำข้อตกลง ถึงขั้นเซ็นหนังสือสัญญากันเลยด้วยซ้ำว่าความเป็นผัวเมียของเรา จะอยู่แค่ในทะเบียนสมรสเป็นระยะเวลาตลอด 5 ปี ตามแผนที่ฉันวางไว้ ว่าต้องการมีลูกกับเธอในตอนที่ฉันอายุ 40 ขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนถึงปี่ที่ 5 ฉันจะไม่พูดหรือแม้แต่มองหน้าของเธอเลยก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันไม่ได้ทำอะไรที่มันละเมิดสัญญาสักหน่อย”
มีคนสองประเภทที่ชนายุสจะไม่หยุดสนทนาด้วย ประเภทแรกคือคนบ้าส่วนถัดมาคือคนเมา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ตัวเองถึงอนุญาตให้อันดาเป็นกรณีพิเศษ อาจเป็นเพราะท่วงท่าและน้ำเสียงที่ไม่เคยเห็นนั้นมันดึงดูดสายตาของเขา จนอยากรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้
“ฮึก คุณนี่มันใจร้ายเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ นะ สารเลว! กล้าพูดจาใจร้ายกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง ฉันก็เป็นคนนะ มีความรู้สึกเหมือนกัน”
คนตัวเล็กต่อว่าเขาทั้งน้ำตา พร้อมระดมกำปั้นทุบตีที่แผงอกแน่นหนา ชนายุสมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดกับภาพที่เห็นตรงหน้าเลยสักนิด
“ก็เธอจรดปากกาเซ็นยินยอมทุกเงื่อนไขการแต่งงานของเราไปแล้วนี่ จะมาโวยวายให้ได้อะไรล่ะ 2 ปีมานี้ ฉันอาจไม่ได้ทำหน้าที่ผัวที่ดีในทางจิตใจ แต่เธอก็สบายดีนี่ มีเงินเข้าบัญชีเดือนละเป็นล้านยังไม่โอเคอีกเหรอ อย่าพยายามเรียกร้องในสิ่งที่ฉันให้ไม่ได้อย่าง ‘ความรัก’ เลยนะ”
ชนายุสไม่เคยมีความรักและจำไม่ได้แล้วว่าชีวิตที่ผ่านมาเขาเคยรู้สึกรักใครสักคนไหม เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เขาเคยได้สัมผัสจากใครเลย แม้แต่กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
“ฮึก ก็ได้ ฉันจะไม่ร้องขอกับคุณอีกต่อไปก็ได้…”
โดยที่ชายหนุ่มก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยว่าคำพูดที่แสนเย็นชาของเขา มันจะไปกระตุกต่อมบ้าคลั่งของหญิงสาวแสนบอบบางตรงหน้า จนทำให้เธอได้ลงมือทำเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นมา
“แต่ว่าในสัญญาก็ไม่มีข้อไหนบอกว่าเราจะสัมผัสร่างกายฝั่งตรงข้ามไม่ได้สินะคะ อย่างน้อยถ้าไม่สามารถเป็นสามีที่มอบความสุขให้กับฉันได้ คุณก็น่าจะมอบประสบการณ์ครั้งแรกให้กับฉันได้นี่ ต่อให้ไม่เคยรักใคร อย่างน้อยคุณก็ต้องเคยทำเรื่องบนเตียงกับใครสักคนอยู่ดี ใช่ไหมคะ ขุนเขา”
อันดาไม่เพียงแต่ร่ายประโยคที่ชวนให้รู้สึกวาบหวามออกมา เธอยังค่อย ๆ ถอดชุดนอนซีทรูออกไปจากร่างกาย จนตอนนี้มีเพียงร่างกายสวยงามเกือบเปลือยที่ปรากฏตรงหน้าผู้ชายไร้หัวใจ แต่ทว่ากลับไม่ได้ตายด้านทางสัญชาตญาณ
แม้ชนายุสไม่ได้โต้ตอบคำพูดของเธอ เขากลับจดจ้องผู้หญิงที่ตัวเองบอกว่าไม่รักอย่างที่ไม่สามารถละสายตาออกไปได้ แต่ทว่ายิ่งจ้องหัวใจก็ยิ่งเต้นระรัว เลือดในกายก็สูบฉีดร้อนรุ่มขึ้นมา ชนายุสไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
กว่าเขาจะรู้ตัวและได้สติขึ้นมาก็ในตอนที่อันดาค่อย ๆ ถอดกางเกงในลูกไม้บางเฉียบของเธอออกต่อหน้า…
