บทที่ 2 เด็กหญิงกอบัว
ตอนที่ 2 : เด็กหญิงกอบัว
หลายปีก่อนหน้านี้
ในห้องรับแขกของบ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง มีหญิงสาววัยกลางคนบุคลิกสง่างามเหนือคนธรรมดาทั่วไปกำลังนั่งรอพบเด็กกำพร้าคนสำคัญที่เป็นสาเหตุทำให้เธอต้องแบกร่าง ซึ่งประดับประดาด้วยเสื้อผ้าหรูหรามาถึงที่นี่
“ฉันพาเธอมาแล้วค่ะ คุณผู้หญิง”
คุณครู ใบบุญ หญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ พาเด็กหญิงที่มีนามว่า กอบัว เข้ามาในห้องรับแขกที่ปกติแล้วจะมีเพียงเด็กที่ถูกรับอุปถัมภ์เท่านั้น ถึงจะถูกเรียกเข้ามา
“ยกมือไหว้สิใบบัว ท่านนี้คือ คุณเฌอมาลย์ ท่านจะรับเธอไปเป็นลูกสาว”
เด็กหญิงกอบัวที่อยู่ในบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้มา 10 ปี เต็มก็รีบยกมือไหว้ผู้หญิงที่เธอไม่เคยเห็น
“สวัสดีจ้ะกอบัว ปีนี้อายุ 10 ขวบแล้วใช่ไหม แสดงว่าก็ต้องอ่านหนังสือออกแล้วสิ”
เฌอมาลย์เอ่ยแล้วก็ไล่สายตามองเด็กหญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เธอไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากรับใครก็ได้ไปเป็นลูกบุญธรรม แต่เป็นเพราะเด็กคนนี้ดันเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของ ชวิน เบญจมันตรา สามีของเธอที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อ 8 ปีก่อน จนทำให้เป็นหมันและไม่สามารถให้กำเนิดบุตรโดยธรรมชาติได้
เมื่อสามีที่สมบูรณ์แบบหมดสิทธิ์มีทายาทโดยธรรมชาติ ภรรยาอย่างเธอก็เคยลองใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์อยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่ได้ลูกมาอย่างที่หวัง สุดท้ายจึงยอมเปิดใจจะรับบุตรบุญธรรม แต่ทว่าในขณะที่กำลังตัดสินใจติดต่อสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เธอก็ดันไปได้ยินเรื่องดี ๆ จากปากแม่บ้านคนเก่าแก่ของสามี
เป็นบทสนทนาที่กล่าวถึงความเจ้าชู้ของชวินก่อนที่จะแต่งงานกับเธอ เขาเคยมีสัมพันธ์สวาทกับเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มาทำงานเป็นแม่บ้าน ก่อนที่เด็กคนนั้นจะถูกมารดาของเขาไล่ตะเพิดออกจากบ้านไป และทุกคนก็ได้มารู้ความจริงในภายหลังว่าเด็กคนนั้นท้อง เพราะในวันที่แม่บ้านคนหนึ่งเข้าไปทำความสะอาดในห้องพักของหล่อน เธอได้พบว่ามีเครื่องตรวจครรภ์ถูกทิ้งลงถังขยะ และผลตรวจของเครื่องนั้นขึ้นสีแดง 2 ขีด
เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องนี้ไม่ได้มีความรักเป็นจุดเริ่มต้น ชวินจึงไม่คิดจะตามหาเด็กคนนั้นหรือออกตัวรับผิดชอบ เพราะเขาเองก็ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกในชีวิตของเธอ บางทีเด็กในท้องก็อาจจะไม่ใช่ลูกของเขาก็ได้ แทนที่จะติดตามความเป็นไปของผู้หญิงที่เข้ามาเพื่อสนองความต้องการทางเพศของตัวเอง เขาจึงเลือกที่จะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับเฌอมาลย์
หลังจากบังเอิญได้ยินเรื่องนี้เข้า เฌอมาลย์จึงรีบสอบปากคำเหล่าแม่บ้านเก่าแก่ที่รู้เรื่องราวโดยละเอียด ก่อนจะลงทุนจ้างสายสืบไปตามหา น้ำผึ้ง เด็กสาวที่เธอคาดว่าเธออาจจะอุ้มท้องทายาททางสายเลือดของชวินไว้
ความคิดที่อยากจะรับเด็กที่ไหนก็ได้มาเป็นบุตรบุญธรรมไว้ให้ตนพึ่งพายามแก่ จึงแปรเปลี่ยนเป็นการตามหาบุตรทางสายเลือดที่ได้กำเนิดก่อนสามีจะเป็นหมัน ในตอนนั้นเธอวางแผนไว้ว่าถ้าหากน้ำผึ้งไม่ได้เอาลูกออก หากเธอยังเลี้ยงลูกอย่างเข้มแข็งด้วยตัวคนเดียว เฌอมาลย์ก็จะใช้เงินเพื่อซื้อเด็กคนนั้นมา
ก่อนที่เรื่องทุกอย่างมันจะง่ายกว่าที่คิด เมื่อเธอได้รับข่าวจากสายสืบมาว่าน้ำผึ้งเสียชีวิตทันทีหลังจากคลอดลูกเพราะเธอมีร่างกายที่ไม่แข็งแรง ส่วนเด็กน้อยที่เกิดมาก็ถูกบ้านเด็กกำพร้าในระแวกใกล้เคียงรับเลี้ยงไว้ เด็กคนนั้นมีชื่อว่า กอบัว เป็นชื่อที่เจ้าของบ้านเด็กกำพร้าตั้งให้
สิ่งที่เฌอมาลย์ทำหลังจากนั้นจึงไม่ใช่การเข้าหากอบัวทันที แต่เธอเลือกที่จะขอพบกับครูใหญ่เป็นการส่วนตัว และขอให้ท่านนำเส้นผมของกอบัวมาให้ เพื่อที่จะนำไปตรวจ DNA และผลตรวจที่ได้รับมาเมื่อ 1 วันที่แล้วก็ตรงใจของเธอมาก จนทำให้ต้องเดินทางมาถึงบ้านเด็กกำพร้าที่อยู่ในชนบทแห่งนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง
“นะ หนูพออ่านได้ค่ะ คุณผู้หญิง”
เด็กหญิงกอบัวที่มีร่างกายผอมบาง ไม่ได้อุดมสมบูรณ์อย่างเด็กที่กินดีอยู่ดี รีบตอบคำถามด้วยท่าทีประหม่า เพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอถูกเรียกเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านเด็กกำพร้า และมีความหวังว่าจะถูกรับไปเป็นลูกของครอบครัวที่ดี
“ลองอ่านนี่ดูสิจ๊ะ มันเป็นผลตรวจความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมน่ะ ไม่นานมานี้ ‘แม่’ เพิ่งถือวิสาสะให้ครูใหญ่เอาเส้นผมของลูกกับคุณพ่อไปตรวจ DND ลูกเข้าใจใช่ไหมจ๊ะ ว่าการตรวจ DNA มันคืออะไร”
เด็กหญิงกอบัวพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะรับผลตรวจความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรม ซึ่งในนั้นระบุว่าเธอกับคุณพ่อที่มีชื่อว่าชวิน มีความเกี่ยวข้องกันถึง 99.99%
“แสดงว่ากอบัวมีพ่อแท้ ๆ ใช่ไหมคะ กอบัวไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”
เด็กน้อยทั้งรู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันใจในเวลาเดียวกัน
“ใช่จ้ะ กอบัว ครูดีใจด้วยนะ หนูไม่ได้จะถูกอุปถัมภ์อย่างเดียว แต่จะได้อยู่กับพ่อแท้ ๆ ด้วย”
คุณครูใหญ่รู้สึกดีใจกับเธอด้วยจริง ๆ
“เพราะงั้น วันนี้ก็กอดลาคุณครูใหญ่กับเพื่อน ๆ ของหนูที่นี่ซะนะจ๊ะ เพราะแม่จะพาหนูกลับไปบ้านของเราที่กรุงเทพฯ แล้วจะไม่พากลับมาที่นี่อีก”
พูดจบแล้ว เฌอมาลย์ก็ลุกออกจากโซฟารับแขกเดินไปบีบไหล่หนูน้อยเบา ๆ อันที่จริงเธอควรจะสวมกอดเด็กคนนี้อย่างที่แม่ควรจะทำ แต่เป็นเพราะความซอมซ่อตรงหน้านั้นทำให้เธอสัมผัสแกไม่ลง
“เช็คใบนี้ฉันขอบริจาคให้กับที่นี่นะคะครูใหญ่ เด็ก ๆ จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
พูดจบแล้ว เธอก็มอบเช็คเงินสดให้กับครูใบบุญ
“นะ หนึ่งล้านบาท! ไม่มากไปเหรอคะ”
เพราะยังไม่เคยมีเศรษฐีใจบุญคนไหนให้มากขนาดนี้ จำนวนเงินที่อยู่ในเช็คจึงสร้างความตกใจให้แก่ครูใบบุญเป็นอย่างมาก
“ส่วนใบนี้ฉันให้ครูใหญ่เป็นการส่วนตัวค่ะ ถือเป็นค่าตอบแทน เป็นสินน้ำใจเล็ก ๆ ที่ครูใหญ่สามารถมอบแกให้เป็นลูกสาวของฉันได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องผ่านเงื่อนไขที่ยุ่งยาก แล้วฉันจะบริจาคให้ที่นี่ทุกปีเลยนะคะ ขอให้ครูใหญ่มีชีวิตที่ดีค่ะ”
และเช็คเงินสดอีก 1 ล้านก็ถูกมอบให้กับครูใหญ่เป็นการส่วนตัว
“ฉันขอตัวพาลูกสาวกลับบ้านก่อนนะคะ คุณพ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าแกสักครั้ง คงอยากเจอแย่แล้ว”
เมื่อเจรจารับกอบัวมาเป็นลูกตัวเองเรียบร้อยแล้ว เฌอมาลย์ก็จูงกึ่งลากเธอออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ โดยไม่มีจังหวะให้เด็กน้อยที่เติบโตในที่แห่งนี้มาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม ได้หันหน้าไปมองหรือล่ำลากับอดีตของเธออีกเลย
