บทที่ 5 ฉันยินดี

ตอนที่ 5 : ฉันยินดี

“ได้ค่ะ ฉันยินดีจะเป็นภรรยาให้คุณ”

ชนายุสถึงกับยกให้เรื่องที่อยู่ตรงหน้านี้ คือเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตนี้ ผู้หญิงที่ดูหัวอ่อนชักจูงง่าย ดูขี้กลัวและอ่อนต่อโลกเกินกว่าจะลงทุนเพื่อแสวงหากำไรด้วย กลับตอบตกลงคำขอแต่งงานที่ไร้ความรักของเขาอย่างง่ายดาย

‘ถึงไม่แต่งกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า สักวันฉันก็ต้องแต่งกับใครสักคนอยู่ดี’

นี่คิดเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้อันดายอมรับคำขอแต่งงานของชนายุสอย่างง่ายดาย อีกครึ่งหนึ่งของเหตุผลทั้งหมดนั้นคือความรู้สึกของเธอ หญิงสาวไปดูตัวมา 9 ครั้ง เจอผู้ชายมาหลายแบบ แต่ก็ไม่มีคนไหนที่ดึงดูดสายตาและหัวใจของเธอได้เท่าเขา

ในวันนั้นเอง อันดายังไม่สามารถให้คำนิยามความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับชนายุสได้ กว่าเธอจะรู้ว่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้อยากได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีก็ในวันที่รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด…

“ขุนเขาพูดแบบนี้งั้นเหรอ เขาขอลูกแต่งงานทันทีเลยเหรอ”

ชวินเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกปลื้มใจในตัวลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา

เมื่อกลับถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ อันดาก็ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้บิดามารดาได้รับรู้

“จะได้เกี่ยวดองกับตระกูลก้องเกียรติคฑารักษ์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่ว่าตระกูลนี่น่ะ ถึงจะมีทรัพย์สินเยอะกว่าเราแค่ไหน สายเลือดนักธุรกิจค่อนข้างจะเข้มข้นมมาก เขาไม่ได้ขู่บังคับให้ลูกทำสัญญาอะไรแปลก ๆ ใช่ไหมอันดา ลูกต้องเล่าให้พ่อกับแม่ฟังทุกเรื่องนะ”

เฌอมาลย์เอ่ยคาดคั้นอย่างจริงจัง เพราะกลัวว่าความซื่อบื้อไม่ทันคนของลูกจะนำความเดือดร้อนมาให้ครอบครัวได้

“ไม่มีนะคะคุณแม่ คุณขุนเขาเขาไม่ได้ต้องการมีความรักนี่คะ แค่หนูยอมรับข้อตกลง ยอมเป็นภรรยา ยอมทางนิตินัยและมีลูกให้เขาได้ เขาก็ไม่ต้องการอะไรจากเราแล้วค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยเล่าความเท็จได้คล่องแคล่ว โดยที่ไม่เปิดเผยความหวั่นไหวในดวงตาให้พ่อแม่ได้เห็นแม้แต่นิดเดียว

“ดีมาก ลูกแม่คิดได้แบบนี้ก็ดี สำหรับคนที่เกิดมาเพียบพร้อมอย่างพวกเราน่ะ ความรักไม่จำเป็นหรอกนะลูก เพราะแค่เรามีเงินคนมากมายก็พร้อมจะรักเราทั้งนั้น แต่ถ้าไม่มีอะไรเลย ก็ไม่ต่างจากสุนัขข้างถนนที่ไม่มีใครเหลียวมอง ต่อให้ไม่มีความรักอันดาของแม่ก็มีทุกอย่างได้ เพราะงั้นในระหว่างนี้ จนกว่าขุนเขาเขาจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอหนู เรามาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่เพียบพร้อมกันเถอะ”

เฌอมาลย์จอมบงการดูสนุกกับเรื่องนี้จนน่าขนลุก ชวินเองก็นั่งสูบบุหรี่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเพราะว่าความคิดที่ไร้มนุษยธรรมของภรรยาถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

ในขณะที่อันดานั้นรู้ดีว่าพ่อกับแม่ของเธอนั้นไม่ปกติ และถ้าหากในอนาคตเธอกับขุนเขาต้องมีลูกด้วยกัน หญิงสาวก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ให้พ่อกับแม่ของเธอเฉียดเข้าใกล้ลูก ๆ เด็ดขาด

โดยที่หญิงสาวไม่ได้รับรู้เลยว่าตัวเองก็กำลังจะได้แต่งงานกับคนที่เป็นเหมือนกับแม่ของเธอ

เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว

“ทักทายกันซะสิ ท่านนี่คือ ทนายปกรณ์ เป็นทนายประจำตระกูลของผม”

หลังจากอันดาตอบตกลงรับข้อเสนอ นั่งรอเพียง 15 นาที ทนายประจำตระกูลของชนายุสก็มาถึง

“นี่เป็นหนังสือสัญญาและข้อตกลงที่คุณผู้ชาย ได้เตรียมไว้ให้กับว่าที่ภรรยาของเขาครับ ถ้าคุณหนูยอมรับเงื่อนไขที่อยู่ในนี้ได้ ก็แค่จรดปลายปากกาเซ็นชื่อยินยอมเพื่อทำสัญญาร่วมกัน”

เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นกับอันดาอีกครั้ง แต่เพราะเธอถูกเลี้ยงให้เติบโตในชีวิตเลิศหรูที่มีเฌอมาลย์คอยกุมกุญแจแห่งอิสระภาพไว้ หญิงสาวจึงสามารถรับมือกับเรื่องน่าตื่นเต้นนี้ได้

หนังสือสัญญาการแต่งงานระหว่าง ชนายุส ก้องเกียรติคฑารักษ์ และ อันดา เบญจมันตรา

ฝ่ายสามีสามารถมอบชีวิตแต่งงานที่ตอบสนองความต้องการในด้านสถานภาพแก่ภรรยาได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าสินสอดจำนวนมากกว่า 100 ล้าน เงินเดือนนับล้านที่จะถูกโอนเข้าบัญชีทรัพย์สินทุกเดือน ชื่อเสียงที่ดีในแวดวงสังคม หรือทรัพย์สินมรดกที่ภรรยาสมควรจะได้รับในทางกฎหมาย ในเวลาที่คุณชนายุสถึงแก่กรรม

โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายภรรยาต้องไม่เรียกร้องเอา ความรัก และ การเอาใจใส่ ซึ่งคุณชนายุสไม่สามารถมอบมันให้แก่ใครได้ ไม่สร้างความรำคาญใจหรือทำร้ายกัน และยอมยกกรรมสิทธิ์ในการตัดสินใจ วางแผนเป้าหมายชีวิต ให้เป็นสิทธิของฝ่ายสามีแต่เพียงผู้เดียว

และแล้วอันดาก็พบกับจุดที่ทำให้เธอสะดุดในหนังสือสัญญา ในเรื่องของ ‘กรรมสิทธิ์’ ทุกอย่างจะต้องตกอยู่ภายใต้การถูกสามีควบคุม ซึ่งมันทำให้เธอนึกถึงใบหน้าของชวินและเฌอมายล์ขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวจะตั้งใจอ่านต่อไป และตัดสินใจจรดปลายปากกาลงชื่อและวันที่ในหนังสือนั้น

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

เธอยกยิ้มขึ้นและส่งหนังสือสัญญาให้กับคุณทนาย

ความใจเด็ดของเธอทำให้ชนายุสที่กำลังตอบข้อความในมือถืออยู่ ต้องเหลียวมองอยู่ชั่วครู่ ความรู้สึกสนใจที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะอันดายอมรับข้อเสนอในสัญญาอย่างง่ายดาย

แต่เป็นเพราะสิ่งที่เขาคาดคะเนและประมวลผลนั้นไม่ผิดไปจากที่คิดต่างหาก หญิงสาวที่เติบโตอย่างยากลำบากในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเป็นเวลา 10 ปี ได้รับการเลี้ยงดูให้เป็นบุตรทางกฎหมายของครอบครัวเศรษฐีที่มีพร้อมทั้งชื่อเสียง อำนาจ เงิน

ชนายุสไม่ได้ต้องการจะให้ใครก็ได้ที่ยอมรับข้อตกลงในสัญญามาเป็นเมียเขา แต่เขาเลือกสรรมาแล้วว่าเธอคนนั้นต้องเป็นผู้หญิงที่ควบคุมได้ และอันดาก็ตกเป็นเป้าหมายของเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาได้มองเห็นเธอจากระยะไกลแล้ว มีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย…

หลังจากวันนั้นทั้งสองได้แลกบัญชี Line เพื่อเอาไว้พูดคุยถึงกำหนดการเดตในครั้งต่อไป

‘อย่าเป็นฝ่ายทักไปหาผู้ชายก่อน  และอย่าคาดหวังความเอาใจใส่จากเขาจนมากเกินไป’

นี่คือคำแนะนำที่แม่บุญธรรมจอมบงการได้ให้ไว้ และในเวลาต่อมาอันดาก็ได้รู้ว่าสิ่งที่เฌอมาลย์แนะนำเธอนั้นถูกต้องแล้ว เพราะตั้งแต่นั้นมาว่าที่สามีไม่คิดจะทำความรู้จักกับเธอมากขึ้น หรือมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างคนที่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเลย

สถานที่นัดเดตวันนี้คือคาเฟ่เครื่องดื่มและขนมหวานที่อยู่ใกล้กับสถาบันสอนเต้นบัลเล่ต์ของอันดาที่สุด

“เราจะมีลูกคนแรกในอีก 5 ปีข้างหน้า ตอนที่ผมอายุ 40”

การเจอกันครั้งที่ 2 นั้น เว้นระยะเวลาถึง 1 เดือน หลังกล่าวทักทายและสั่งเมนูที่อยากทานแล้ว ชนายุสก็เปิดบทสนทนาได้น่าตกใจเหมือนเดิม

“ค่ะ แล้วสิคุณสิคะ ฉันยังไงก็ได้”

เอ่ยจบแล้วก็ยกมือขึ้นทัดผมที่ใบหูอย่างเอียงอาย ไม่นานพนักงานของร้านก็นำเมนูที่ทั้งสองสั่งมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป